
ตำรวจเรียก ‘ไอซ์ รักชนก’ รอบ 2 นัด 17 ส.ค. ทนายสุชาติจ่อขอหมายจับหากไม่มา
สน.ทองหล่อออกหมายเรียก “รักชนก ศรีนอก” ครั้งที่ 2 ใน 2 คดี นัดพบ 17 ส.ค. ทนาย “สุชาติ” ยืนยันเตรียมสังเกตการณ์ หากไม่มา จะขอให้ตำรวจยื่นศาลออกหมายจับ
14 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อว่า พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ แป้นจันทร์ พนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียก น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” สส.พรรคประชาชน ในฐานะผู้ต้องหาเป็นครั้งที่ 2 จำนวน 2 คดี โดยกำหนดให้เข้าพบพนักงานสอบสวนวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น.
ทั้ง 2 คดีมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้กล่าวหา โดยมอบอำนาจให้นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” ทนายความส่วนตัว เข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ทองหล่อ
ข้อกล่าวหาตามหมายเรียกเกี่ยวข้องกับการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในลักษณะที่อาจทำให้ประชาชนตื่นตระหนก และข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
ต้นเหตุของคดีมาจากโพสต์ของ น.ส.รักชนก เมื่อวันที่ 18 และ 22 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงนายสุชาติ ทั้งในประเด็นพฤติกรรมส่วนตัวและข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริต รวมถึงกรณีอาคาร SKYY 9 การส่งแรงงานไปเก็บผลไม้เบอร์รีที่ประเทศฟินแลนด์ และข้อมูลผลสำรวจเกี่ยวกับกรมควบคุมมลพิษ
ฝ่ายนายสุชาติเห็นว่า ข้อความดังกล่าวทำให้ได้รับความเสียหาย จึงมอบอำนาจให้ทนายความร้องทุกข์กล่าวโทษ และดำเนินคดีอาญากับ น.ส.รักชนก รวม 2 คดี
นายณัฐวุฒิยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า การออกหมายเรียกครั้งที่ 2 เป็นเรื่องจริง พร้อมระบุว่า ต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย พยานหลักฐาน และขั้นตอนของพนักงานสอบสวน
พร้อมกันนี้ นายณัฐวุฒิระบุว่า ตนพร้อมทีมทนายความจะเดินทางไป สน.ทองหล่อ ในวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 13.00 น. เพื่อสังเกตการณ์ว่า น.ส.รักชนกจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกหรือไม่
หาก น.ส.รักชนกไม่มาตามหมายเรียก นายณัฐวุฒิระบุว่าจะยื่นหนังสือต่อผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ขอให้พิจารณาดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 (2) และยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อขอออกหมายจับ
อย่างไรก็ตาม การจะออกหมายจับหรือไม่ เป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณาจากข้อเท็จจริง พฤติการณ์ และพยานหลักฐานตามกฎหมาย
ประเด็นดังกล่าวถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากรัฐสภามีกำหนดเปิดประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2/2569 ในวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ซึ่งหลังเปิดสมัยประชุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
นายณัฐวุฒิยังระบุว่า หากอัยการมีคำสั่งฟ้องคดี ฝ่ายนายสุชาติจะพิจารณายื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม และเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน 50 ล้านบาท รวมถึงอาจใช้สิทธิฟ้องคดีเองหากเห็นว่ากระบวนการล่าช้า
นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้า นายณัฐวุฒิเตรียมยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบว่า พฤติการณ์ของ น.ส.รักชนก เข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
นายณัฐวุฒิยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากนายสุชาติ และขอให้ทุกฝ่ายพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันตามกระบวนการยุติธรรม







