posttoday
เจาะร่าง “PDP2026” แผนไฟฟ้าไทย เมื่อเมืองเปลี่ยน ดีมานด์ไฟเปลี่ยน!

เจาะร่าง “PDP2026” แผนไฟฟ้าไทย เมื่อเมืองเปลี่ยน ดีมานด์ไฟเปลี่ยน!

24 กันยายน 2569

ร่าง PDP2026 สะท้อนโจทย์ใหม่ไฟฟ้าไทย เมื่อ EV-Data Center-AI ดันดีมานด์พุ่ง พร้อมปรับระบบรับพลังงานสะอาด มุ่งสมดุลความมั่นคง ต้นทุน และ Net Zero

KEY

POINTS

  • ร่างแผน PDP2026 ออกแบบมารองรับความต้องการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนโดยยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบรางไฟฟ้า ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของเมืองและเศรษฐกิจดิจิทัล
  • มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด แต่ยังคงโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติไว้เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและมั่นคงให้ระบบ พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และปรับเกณฑ์วัดความมั่นคงเป็น LOLE เพื่อรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน
  • เปลี่ยนแนวทางจากการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเพียงอย่างเดียว ไปสู่การบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้าผ่านแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) และส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าใช้เอง (IPS) เช่น โซลาร์รูฟท็อป ทำให้ผู้ใช้ไฟกลายเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภค (Prosumer)

ระบบไฟฟ้าของไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อความต้องการใช้ไฟไม่ได้เติบโตจากภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมแบบเดิมอีกต่อไป แต่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยรถยนต์ไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล เทคโนโลยี AI ระบบราง และการผลิตไฟฟ้าใช้เองจากโซลาร์รูฟท็อป

 

ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero

 

ประเด็นเหล่านี้ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาในการประชุมศึกษารายละเอียด ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 หรือ PDP2026 ของคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569

 

ซึ่งสะท้อนภาพว่า “ไฟฟ้า” กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเมืองและเศรษฐกิจยุคดิจิทัลมากกว่าที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ PDP เป็นแผนแม่บทระยะยาวสำหรับจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศ โดยต้องคำนึงถึงทั้งความมั่นคงทางพลังงาน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

 

EV – Data Center เปลี่ยนหน้าตาความต้องการใช้ไฟ

หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของ PDP2026 คือการประเมินว่า ในอีก 25 ปีข้างหน้า “ใครจะเป็นคนใช้ไฟ” และใช้มากแค่ไหน

 

ร่างแผนมองว่าความต้องการไฟฟ้ารูปแบบใหม่ หรือ New Demand จะมาจากหลายกิจกรรม โดยเฉพาะ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Data Center ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการไฟฟ้าในอนาคต

 

ข้อมูลจากการติดตามร่าง PDP2026 ระบุว่า ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในปี 2593 อาจอยู่ในช่วงประมาณ 74,145-79,696 เมกะวัตต์ ขึ้นอยู่กับสมมติฐานการเติบโตของเศรษฐกิจและความต้องการใช้ไฟฟ้า

 

โดยเฉพาะ Data Center ที่ต้องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องและมีความต้องการด้านความมั่นคงของระบบสูง ขณะที่ EV จะเพิ่มการใช้ไฟฟ้าผ่านพฤติกรรมการชาร์จ ซึ่งอาจเปลี่ยนรูปแบบของ Peak Load ในอนาคต

 

นอกจากนั้น ยังมีการขยายตัวของระบบขนส่งไฟฟ้า ทั้งรถไฟความเร็วสูงและรถไฟฟ้าในเมือง รวมถึงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับความต้องการใช้ไฟฟ้า

 

ภาพดังกล่าวทำให้การวางแผนไฟฟ้าในอนาคตไม่สามารถมองเฉพาะจำนวนโรงไฟฟ้าได้อีกต่อไป แต่ต้องมองควบคู่ไปกับ โครงสร้างเมือง การลงทุนดิจิทัล ระบบขนส่ง และพฤติกรรมการใช้พลังงานของประชาชน

 

เจาะร่าง “PDP2026” แผนไฟฟ้าไทย เมื่อเมืองเปลี่ยน ดีมานด์ไฟเปลี่ยน!

 

จาก “สร้างไฟให้พอ” สู่ “บริหารความต้องการให้เป็น”

อีกด้านที่น่าสนใจของ PDP2026 คือ การรับมือกับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นไม่ได้มีเพียงการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ แต่รวมถึงการลดความต้องการจากระบบด้วย

 

ร่างแผนกำหนดบทบาทของ แผนอนุรักษ์พลังงาน หรือ EEP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยประเมินว่าสามารถลดความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 117,449-149,146 ล้านหน่วย

 

ขณะเดียวกันการผลิตไฟฟ้าใช้เอง หรือ IPS โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์บนหลังคา จะเข้ามาลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบหลักอีกส่วนหนึ่ง

 

นี่คือภาพของระบบไฟฟ้าแบบใหม่ที่ไม่ได้มีเพียงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เป็นศูนย์กลาง แต่กำลังเปลี่ยนไปสู่ระบบที่มีทั้งโรงไฟฟ้า โซลาร์รูฟท็อป แบตเตอรี่ ระบบจัดการพลังงาน และผู้ใช้ไฟที่สามารถผลิตไฟฟ้าเองได้

 

หรือพูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่ประชาชนเป็นเพียง “ผู้ใช้ไฟ” กำลังขยับไปสู่การเป็น Prosumer หรือผู้ที่ทั้งผลิตและใช้ไฟฟ้าในเวลาเดียวกัน

 

เปลี่ยนเกณฑ์ความมั่นคงไฟ จาก Reserve Margin สู่ LOLE

เมื่อระบบไฟฟ้ามีพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น การวัดความมั่นคงของระบบแบบเดิมก็อาจไม่เพียงพอ

 

PDP2026 จึงปรับแนวคิดจากการใช้ Reserve Margin หรือกำลังผลิตสำรองในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟสูงสุด มาใช้ดัชนี Loss of Load Expectation หรือ LOLE ซึ่งประเมินความเสี่ยงของการขาดแคลนกำลังผลิตตลอดทั้งปี โดยพิจารณาความเสี่ยงเป็นรายชั่วโมงจากทั้งหมด 8,760 ชั่วโมง

 

ร่างแผนกำหนดเกณฑ์ LOLE ไว้ที่ไม่เกิน 1.0 วันต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนแบบผันผวน หรือ VRE เพิ่มขึ้น

 

เหตุผลสำคัญคือไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมไม่ได้ผลิตได้เท่ากันตลอดเวลา ระบบจึงต้องมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่มองทั้ง “เวลา” และ “ความไม่แน่นอน” มากกว่าการดูเพียงกำลังผลิตสำรอง ณ ช่วง Peak

 

ทำไมยังต้องมีก๊าซธรรมชาติ เมื่อเป้าหมายคือ Net Zero?

อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือการที่ร่าง PDP2026 ยังเปิดพื้นที่ให้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม หรือ CCGT ทั้งที่ทิศทางหลักของประเทศคือการเพิ่มพลังงานสะอาดและลดการปล่อยคาร์บอน

 

คำอธิบายสำคัญอยู่ที่บทบาทของก๊าซธรรมชาติในฐานะ โรงไฟฟ้าที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้ระบบ เนื่องจากสามารถเดินเครื่องและปรับกำลังผลิตได้ตามสถานการณ์ เพื่อรองรับช่วงเวลาที่พลังงานแสงอาทิตย์หรือลมผลิตไฟฟ้าได้ไม่เพียงพอ

 

ขณะเดียวกัน การเพิ่ม CCGT ในแผนไม่ได้หมายถึงการขยายกำลังผลิตก๊าซทั้งหมดโดยตรง เพราะโรงไฟฟ้าก๊าซเดิมจำนวนมากจะทยอยหมดอายุและปลดออกจากระบบในช่วงของแผน

 

ดังนั้นโจทย์จึงอยู่ที่การจัดสมดุลระหว่าง โรงไฟฟ้าเดิมที่กำลังจะออกจากระบบ ความต้องการไฟฟ้าใหม่ และความจำเป็นในการรักษาความยืดหยุ่นของระบบ

 

ในภาพใหญ่ ร่าง PDP2026 ยังไม่ได้กำหนดโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ และวางทิศทางลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลลงอย่างต่อเนื่อง

 

พลังงานสะอาดต้องมาพร้อมเทคโนโลยี “ไฟฟ้าที่สั่งได้”

การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ทำให้โจทย์ของระบบไฟฟ้าไม่ใช่เพียง “เพิ่มพลังงานหมุนเวียน” แต่ต้องตอบคำถามต่อว่า หากแดดไม่มี ลมไม่มา หรือความต้องการไฟฟ้าพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศจะใช้ไฟจากที่ไหน

 

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ร่าง PDP2026 เปิดพื้นที่ให้เทคโนโลยีใหม่เข้ามามีบทบาท ทั้ง ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCS และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR

 

โดยเฉพาะ SMR ถูกพิจารณาในฐานะพลังงานแบบ Firm Power ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง ขณะที่ CCS ถูกนำมาประเมินเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากโรงไฟฟ้า

 

ส่วนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ยังถูกกันพื้นที่ไว้ในแผน เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศสามารถปรับตัวตามเทคโนโลยีที่พัฒนาเร็วขึ้นในอนาคต

 

Net Zero ไม่ได้แปลว่า “ปิดก๊าซทันที”

หัวใจสำคัญของ PDP2026 จึงอยู่ที่การออกแบบ “เส้นทางเปลี่ยนผ่าน” มากกว่าการเปลี่ยนจากฟอสซิลไปเป็นพลังงานสะอาดในชั่วข้ามคืน

 

ร่างแผนพยายามวางโครงสร้างให้สอดคล้องกับเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยเพิ่มพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาฟอสซิล และนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยเติมช่องว่างของระบบ

 

กระทรวงพลังงานเองระบุว่าร่าง PDP2026 มุ่งสร้างสมดุลระหว่างความสะอาด ความมั่นคง และความเป็นธรรม พร้อมผลักดันสัดส่วนพลังงานสะอาดให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

ดังนั้น ภาพของ PDP2026 จึงไม่ใช่เพียงการเลือกว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าประเภทใด แต่เป็นการออกแบบระบบไฟฟ้าที่ต้องรองรับทั้ง เมืองอัจฉริยะ เศรษฐกิจดิจิทัล รถยนต์ไฟฟ้า Data Center พลังงานหมุนเวียน และเป้าหมายลดคาร์บอน ไปพร้อมกัน

 

ทุก 3-5 ปีต้องพร้อมเปลี่ยนเกม

ความท้าทายสำคัญอีกประการคือ ไม่มีใครสามารถคาดการณ์เทคโนโลยีและความต้องการใช้ไฟในอีก 25 ปีได้อย่างแม่นยำทั้งหมด

 

ร่าง PDP2026 จึงวางกลไกให้สามารถติดตามและทบทวนแผนเป็นระยะ เพื่อให้การลงทุนด้านไฟฟ้าสามารถปรับตามสถานการณ์จริง หาก EV เติบโตเร็วกว่าคาด Data Center ลงทุนมากกว่าประมาณการ หรือในทางกลับกัน

 

หากต้นทุนแบตเตอรี่ BESS ลดลงอย่างรวดเร็วและระบบกักเก็บพลังงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ก็สามารถนำปัจจัยเหล่านี้กลับมาปรับสมมติฐานและแผนลงทุนได้

 

แนวคิดนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะการสร้างโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าเป็นการลงทุนระยะยาว ขณะที่เทคโนโลยีพลังงานกำลังเปลี่ยนเร็วกว่าในอดีต

 

PDP2026 กับภาพเมืองไทยในอีก 25 ปี

หากมองจากมุม Smart City ร่าง PDP2026 จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่าการวางแผนโรงไฟฟ้า เพราะกำลังบอกว่า เมืองแห่งอนาคตจะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามากขึ้น

 

รถยนต์จะเปลี่ยนเป็น EV อาคารจะติดโซลาร์มากขึ้น Data Center และ AI จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ ระบบรางจะใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ขณะที่ประชาชนบางส่วนสามารถผลิตและบริหารการใช้ไฟของตัวเองได้

 

ในอีกด้าน ระบบไฟฟ้าของประเทศก็ต้องสะอาดขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และสามารถรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนได้มากขึ้น

 

ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของ PDP2026 จึงไม่ใช่เพียง “ไทยจะมีไฟฟ้าพอหรือไม่” แต่คือ “ไทยจะออกแบบระบบไฟฟ้าอย่างไร ให้รองรับเมืองและเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ โดยไม่ทิ้งเป้าหมายความมั่นคง ต้นทุน และ Net Zero ไว้ข้างหลัง”

 

นี่คือสมการสำคัญของแผนไฟฟ้าไทยฉบับใหม่ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจและเมืองไทยไปอีก 25 ปี

 

ข่าวล่าสุด

'ศุภชัย'ท้า'สนธิ'เปิดหลักฐานปมซื้อเสียง 500–1,000 บาท โยงภูมิใจไทย

'ศุภชัย'ท้า'สนธิ'เปิดหลักฐานปมซื้อเสียง 500–1,000 บาท โยงภูมิใจไทย