
ศาลรธน. รับวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ขีดเส้น ครม. แจงใน 7 วัน
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้อง สส. 133 คน ยื่นวินิจฉัย พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000,000,000 บาท ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่ พร้อมสั่ง ครม. แจงใน 7 วัน
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ สส. 133 คน ที่ขอให้วินิจฉัยว่า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
- คำร้องดังกล่าวระบุว่าการออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 กำหนดไว้
- ศาลฯ ได้สั่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดทำคำชี้แจงพร้อมส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 133 คน เข้าชื่อเสนอความเห็นว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2026 วงเงิน 400,000,000,000 บาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง หรือไม่ พร้อมสั่งให้คณะรัฐมนตรีจัดทำคำชี้แจงและส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
ผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า คำร้องและเอกสารประกอบคำร้องดังกล่าว เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (1) จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ผู้ร้องทราบ
การยื่นคำร้องในครั้งนี้ สืบเนื่องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้ร้อง ว่าพระราชกำหนดกู้เงินฉบับดังกล่าวไม่มีเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด ประธานสภาผู้แทนราษฎรจึงส่งความเห็นเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามขั้นตอน
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งข้อกฎหมายเพิ่มเติมว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 34 แต่หากเป็นการวิจารณ์คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลที่มิได้กระทำโดยสุจริต โดยใช้ถ้อยคำหยาบคาย เสียดสี หรืออาฆาตมาดร้าย จะมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 38 และมาตรา 39 รวมถึงอาจมีความผิดฐานดูหมิ่นศาลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 ด้วย







