posttoday
ศาลอาญาประหาร “โกทร” คดีฆ่า “สจ.โต้ง” 2 มือยิงคุกตลอดชีวิต

ศาลอาญาประหาร “โกทร” คดีฆ่า “สจ.โต้ง” 2 มือยิงคุกตลอดชีวิต

24 กันยายน 2569

ศาลชี้ “โกทร” กับพวกร่วมกันฆ่า สจ.โต้ง แต่ไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน สั่งประหาร 2 ราย จำคุกตลอดชีวิต 2 ราย ยกฟ้องจำเลย 6 และ 8

KEY

POINTS

  • ศาลลงโทษประหารชีวิต “โกทร” และจำเลยที่ 4 ส่วนจำเลยที่ 1 และ 2 ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
  • หลักฐานวิถีกระสุน คราบเขม่าดินปืน และคำรับสารภาพ ชี้จำเลย 4 คนร่วมลงมือฆ่า
  • ศาลชี้เหตุเกิดเฉพาะหน้า ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า จึงยกฟ้องข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและซ่องโจร

 

ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ629/2568 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ฟ้องจำเลย 8 คน ในคดีร่วมกันฆ่า นายชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ หรือ “สจ.โต้ง” อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยศาลตัดสินประหารชีวิตจำเลย 4 คน ก่อนลดโทษจำเลย 2 คนเหลือจำคุกตลอดชีวิต

 

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 ผู้ตายพร้อมพวกประมาณ 20 คน เดินทางไปบ้านนายสุนทร วิลาวัลย์ หรือ “โกทร” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรีและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหารือเรื่องสนับสนุนภรรยาของผู้ตายลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี

 

ผู้ตายเข้าไปพบนายสุนทรเพียงลำพัง ทั้งสองโต้เถียงกันจนนายสุนทรร้องไห้ ก่อนผู้ตายก้มกราบและเดินออกจากบ้าน แต่ระหว่างรอประตูรั้วเปิด ผู้ตายเปลี่ยนใจเดินกลับเข้าบ้านทางประตูข้างสระว่ายน้ำ หลังจากนั้นกว่า 20 นาที มีเสียงปืนดังมากกว่า 10 นัดและผู้ตายถูกยิงเสียชีวิต

แม้คดีนี้ไม่มีประจักษ์พยาน ศาลนำหลักฐานวิถีกระสุน คราบเขม่าดินปืน ผลจำลองเหตุการณ์ และคำให้การของจำเลยมาวินิจฉัย โดยพบกระสุน 2 แบบในร่างผู้ตาย สอดคล้องกับคำรับสารภาพและผลจำลองเหตุการณ์ที่ชี้ว่าจำเลยที่ 1 และ 2 ยิงผู้ตาย

ศาลพบเขม่าดินปืนที่จำเลยที่ 4 ซึ่งเคยให้การในชั้นสอบสวนว่า นายสุนทรสั่งว่า “ให้ฟาดมันเลย” จึงถือเป็นตัวการร่วม ส่วนนายสุนทรมีหลักฐานชี้ว่าใช้อาวุธปืนลูกซองยาวของจำเลยที่ 2 ยิง 3 นัด ศาลไม่รับฟังข้ออ้างที่ว่ายิงข่มขู่ออกนอกบ้าน

ศาลวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1, 2, 4 และ 7 ร่วมกันฆ่าผู้ตายโดยเจตนา แต่ไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะเหตุเกิดเฉพาะหน้า ไม่มีหลักฐานว่าประชุม วางแผน หรือแบ่งหน้าที่กันล่วงหน้า จึงยกฟ้องข้อหาซ่องโจร

 

ศาลพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1, 2, 4 และ 7 แต่ลดโทษจำเลยที่ 1 และ 2 เหลือจำคุกตลอดชีวิต เนื่องจากมีเหตุบรรเทาโทษ ส่วนจำเลยที่ 3 รับโทษจำคุก 8 เดือน ปรับ 7,000 บาท และจำเลยที่ 5 จำคุก 1 ปี 2 เดือน ปรับ 8,000 บาท โดยรอการลงโทษจำคุก 2 ปี

ศาลยกฟ้องจำเลยที่ 6 และ 8 ทุกข้อหา พร้อมสั่งให้จำเลยที่ 1, 2, 4 และ 7 ร่วมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้จัดการมรดก 801,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ส่วนจำเลยที่ 3, 5, 6 และ 8 ไม่ต้องร่วมรับผิดชดใช้

 
 

ข่าวล่าสุด

'ศุภชัย'ท้า'สนธิ'เปิดหลักฐานปมซื้อเสียง 500–1,000 บาท โยงภูมิใจไทย

'ศุภชัย'ท้า'สนธิ'เปิดหลักฐานปมซื้อเสียง 500–1,000 บาท โยงภูมิใจไทย