
ตลาดหุ้นสหรัฐผันผวน หุ้นเทคร่วงกังวลลงทุน AI ฉุด Nasdaq ปิดลบ
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดผสม Nasdaq ปรับตัวลดลงจากแรงขายหุ้นชิป นักลงทุนกังวลต้นทุน AI ที่พุ่งสูงก่อนบริษัทยักษ์ใหญ่ประกาศผลประกอบการ ขณะที่ราคาน้ำมันร่วงและทองคำขยับขึ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายวันศุกร์ (25 ก.ค. 2569) โดยดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลดลงจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังนักลงทุนเริ่มวิตกต่อการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะทยอยประกาศผลประกอบการในสัปดาห์หน้า
ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงช่วยจำกัดแรงกดดันต่อตลาดโดยรวม แม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป
ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดเพิ่มขึ้น 235.60 จุด หรือ 0.46% ที่ 51,947.25 จุด
ส่วน S&P 500 เพิ่มขึ้นเพียง 3.68 จุด หรือ 0.05% ปิดที่ 7,411.98 จุด
ขณะที่ Nasdaq Composite ลดลง 161.87 จุด หรือ 0.64% ปิดที่ 24,975.82 จุด
แรงกดดันสำคัญมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยดัชนี S&P 500 Technology Index ปรับตัวลง 0.88% และหุ้นกลุ่มชิปเผชิญแรงขายอย่างหนัก หลังนักลงทุนเริ่มลดความเชื่อมั่นต่อการลงทุนด้าน AI ซึ่งต้องใช้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาล
นักลงทุนกำลังจับตาผลประกอบการของ Microsoft, Amazon.com, Meta และ Apple ในสัปดาห์หน้า แต่บรรยากาศการลงทุนเริ่มเปลี่ยนไปหลัง Alphabet ประกาศเพิ่มงบลงทุน (Capital Expenditure) แม้ว่าบริษัทจะยังคงใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ส่งผลให้ตลาดตั้งคำถามว่าการแข่งขันด้าน AI จะต้องแลกกับต้นทุนที่สูงขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
แม้ Intel จะคาดการณ์รายได้และกำไรรายไตรมาสสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ พร้อมประกาศแผนเพิ่มการลงทุนในช่วงสองปีข้างหน้า แต่หุ้นกลับร่วง 7.9%
ขณะที่ดัชนี Philadelphia SE Semiconductor Index ดิ่งลงถึง 4.5% สะท้อนความกังวลของตลาดต่อภาระการลงทุนของอุตสาหกรรมชิป
เมื่อพิจารณาตลอดสัปดาห์ ดัชนี Dow Jones ลดลง 0.4% นับเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.6% และ Nasdaq ร่วง 2% ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2
ด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงมากกว่า 4% หลังมีรายงานว่าจีนเริ่มผลักดันการรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน แม้ว่าราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มปิดสัปดาห์ในระดับสูง
สัญญาน้ำมันดิบ Brent ปิดที่ 96.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 3.91 ดอลลาร์ หรือ 3.88% หลังจากวันก่อนหน้าปรับขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งสัปดาห์ Brent ยังเพิ่มขึ้นเกือบ 10%
ส่วนน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ปิดที่ 89.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 2.88 ดอลลาร์ หรือ 3.12% แต่ยังคงเพิ่มขึ้น 8.27% เมื่อเทียบรายสัปดาห์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน การสู้รบที่ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการโจมตีเรือพาณิชย์ในทะเลแดงโดยกลุ่มฮูตี
ขณะที่ตลาดทองคำปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 0.1% มาอยู่ที่ 4,052.78 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากร่วงลงเกือบ 2% ในวันก่อนหน้า
โดยนักลงทุนยังคงเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางการประเมินผลกระทบของสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อเงินเฟ้อ ก่อนการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในสัปดาห์หน้า
สัญญาทองคำล่วงหน้าส่งมอบเดือนสิงหาคมของสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น 0.5% ที่ 4,070.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์







