
สหรัฐถล่มอิหร่านต่อเนื่อง ทรัมป์ย้ำพร้อมเจรจา แต่ยังเดินหน้าใช้กำลัง
สหรัฐโจมตีเป้าหมายในอิหร่านต่อเนื่อง ขณะทรัมป์เปิดทางเจรจาแต่ย้ำพร้อมยกระดับสงคราม ดันตะวันออกกลางตึงเครียด กระทบตลาดพลังงานโลก
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (25 ก.ค.) ว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน พร้อมประกาศเตรียม "การตอบโต้ทางทหารครั้งใหญ่" ต่อรัฐบาลเตหะรานและกลุ่มฮูตีในเยเมน หากยังคงเดินหน้าโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯ แม้จะยืนยันว่าประตูสู่การเจรจาทางการทูตยังไม่ปิดก็ตาม
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวล่มสลายเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ความขัดแย้งกลับมาปะทุอีกครั้ง โดยกองทัพอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศอาหรับ พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่ว่า อาคารพลเรือนที่ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของทหารสหรัฐฯ อาจตกเป็นเป้าหมายโจมตี
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขู่ขยายปฏิบัติการโจมตีไปยังโรงงานพลังงาน สะพานสำคัญ รวมถึงอาจส่งกำลังภาคพื้นดินเข้ายึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน และโจมตีฐานนิวเคลียร์ใต้ดินที่เรียกว่า Pickaxe Mountain
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่เพิ่มเติม พร้อมกล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่าน และมองว่าฝ่ายอิหร่านมีท่าทีจริงจังต่อการพูดคุยมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา แม้ยังไม่อาจรับประกันว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้
เมื่อถูกถามถึงยุทธศาสตร์ยุติสงคราม ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ มีสองทางเลือก คือ เดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อไปและเพิ่มความรุนแรงจนทำลายศักยภาพของอิหร่าน หรือใช้แนวทางที่ชาญฉลาดกว่าด้วยการบรรลุข้อตกลงทางการทูต พร้อมย้ำว่า "สหรัฐฯ พร้อมปฏิบัติการทุกเมื่อ"
อิหร่านตอบโต้ ฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางตกเป็นเป้า
กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 13 ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพและทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ในหลายประเทศตะวันออกกลาง
สื่ออิหร่านรายงานว่า ขีปนาวุธสหรัฐฯ โจมตีสำนักงานใหญ่กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ในจังหวัดกีลาน รวมถึงเมืองท่าบันดาร์ อันซาลี ขณะที่สถานีโทรทัศน์ IRIB ระบุว่า การโจมตีเมืองอาห์วาซทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และบาดเจ็บ 5 ราย
กระทรวงสาธารณสุขอิหร่านเปิดเผยว่า นับตั้งแต่การปะทะกลับมาปลายเดือนมิถุนายน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 59 ราย และบาดเจ็บ 666 ราย
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติฯ เตือนประเทศแถบอ่าวอาหรับว่า อาจมีการโจมตีบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯ ที่ใช้พื้นที่พลเรือนเป็นฐานปฏิบัติการ พร้อมประกาศว่าจะตอบโต้ทหารสหรัฐฯ สำหรับชาวอิหร่านทุกคนที่เสียชีวิต
กบฏฮูตีขยายโจมตี กระทบเส้นทางขนส่งน้ำมัน
ความตึงเครียดยังลุกลามสู่ทะเลแดง หลังกลุ่กบฏมฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลซาอุดีอาระเบีย และอ้างว่าได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ ส่งผลให้กองกำลังพันธมิตรที่ซาอุดีอาระเบียนำ เปิดปฏิบัติการโจมตีฐานทหารของฮูตีในจังหวัดโฮเดดะห์ของเยเมน
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นกว่า 7% จนทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ก่อนจะอ่อนตัวลงในเวลาต่อมา โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงมาอยู่เหนือระดับ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินเรือหลายแห่งต้องเปลี่ยนเส้นทางผ่านคลองสุเอซและอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งและค่าเบี้ยประกันภัยในทะเลแดงเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ปากีสถานเดินหน้าประสานฟื้นการเจรจา
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปากีสถานกำลังหารือแนวทางฟื้นการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อยุติสงคราม หลังได้รับการผลักดันจากจีน โดยมีการหารือเบื้องต้นระหว่างการเยือนกรุงอิสลามาบัดของรัฐมนตรีมหาดไทยอิหร่านในสัปดาห์นี้
สหรัฐฯ เตือนพลเมืองเพิ่มความระมัดระวัง
อิหร่านอ้างว่าได้โจมตีคลังยุทโธปกรณ์และฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต บาห์เรน จอร์แดน และภูมิภาคเคอร์ดิสถานของอิรัก ขณะที่จอร์แดนระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธ 7 ลูก และโดรน 6 ลำของอิหร่านได้โดยไม่มีความเสียหาย
ด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงแบกแดดออกประกาศเตือนให้พลเมืองสหรัฐฯ ที่อยู่ในตะวันออกกลางเพิ่มความระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด







