
ไฟไม่พอเลี้ยง Data Center? เปิดโจทย์ต่ออายุโรงไฟฟ้าเก่า 3,850 เมกะวัตต์
ไฟฟ้าไม่พอรับ Data Center ไทยจ่อใช้โรงไฟฟ้าเก่าเป็นสะพานเชื่อมก่อนโรงไฟฟ้าใหม่ 9,100 เมกะวัตต์เข้าระบบ จับตาต้นทุนก๊าซนำเข้าและค่าไฟระยะยาว
KEY
POINTS
- การเติบโตอย่างรวดเร็วของ Data Center ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศพุ่งสูงขึ้นมาก จนกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ที่วางแผนไว้ (โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าก๊าซ) อาจสร้างไม่ทันต่อความต้องการในช่วง 5 ปีข้างหน้า
- เพื่อแก้ปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอในระยะสั้น จึงมีแนวคิดที่จะต่ออายุสัญญาหรือเลื่อนการปลดระวางโรงไฟฟ้าเก่าที่กำลังจะหมดอายุ โดยมีเป้าหมายหลักเป็นโรงไฟฟ้า 4 แห่ง กำลังผลิตรวมประมาณ 3,850 เมกะวัตต์
- แม้การต่ออายุโรงไฟฟ้าเก่าจะช่วยรักษาความมั่นคงทางพลังงานเพื่อรองรับ Data Center ได้ แต่ก็เป็นทางออกที่อาจทำให้ประเทศต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไปในระยะยาว และอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าในอนาคต
Data Center ดันโจทย์ไฟฟ้าไทย! จับตาต่ออายุโรงไฟฟ้าเก่า 3,850 เมกะวัตต์ ก่อนกำลังผลิตใหม่เข้าระบบ
การเติบโตของ Data Center กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของการวางแผนพลังงานไทย เมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของธุรกิจดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่กำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเข้าสู่ระบบได้ทันการณ์
หนึ่งในทางเลือกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาคือ การต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) หรือเลื่อนการปลดระวางโรงไฟฟ้าเดิมบางแห่ง เพื่อประคองความมั่นคงทางไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ประเด็นนี้กำลังนำไปสู่คำถามสำคัญว่า หากไทยต้องรักษาความมั่นคงทางไฟฟ้าเพื่อรองรับ Data Center ที่ต้องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
การนำโรงไฟฟ้าฟอสซิลเดิมกลับมาใช้ประโยชน์จะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว หรือกำลังกลายเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ประเทศพึ่งพาก๊าซธรรมชาติต่อไปในระยะยาว
Data Center ขอใช้ไฟกว่า 26,000 เมกะวัตต์ แต่ไฟที่จัดหาได้ยังห่างกันมาก
ข้อมูลในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 หรือ PDP2026 ระบุว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในกรณี BASE-High อยู่ที่ 79,696 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center ซึ่งเป็นหนึ่งในสมมติฐานสำคัญของแผน อยู่ที่ประมาณ 6,799-8,811 เมกะวัตต์
(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม: เจาะร่าง “PDP2026” แผนไฟฟ้าไทย เมื่อเมืองเปลี่ยน ดีมานด์ไฟเปลี่ยน! / แกะร่าง PDP 2026 ไฟไม่พอรับ Data Center เสี่ยงล็อกไทยติดโรงไฟฟ้าฟอสซิล ค่าไฟใครจ่าย? / เปิดพิมพ์เขียวไฟฟ้าไทย 25 ปี! PDP2026 รับ AI-Data Center)
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความต้องการไฟฟ้าของ Data Center ยังมีช่องว่างระหว่างความต้องการของผู้ประกอบการกับศักยภาพในการจัดหาไฟฟ้าจริง
โดยข้อมูลจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่ระบุในข้อมูลต้นทางระบุว่า มีโครงการ Data Center ยื่นขอใช้ไฟฟ้ารวม 26,045.2 เมกะวัตต์ แต่สามารถจัดหาไฟฟ้าให้ได้ 4,882.7 เมกะวัตต์
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนโจทย์สำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพราะ Data Center ไม่ได้ต้องการเพียงกำลังไฟฟ้าปริมาณมาก แต่ยังต้องการความต่อเนื่องและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า เพื่อให้บริการประมวลผลข้อมูลและระบบดิจิทัลทำงานได้ตลอดเวลา
แม้ไทยกำลังผลักดันโครงการนำร่องซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง หรือ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) ภายใต้กรอบเริ่มต้น 2,000 เมกะวัตต์ แต่โครงการนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะ Data Center เท่านั้น ยังเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมอื่นเข้าถึงไฟฟ้าพลังงานสะอาดด้วย
ดังนั้น ในช่วงที่การจัดหาไฟฟ้าสะอาดโดยตรงยังมีข้อจำกัด Data Center จึงยังต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบสายส่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ขณะที่ไทยต้องเร่งวางแผนเพิ่มกำลังผลิตและพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้รองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
โรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ 9,100 เมกะวัตต์ อาจยังไม่ทันความต้องการระยะสั้น
หนึ่งในประเด็นสำคัญของร่าง PDP2026 คือแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติใหม่รวม 9,100 เมกะวัตต์ แต่การก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ต้องผ่านหลายขั้นตอน
ทั้งการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การจัดหาอุปกรณ์สำคัญ การขออนุมัติและใบอนุญาต ตลอดจนการก่อสร้างและทดสอบระบบก่อนจ่ายไฟเชิงพาณิชย์
จากการประเมินในข้อมูลต้นทาง โรงไฟฟ้าก๊าซใหม่อาจเริ่มทยอยจ่ายไฟเข้าระบบได้ตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป ซึ่งทำให้ช่วง 5 ปีแรกของแผน ระหว่างปี 2569-2574 กลายเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ หากความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center เพิ่มขึ้นเร็วกว่ากำลังผลิตใหม่ที่เข้าระบบได้จริง
ทางเลือกหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าเดิม หรือเลื่อนการปลดระวางโรงไฟฟ้าบางแห่ง เพื่อให้ยังสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ในช่วงที่กำลังผลิตใหม่ยังไม่พร้อม
รายงานข่าวจากเว็บไซต์ทันหุ้น เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ร่าง PDP2026 มีแนวโน้มเปิดทางให้โรงไฟฟ้าเดิมบางแห่งต่ออายุสัญญา PPA ได้อีก 7 ปี
เพื่อรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างโรงไฟฟ้าเดิมที่ทยอยหมดอายุสัญญากับกำลังผลิตใหม่ที่กำลังจะเข้าระบบ โดยมีความกังวลว่าโรงไฟฟ้าใหม่อาจไม่สามารถก่อสร้างและจ่ายไฟได้ทันต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจาก Data Center
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดเจนว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการรายงานแนวโน้มและการวิเคราะห์จากแหล่งข่าว ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าโรงไฟฟ้าทุกแห่งจะได้รับการต่ออายุสัญญาแล้ว
เปิดรายชื่อโรงไฟฟ้าที่ถูกจับตา รวมกำลังผลิตประมาณ 3,850 เมกะวัตต์
เมื่อพิจารณารายชื่อโรงไฟฟ้าก๊าซที่เพิ่งหรือกำลังจะหมดอายุสัญญา และอาจมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับการพิจารณาต่ออายุหรือเลื่อนการปลดระวางในช่วงเปลี่ยนผ่าน พบว่ามีโรงไฟฟ้าที่ถูกกล่าวถึงในข้อมูลต้นทาง 4 แห่ง ได้แก่
- โรงไฟฟ้าโกลว์ ไอพีพี จ.ชลบุรี กำลังผลิต 713 เมกะวัตต์
- โรงไฟฟ้าราชบุรี จ.ราชบุรี กำลังผลิต 2,041 เมกะวัตต์
- โรงไฟฟ้าวังน้อย ชุดที่ 3 จ.พระนครศรีอยุธยา กำลังผลิต 446 เมกะวัตต์
- โรงไฟฟ้าน้ำพอง จ.ขอนแก่น กำลังผลิต 650 เมกะวัตต์
รวมกำลังผลิตประมาณ 3,850 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นขนาดกำลังผลิตที่มีนัยสำคัญต่อการบริหารสมดุลไฟฟ้าในช่วงที่โรงไฟฟ้าใหม่ยังทยอยเข้าสู่ระบบ
นอกจากนี้ ยังมีโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ จ.ฉะเชิงเทรา กำลังผลิต 540 เมกะวัตต์ ซึ่งข้อมูลต้นทางระบุว่าจะจ่ายไฟเข้าระบบในปี 2572 แต่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ควรแยกพิจารณาจากกลุ่มโรงไฟฟ้าที่อาจได้รับการต่ออายุ เพราะเป็นกำลังผลิตที่มีข้อผูกพันตามสัญญาอยู่แล้ว ไม่ใช่กำลังผลิตเดิมที่กำลังรอการต่ออายุในลักษณะเดียวกัน
ทั้งนี้ รายชื่อโรงไฟฟ้าทั้ง 4 แห่งยังเป็นกลุ่มที่ถูกนำมาพิจารณาจากข้อมูลที่มีอยู่ ไม่ใช่บัญชีรายชื่ออย่างเป็นทางการของโรงไฟฟ้าที่ได้รับอนุมัติต่อสัญญาแล้ว
ไม่ได้มีแค่โรงไฟฟ้าก๊าซ จับตา IPP-SPP และโรงไฟฟ้าถ่านหินด้วย
นอกเหนือจากโรงไฟฟ้าก๊าซที่กำลังจะหมดอายุสัญญา รายงานข่าวทันหุ้นยังกล่าวถึงการเสนอพิจารณาต่ออายุโรงไฟฟ้าของบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) จำนวน 22 โครงการ กำลังผลิตรวมประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ ครอบคลุมโรงไฟฟ้าประเภท IPP และ SPP
ขณะเดียวกัน ยังมีโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) จ.ระยอง กำลังผลิต 1,434 เมกะวัตต์ ซึ่งใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงและมีกำหนดหมดอายุสัญญาในปี 2575 โดยมีการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ในการต่ออายุเช่นกัน
ข้อมูลจากรายงานดังกล่าวยังกล่าวถึงโอกาสของผู้ประกอบการรายอื่น เช่น GPSC ซึ่งมีโรงไฟฟ้าโกลว์ ไอพีพี และ RATCH ซึ่งมีโรงไฟฟ้าก๊าซประเภท IPP ที่อาจเข้าเกณฑ์พิจารณา อย่างไรก็ตาม การที่โรงไฟฟ้าถูกกล่าวถึงในฐานะผู้มีโอกาสได้รับประโยชน์ ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการต่อสัญญาอย่างแน่นอน
ประเด็นที่ต้องติดตามจึงไม่ใช่เพียงว่าโรงไฟฟ้าใดจะได้รับการต่ออายุ แต่รวมถึงหลักเกณฑ์การคัดเลือก ระยะเวลาที่ต่อสัญญา ต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เงื่อนไขการรับซื้อไฟ และผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชนด้วย
คำถามสำคัญ ทำไมแนวทางต่ออายุโรงไฟฟ้ายังไม่ปรากฏชัดในร่าง PDP2026
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ข้อมูลเรื่องการใช้โรงไฟฟ้าเดิมเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าของ Data Center ในช่วง 5 ปีแรก ไม่ได้ปรากฏรายละเอียดอย่างชัดเจนในเอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง PDP2026 ตามข้อมูลต้นทาง
อย่างไรก็ตาม ในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผน PDP2026 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 มีผู้เข้าร่วมตั้งคำถามว่า กำลังผลิตของโรงไฟฟ้าฟอสซิลที่มีอยู่เดิมจะถูกจัดสรรให้ Data Center หรือไม่
ข้อมูลจาก JET in Thailand ซึ่งเผยแพร่ประเด็นการถาม-ตอบในงาน ระบุว่า ตัวแทนภาครัฐชี้แจงถึงแนวทางใช้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้าเดิมและสัญญาที่มีอยู่ในช่วง 5 ปีแรก เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น
โดยอาจพิจารณาต่ออายุสัญญาหรือเลื่อนการปลดระวางโรงไฟฟ้าบางประเภท พร้อมระบุว่ารายละเอียดโรงไฟฟ้าและแนวทางพิจารณาจะมีความชัดเจนเพิ่มเติมในภายหลัง
ข้อมูลนี้ทำให้การต่ออายุโรงไฟฟ้าเป็นประเด็นที่ควรติดตามในการจัดทำแผนพลังงานฉบับสมบูรณ์ เพราะการตัดสินใจดังกล่าวมีผลต่อทั้งโครงสร้างกำลังผลิต การเลือกใช้เชื้อเพลิง ต้นทุนค่าไฟฟ้า และทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ในทางนโยบาย จึงยังมีคำถามที่ต้องการคำตอบเพิ่มเติมว่า โรงไฟฟ้าประเภทใดจะเข้าเกณฑ์ต่ออายุ จะใช้เกณฑ์ความมั่นคงของระบบหรือความใกล้กับแหล่งใช้ไฟเป็นหลัก และจะมีการเปิดเผยข้อมูลต้นทุนและผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าต่อสาธารณะมากน้อยเพียงใด
ต่ออายุโรงไฟฟ้าก๊าซ ทางออกระยะสั้นที่อาจเพิ่มภาระระยะยาว
หากไทยเลือกใช้โรงไฟฟ้าก๊าซเดิมเป็นกำลังผลิตช่วงเปลี่ยนผ่าน ข้อดีคือสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เพื่อช่วยประคองความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ลดความเสี่ยงจากการที่กำลังผลิตใหม่เข้าระบบไม่ทัน และรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นก่อนกำหนด
แต่ในอีกด้านหนึ่ง การต่ออายุโรงไฟฟ้าก๊าซย่อมทำให้ต้องพิจารณาความต้องการเชื้อเพลิงและต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติม โดยเฉพาะหากการผลิตต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG นำเข้า ซึ่งมีต้นทุนผันผวนตามตลาดโลก
แม้การต่ออายุสัญญาไม่ได้หมายความว่าโรงไฟฟ้าทุกแห่งจะเดินเครื่องเต็มกำลังตลอดเวลา แต่การคงโรงไฟฟ้าไว้ในระบบย่อมมีต้นทุนและเงื่อนไขที่ต้องประเมิน ทั้งค่าความพร้อมจ่าย ต้นทุนเชื้อเพลิง และผลต่อการบริหารระบบไฟฟ้าโดยรวม
สำหรับประเทศไทยที่ต้องการลดความเสี่ยงจากการนำเข้าพลังงาน การต่ออายุโรงไฟฟ้าก๊าซจึงไม่ควรถูกพิจารณาเฉพาะในมิติของการมีกำลังผลิตเพียงพอ แต่ต้องพิจารณาควบคู่กับต้นทุนตลอดอายุสัญญา ความมั่นคงด้านเชื้อเพลิง และผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในระยะยาว
ช่วงรอไฟฟ้าใหม่ ควรเร่งพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน
ช่วงเวลาระหว่างปี 2569-2574 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่โรงไฟฟ้าก๊าซใหม่จะทยอยเข้าระบบ ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ หรือ Battery Energy Storage System (BESS)
พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมสามารถเพิ่มแหล่งผลิตไฟฟ้าที่ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ขณะที่ BESS ช่วยกักเก็บไฟฟ้าในช่วงที่ผลิตได้มากและนำกลับมาใช้ในช่วงที่ความต้องการสูง
อย่างไรก็ตาม พลังงานหมุนเวียนและแบตเตอรี่ไม่สามารถทดแทนโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟได้ต่อเนื่องได้โดยอัตโนมัติ การใช้งานในระดับระบบจึงต้องอาศัยการวางแผนกำลังผลิตสำรอง โครงข่ายสายส่ง และการบริหารความต้องการใช้ไฟฟ้าควบคู่กัน
ต้นทุนของแบตเตอรี่ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่การจะสรุปว่า BESS มีต้นทุนต่ำกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซในทุกกรณี จำเป็นต้องเปรียบเทียบต้นทุนตลอดอายุโครงการ รวมถึงระยะเวลาการจ่ายไฟ ประสิทธิภาพการกักเก็บ การเปลี่ยนแบตเตอรี่ และต้นทุนโครงข่าย ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะต้นทุนต่อหน่วยของเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง
โจทย์ของ PDP2026 จึงอยู่ที่การหาสมดุลระหว่างการจัดหาไฟฟ้าให้ทันความต้องการระยะสั้นกับการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานในระยะยาว หากไทยเลือกต่ออายุโรงไฟฟ้าเดิมเป็นสะพานเชื่อมต่อ
ก็ควรกำหนดกรอบเวลาและเงื่อนไขที่ชัดเจน พร้อมเร่งลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้าที่รองรับแหล่งผลิตหลากหลายประเภท
ท้ายที่สุด การดึงดูด Data Center ให้เข้ามาลงทุนในไทยไม่ควรวัดผลเฉพาะมูลค่าการลงทุนหรือจำนวนโครงการ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า ประเทศสามารถจัดหาไฟฟ้าที่มั่นคง ในราคาที่แข่งขันได้ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าไปพร้อมกันได้หรือไม่
เพราะหากความต้องการไฟฟ้าจากเศรษฐกิจดิจิทัลกลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ไทยต้องต่ออายุโรงไฟฟ้าฟอสซิลและลงทุนในกำลังผลิตก๊าซเพิ่มขึ้น คำถามสำคัญสำหรับแผนพลังงานฉบับใหม่ก็คือ
ไทยกำลังสร้างระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลในวันนี้ หรือกำลังล็อกต้นทุนและโครงสร้างพลังงานของประเทศไว้กับเชื้อเพลิงเดิมต่อไปอีกหลายสิบปี..
ที่มา: justpow.co / โรงไฟฟ้าที่อาจจะได้รับการต่ออายุ เพื่อรองรับการใช้ไฟของ Data Center







