
ภารกิจแบงก์ชาติยุคใหม่ “วิทัย” ชู 4 โจทย์ใหญ่แก้หนี้ครัวเรือน - SMEs เข้าถึงเงินทุน - สกัดทุนเทา
ผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำ “เสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค” ยังเป็น Core Mandate ไม่เคยเปลี่ยน แต่โจทย์ไทยวันนี้ขยับจากเงินเฟ้อและเสถียรภาพการเงิน สู่ปัญหาเศรษฐกิจโตต่ำและศักยภาพลดลง เดินหน้า 4 ภารกิจด้านการเงิน ตั้งแต่แก้หนี้ครัวเรือน SMEs เข้าถึงสินเชื่อ ลดต้นทุนทางการเงิน และสกัดทุนเทา พร้อมขยายกำกับ Nonbank มากขึ้น
KEY
POINTS
- ผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคยังเป็น Core Mandate ไม่เคยเปลี่ยน แต่โจทย์ไทยขยับจากเงินเฟ้อและเสถียรภาพการเงิน
- สู่ปัญหาเศรษฐกิจโตต่ำและศักยภาพลดลง เดินหน้า 4 ภารกิจด้านการเงิน ตั้งแต่แก้หนี้ครัวเรือน SMEs เข้าถึงสินเชื่อ
- ลดต้นทุนทางการเงิน และสกัดทุนเทา พร้อมขยายกำกับ Nonbank มากขึ้น
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวระบุว่า แนวคิดเรื่องภารกิจแบงค์ชาติ ขอเล่าให้ฟัง แบงค์ชาติยังทำภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค เป็น Core Mandate
เรื่องนี้ไม่เคยเปลี่ยน แต่ความเสี่ยงเรื่องเสถียรภาพด้านราคาและระบบการเงินลดลงมาก - เงินเฟ้อ (ก่อนสงคราม) อยู่ต่ำจนติดลบ และแบงค์มีผลประกอบการและเงินกองทุนแข็งแรงมาก (จนอาจมากเกินไปด้วยซ้ำ)
แต่ปัจจุบันปัญหาของไทย กลับอยู่ที่อัตราการเติบโตและศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดต่ำลงเรื่อยๆ จากปัญหาเชิงโครงสร้างมากมาย
ถ้าเราได้แต่วิเคราะห์ปัญหาอย่างเดียว มัวแต่วิจารณ์คนอื่น แต่ไม่ช่วยกัน “ลงมือทำ” เสียที เศรษฐกิจจะโตช้าลงเรื่อยๆ ธุรกิจและชาวบ้านจะมีรายได้ลดลง จนไม่พอรายจ่าย ท้ายที่สุดจะเป็น NPL และวนกลับมากระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคแน่นอน
จะมีประโยชน์อะไร ถ้าแบงค์ชาติบรรลุเป้าหมายเสถียรภาพ แต่เศรษฐกิจแย่ลงเรื่อยๆ ธุรกิจปิดตัว และจะมีคนจนลงอีกมากแน่นอน
ขอย้ำอีกครั้งว่า ภารกิจหลักของแบงก์ชาติคือ “การรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค” ไม่เคยเปลี่ยนเลย
แต่เมื่อโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ได้เหมือนโลกยุคก่อนแล้ว แบงค์ชาติยุคนี้จึงต้องเน้นลงมือทำ "แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง" แต่ทำเฉพาะที่เกี่ยวกับด้านการเงินใน 4 เรื่อง คือ
- การแก้หนี้ครัวเรือน
- Inclusion ให้ SMEs และรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อได้
- การทำให้ต้นทุนการใช้บริการทางการเงินที่เป็นธรรมแก่รายย่อย & SMEs (ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย) และ
- การป้องกันไม่ให้ใช้ช่องทางการเงินเอื้อต่อทุนเทาและคอรัปชั่น
ทั้งหมดอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของแบงก์ชาติตามที่กำหนดใน พ.ร.บ. ชัดเจน และจริงๆที่ผ่านมาแบงก์ชาติ ก็ทำทั้ง 4 เรื่องนี้อยู่แล้วบ้าง จากนี้ไป จะเข้ากำกับ Nonbank ทั้งด้าน Lending และ Payment มากขึ้น เพราะเห็นความเสี่ยงที่ประชาชนถูกเอาเปรียบ และเป็นทางผ่านของธุรกรรมไม่ปกติเพิ่มขึ้น
เมื่อความเสี่ยงเปลี่ยน แบงก์ชาติก็ต้องปรับตัว ถ้าเราไม่เปลี่ยนก็จะทำหน้าที่ได้ไม่ดี ทำไม่เต็มที่ตามที่ควรต้องทำ ถึงจะสบายกว่า ง่ายกว่าก็ตาม
แต่โชคดีที่แบงก์ชาติเป็นองค์กรที่ร่วมกันปรับตัว มีคนเก่งที่ยังมีพลัง และมีจิตใจดีอยู่มากมาย เราไม่อยากติดยึดอยู่ใน “โลกเก่า” ที่มีแต่วิจารณ์คนอื่น สร้างภาพสวย แต่ไม่เคยมีผลงานให้ได้จดจำ
"อยากชวนทุกคนมาช่วยกันลงมือทำจริง ๆ ร่วมกันทำให้ประเทศดีขึ้นให้ได้ ช่วยกัน."







