บุคลากรแพทย์อินโดหลายร้อยติดโควิดแม้ฉีดวัคซีน

วันที่ 17 มิ.ย. 2564 เวลา 18:00 น.
บุคลากรแพทย์อินโดหลายร้อยติดโควิดแม้ฉีดวัคซีน
อินโดนีเซียเผยพบบุคลากรแพทย์ติดโควิด-19 อื้อหลังสายพันธุ์เดลตาระบาด

รอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์รวมมากกว่า 350 รายติดโควิด-19 แม้จะได้รับวัคซีนแล้ว ขณะที่หลายสิบรายกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนในการยับยั้งโควิด-19 ที่แพร่ระบาดมากขึ้นโดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา

รายงานระบุว่าบุคลากรที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการและกำลังกักตัวเองที่บ้าน ขณะที่ส่วนหนึ่งต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเนื่องจากมีไข้สูงและระดับออกซิเจนต่ำ

ทั้งนี้ อินโดนีเซียกำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยคาดว่ามีสาเหตุมาจากโควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตาซึ่งสามารถแพร่ระบาดได้มากกว่าสายพันธ์อื่น และเพิ่มอัตราการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลกว่า 90%

โดยบรรดาบุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรกในอินโดนีเซียที่ได้รับการฉีดวัคซีนในเดือนมกราคม ซึ่งสมาคมการแพทย์อินโดนีเซียระบุว่าส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทซิโนแวค

ซึ่งหลังฉีดวัคซีนไปแล้วสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ของบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว จาก 158 รายในเดือนมกราคมเหลือเพียง 13 รายในเดือนพฤษภาคม

ถึงกระนั้น ดิกกี้ บูดีมัน นักระบาดวิทยาที่มหาวิทยาลัยกริฟฟิธของออสเตรเลียกล่าวว่าในอินโดนีเซียมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้น และเรายังไม่แน่ใจว่าซิโนแวคมีประสิทธิภาพในการต้านโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาได้ดีเพียงใด

นอกจากนี้สถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์จากอินเดียเผิดเผยการศึกษาระบุว่าโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในประเทศอินเดีย มีโอกาสที่จะแพร่เชื้อได้แม้จะได้รับวัคซีนแล้วไม่ว่าจะเป็นเข็มเดียวหรือ 2 เข็มก็ตาม

ขณะนี้อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 1.9 ล้านรายและเสียชีวิต 53,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 946 ราย

อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนไม่ได้เป็นการรับรองว่าจะไม่ติดเชื้อเนื่องจากยังไม่มีวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทใดสามารถต้านเชื้อได้ 100% แต่หากติดเชื้อจะช่วยให้ไวรัสมีน้อยกว่าและอาการป่วยรุนแรงน้อยกว่าผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน ดังนั้นหากฉีดวัคซีนแล้วจึงยังต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมืออยู่เสมอ

Photo by CHAIDEER MAHYUDDIN / AFP