
วัสเผยหลักฐานคดีโกงสอบท้องถิ่นสาวถึงอธิบดี จับตาป.ป.ช.แจ้งข้อหาพ.ย.69
วัส ติงสมิตร ระบุหลักฐานคดีทุจริตสอบท้องถิ่นเชื่อมโยงถึงผู้บริหารระดับอธิบดีมากกว่า 1 ราย ขณะที่ ป.ป.ช.เตรียมสรุปสำนวนปลายเดือนตุลาคม ก่อนทยอยแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มผู้เกี่ยวข้องในเดือนพฤศจิกายน
KEY
POINTS
- วัสระบุว่า พยานหลักฐานในคดีสาวถึงผู้บริหารระดับอธิบดีมากกว่า 1 ราย แต่ยังไม่เชื่อมโยงถึงนักการเมือง
- ป.ป.ช.รวบรวมหลักฐานจากกระดาษคำตอบสอบกว่า 800,000 แผ่น และประสาน ปปง.ตรวจเส้นทางการเงิน พร้อมอายัดทรัพย์สินแล้วหลักร้อยล้านบาท
- ป.ป.ช.เตรียมเสนอผลไต่สวนปลายเดือนตุลาคม และคาดว่าจะทยอยแจ้งข้อกล่าวหาในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน
นายวัสเผยประเด็นดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก “วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง” หลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงความคืบหน้าคดีเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 โดยระบุว่า ป.ป.ช.กำลังรวบรวมหลักฐานหลายด้านเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
หลักฐานส่วนหนึ่งมาจากการตรวจสอบกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบกว่า 800,000 แผ่น โดย ป.ป.ช.นำผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบภายในกรอบเวลา 10 วันนับจากวันแถลงข่าว อีกด้านหนึ่ง ป.ป.ช.ทำงานร่วมกับสำนักงาน ปปง.เพื่อตรวจเส้นทางการเงิน และดำเนินการอายัดทรัพย์สินไปแล้วในระดับหลักร้อยล้านบาท
นายวัสยังระบุว่า คดีมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้งพยานบุคคลกว่า 1,000 ราย เครือข่ายนายหน้า 110 สาย และผู้สมัครสอบที่มีส่วนรู้เห็นกว่า 6,000 ราย การรวบรวมพยานหลักฐานจึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ ระบุว่า พยานหลักฐานในคดีทุจริตสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 เชื่อมโยงไปถึงผู้บริหารระดับอธิบดีมากกว่า 1 รายแล้ว แต่ยังไม่ถึงระดับนักการเมือง เช่น รัฐมนตรีหรือ ส.ส.
จับตาสรุปสำนวนและแจ้งข้อกล่าวหา
ตามกรอบเวลาที่ ป.ป.ช.วางไว้ คณะกรรมการไต่สวนจะสรุปสำนวนและหลักฐานเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 จากนั้นคาดว่าจะทยอยแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มผู้เกี่ยวข้องในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน
ส่วนผู้ต้องหา 3 รายที่ได้รับการปล่อยตัวหลังครบกำหนดฝากขัง 84 วัน ได้แก่ “จ่าพิชิต” “ดร.วิน” และ น.ส.ศตพร นายวัสอธิบายว่า เวลาฝากขัง 48 วันในชั้นตำรวจถูกนับรวมกับเวลาของ ป.ป.ช. ทำให้เหลือเวลาฝากขังอีก 36 วัน เมื่อครบกำหนดและยังไม่มีการยื่นฟ้องต่อศาล จึงต้องปล่อยตัวตามกรอบกฎหมาย
นายวัสมองว่า การเร่งสรุปสำนวนเฉพาะผู้ต้องหา 3 รายให้ทันกำหนดอาจทำให้คดีขาดความสมบูรณ์ และเปิดช่องให้ผู้เกี่ยวข้องรายอื่นใช้เป็นข้อต่อสู้ได้ อย่างไรก็ตาม การปล่อยตัวหลังครบกำหนดฝากขังไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาพ้นผิด
หลัง ป.ป.ช.ไต่สวนเสร็จ สำนวนจะต้องส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาฟ้องคดีภายใน 180 วัน หากมีความเห็นไม่ตรงกัน จะต้องตั้งคณะกรรมการร่วมตามกฎหมาย ซึ่งอาจใช้เวลาเพิ่มอีกอย่างน้อย 90 วัน
นายวัสระบุด้วยว่า หากผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไม่มารายงานตัวป.ป.ช.สามารถยื่นขอหมายจับใหม่ได้ ขั้นตอนที่ต้องติดตามต่อจึงอยู่ที่การสรุปสำนวนปลายเดือนตุลาคม และการแจ้งข้อกล่าวหาในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะสะท้อนว่าหลักฐานที่รวบรวมไว้สามารถนำไปดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้เพียงใด
แหล่งที่มา : วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง







