หลบทะเลฝุ่น ปั่นเที่ยวเมืองสายน้ำ ‘อัมพวา’

  • วันที่ 09 ก.พ. 2562 เวลา 13:38 น.

หลบทะเลฝุ่น ปั่นเที่ยวเมืองสายน้ำ ‘อัมพวา’

หนีฝุ่นไปเที่ยวจังหวัดใกล้กรุงเทพฯ แต่ไกลจากม่านฝุ่นจิ๋วที่ปกคลุมย่านเขตอุตสาหกรรม ไปสูดอากาศดีริมแม่น้ำใน “อัมพวา” จ.สมุทรสงคราม

กับการปั่นจักรยานท่องเที่ยวตามการรณรงค์ของนักวิชาการหลายท่าน ที่เสนอแนะให้ทุกคนใช้จักรยานแทนการขับรถยนต์ในช่วงอากาศปิดเพื่อไม่เพิ่มค่า PM2.5

อัมพวา มีร้านจักรยานให้เช่าหลายร้าน โดยเฉพาะบริเวณตลาดน้ำที่มีให้เลือกทั้งจักรยานแม่บ้าน จักรยานเสือภูเขา หรือใครที่พักค้างแรม ตามที่พักส่วนใหญ่จะมีบริการให้ยืมจักรยานฟรีพร้อมแนบแผนที่ปั่นจักรยานมาให้เสร็จสรรพ โดยส่วนใหญ่ตามเส้นทางจะมีวัดตั้งอยู่เรียงราย ผู้ที่ประสงค์จะไหว้พระ 9 วัด อาจเก็บได้มากกว่า

เส้นทางปั่นจักรยานสามารถเริ่มต้นที่อุทยาน ร.2 ถนนสายดังกล่าวเป็นถนนเส้นใน มีรถยนต์สัญจรแต่ไม่มากเท่าเส้นหลัก ให้มุ่งหน้าไปทางวัดบางพรหม จากนั้นขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองไปเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเคยเป็นอันซีนประเทศไทยที่วัดค่ายบางกุ้ง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

จุดที่เป็นอันซีนคือ โบสถ์ที่ถูกปกคลุมด้วยรากต้นโพธิ์ ต้นกร่าง และต้นไกร จนแทบไม่เห็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ลักษณะเป็นการก่ออิฐถือปูน ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และมีหน้าบันรูปปูนปั้นลวดลายพันธุ์พฤกษาประดับด้วยเครื่องถ้วย ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของสมัยกรุงศรีอยุธยา

และยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อนิลมณี หรือหลวงพ่อดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัย สลักจากหินทรายแดง ซึ่งปัจจุบันพระพุทธรูปกลายเป็นสีทองจากแผ่นทองคำเปลวที่ผู้คนมานำปิดด้วยความเลื่อมใสศรัทธา

นอกจากนี้ ประวัติศาสตร์ยังระบุไว้ว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย กองทัพเมียนมาได้ยกทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าเอกทัศจึงทรงรับสั่งให้หัวเมืองทางใต้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่ายสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งไว้ และตั้งเป็นค่ายบางกุ้งเพื่อสกัดกั้นข้าศึกที่จะยกทัพเข้ามาตามลำน้ำแม่กลอง แต่ครั้งนั้นกองทัพของกรุงศรีอยุธยาไม่สามารถต้านทานไว้ได้ค่ายบางกุ้งจึงแตก กลายสภาพเป็นค่ายร้าง

จนกระทั่งถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรี พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ชาวจีนรวบรวมกำลังมาตั้งเป็นกองทหารรักษาค่ายเก่าที่บางกุ้ง จากนั้นไม่นานกองทัพเมียนมา นำโดยเจ้าเมืองทวายได้ยกทัพบกและทัพเรือมาล้อมค่ายจีนบางกุ้งไว้ เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงทราบจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ยกทัพไปช่วยเหลือทหารจีน และสามารถขับไล่ข้าศึกได้ในที่สุด

หลังจากนั้นค่ายบางกุ้งก็ถูกปล่อยร้างเกือบ 200 ปี จนเมื่อ 52 ปีก่อนกระทรวงศึกษาธิการได้เข้ามาบูรณะให้เป็นค่ายลูกเสือ และสร้างศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไว้เป็นอนุสรณ์ และอีก 30 ปีต่อมากรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดบางกุ้งให้เป็นโบราณสถานของชาติเป็นที่เรียบร้อย

จากวัดค่ายบางกุ้ง ถนนเส้นดังกล่าวเป็นที่ตั้งของวัดโบสถ์ วัดปากน้ำ และวัดที่น่าสนใจอีกแห่งคือ วัดบางแคน้อย อายุ 120 ปี มีอุโบสถหลังปัจจุบันที่มีความวิจิตร ภายในเป็นไม้สักแกะสลักบอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ รวมถึงเรื่องราวของพระเจ้าสิบชาติจากฝีมือช่างชาวเพชรบุรี ซึ่งไม้สักแกะสลักทั้งหมดอยู่บนฝาผนังแทนจิตรกรรมอย่างเช่นวัดอื่น ส่วนพื้นของอุโบสถใช้ไม้ตะเคียน 7 แผ่นขัดเงามันวับเสมือนเป็นกระจกสะท้อนความงดงาม

ไม่ไกลจากวัดบางแคน้อย เบรกสายธรรมไว้สักครู่สู่ ศูนย์อนุรักษ์แมวไทยโบราณ หรือบ้านแมวไทย สถานที่เลี้ยงแมวไทยหายากไว้หลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะแมวไทยสายพันธุ์แท้ดั้งเดิมอย่าง แมววิเชียรมาศ ที่ได้จดทะเบียนเป็นสัตว์พันธุ์แท้ของโลกในชื่อ Siamese Cat และถูกยอมรับว่าเป็นแมวขนสั้นที่สวยสง่าที่สุดในโลก

ศูนย์แห่งนี้จึงเหมาะแก่การหาความรู้เรื่องแมวไทย และยังมีบทบาทในการอนุรักษ์แมวไทยให้อยู่คู่เป็นสมบัติของชาติ ภายในมีเรือนเพาะเลี้ยงแมวไทย แบ่งเป็นกรงแมวไทยสายพันธุ์ต่างๆ และมีป้ายบรรยายคุณลักษณะของแมวไทยโบราณทั้งที่ยังคงมีอยู่และสูญพันธุ์ไป

ปัจจุบันแมวไทยพันธุ์โบราณสูญพันธุ์ไปแล้ว 13 สายพันธุ์ ยังคงเหลือในปัจจุบันเพียง 5 สายพันธุ์ ได้แก่ แมววิเชียรมาศ แมวสีสวาด แมวศุภลักษณ์ แมวโกนจา และแมวขาวมณี ซึ่งทั้งหมดสามารถชมได้ที่ศูนย์แห่งนี้

ศูนย์อนุรักษ์แมวไทยโบราณ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม แต่สามารถบริจาคเงินสนับสนุน เพื่อให้บ้านหลังนี้มีกำลังทรัพย์และกำลังใจในการอนุรักษ์แมวไทยหายากต่อไป

จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามโค้งน้ำแม่กลองจะเจอกับวัดบางแคใหญ่ ปั่นตรงไปตามถนนจะเห็นแยกมีสะพานให้ข้ามแม่น้ำอีกหน เลี้ยงซ้ายเมื่อสุดทาง ปั่นตรงไปเรื่อยๆ จนถึงสามแยกไฟแดงเข้าตลาดน้ำอัมพวา ถ้าหากมาวันหยุดและตรงกับช่วงเย็นพอดีแนะนำให้ไปสิ้นสุดการเดินทางที่ตลาดน้ำ เพื่อไปดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเย็นที่ร้านรวงจะเปิดไฟกลมสีเหลืองฉาบทั้งคุ้งน้ำเป็นสีนวลอร่าม

แต่หากยังเหลือเวลาอีกสักหน่อยให้ปั่นตรงไปเพื่อไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดสุดท้าย วัดจุฬามณี วัดเก่าแก่อีกแห่ง สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง

วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานสังขารของหลวงพ่อเนื่อง โกวิท อดีตเจ้าอาวาส ที่ชาวอัมพวาเลื่อมใสศรัทธา และมีอุโบสถจตุรมุขหินอ่อน ปูพื้นด้วยหยกสีเขียวจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน ภายในประดิษฐานพระประธานบนฐานสูง และบนฝาผนังมีภาพจิตรกรรมแสดงเรื่องราวพุทธประวัติและนิทานชาดก ฝีมือของจิตรกรหญิงที่ใช้เวลาในการวาดนานถึง 6 ปี

นอกจากนี้ ก่อนกลับไปตะลุยกินที่ตลาดน้ำ อย่าลืมซื้อทองม้วนแม่ละอองด้านหน้าวัดจุฬามณี กินรองท้องก่อนปั่นไปคืนจักรยาน

สมุทรสงคราม ถูกกำหนดให้เป็น 1 ใน 12 เมืองต้องห้าม...พลาดตั้งแต่ปี 2558 ได้รับสมญานามว่าเป็น “เมืองสายน้ำสามเวลา” เนื่องจากวิถีชีวิตของชาวบ้านมีความเชื่อมโยงกับสายน้ำ ตั้งแต่เช้าตรู่ชาวบ้านจะออกมาที่ท่าน้ำเพื่อรอใส่บาตรพระริมคลอง กลางวันใช้เรือไปเข้าสวนและสัญจร ส่วนยามค่ำคืนใช้เรือชมหิ่งห้อยใต้ต้นลำพู

และสมุทรสงครามยังมีความเกี่ยวข้องกับเลขสาม เพราะมี 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.อัมพวา และ อ.บางคนที และมี 3 นาคือนาข้าว นากุ้ง และนาเกลือ

ที่ผ่านมาโครงการ 12 เมืองต้องห้าม...พลาด ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีส่งผลให้มีจำนวนและรายได้ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี โดยในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค. 2560 มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเข้าพื้นที่ 13.6 ล้านคน และสร้างรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยว 5.2 หมื่นล้านบาท

ทั้งยังมีการต่อยอดสู่โครงการ 12 เมืองต้องห้าม…พลาด Plus เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจาก 12 เมืองเดิม อย่างสมุทรสงครามเชื่อมโยงกับนครปฐม จังหวัดที่มีวิถีชีวิตเกี่ยวโยงกับสายน้ำเช่นเดียวกัน

หากภูมิแพ้กรุงเทพฯ กำเริบ ให้ไปอัมพวา ไปปั่นจักรยาน ไหว้พระ ชมสวนมะพร้าว กินปลาทู เล่นกับแมว เก็บเกี่ยวความสุขทางใจ และให้กายหายใจคล่อง ก่อนกลับไปเผชิญกับภูเขาตึกและทะเลฝุ่นใน กทม.

ข่าวอื่นๆ