posttoday
'ไชยชนก' เบรก กฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ปมโมเดล อียู ตึงเกินไป

'ไชยชนก' เบรก กฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ปมโมเดล อียู ตึงเกินไป

14 สิงหาคม 2569

'ไชยชนก' เบรก กฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม หลังมอง โมเดล EU เข้มเกินไป รื้อโจทย์ค่าธรรมเนียมใหม่ ลุ้นอาจเข้าสภาฯทัน ก.ย.69

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. ... ว่า ได้ให้นโยบายให้ชะลอและปรับแนวทางของร่างกฎหมายที่เดิมอ้างอิงจากกฎหมายของสหภาพยุโรป (EU)

 

ทั้งนี้ เห็นว่าแนวทางของ EU มีความเข้มงวดเกินไปสำหรับบริบทของไทย จึงต้องหาจุดที่เหมาะสม ขณะที่การดำเนินงานยังคงเดินหน้าต่อ และต้องหารือร่วมกับหลายหน่วยงาน รวมถึงกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์

 

กฎหมายแพลตฟอร์มเราก็กำลังเวิร์กอยู่ ไม่ได้หยุด ตอนแรกเราอ้างอิงมาจากกฎหมายของ EU วันนี้ผมก็ได้ให้นโยบายไปว่าให้ชะลอและปรับ เพราะมันเข้มเกินไป และ EU ก็กำลังปรับของเขาเอง เราก็ต้องหาจุดที่มันพอดีสำหรับเรา

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กระทรวงดีอีเคยตั้งเป้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเมื่อพิจารณาร่างแล้วเสร็จ จะส่งต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุม ซึ่งในขณะนั้นคาดว่าจะเป็นช่วงประมาณเดือน ก.ย.69 

 

สำหรับแนวทางกำกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงอยู่ระหว่างศึกษาหลายทางเลือก โดยประเด็นค่าธรรมเนียมไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่า GP แต่ต้องมองถึง Total Take Rate หรืออัตราการหักรายได้รวม

 

เนื่องจากหากลดค่า GP แพลตฟอร์มยังสามารถเพิ่มค่าธรรมเนียมประเภทอื่นได้ พร้อมศึกษาตัวอย่างจากต่างประเทศ เช่น ONDC (Open Network for Digital Commerce) ของอินเดีย และแนวทางของจีนที่มีการออกกฎหมายและจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมากำกับดูแลแพลตฟอร์ม

 

อีกแนวทางที่อยู่ระหว่างการศึกษา คือการสร้างแพลตฟอร์มกลางเพื่อรวบรวม Marketplace ที่สมัครใจเข้าร่วมให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ร่วมกัน โดยอาจมีสิทธิประโยชน์จากภาครัฐเป็นแรงจูงใจ หากระบบสามารถรวบรวมผู้ประกอบการหรือแพลตฟอร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะเป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มอำนาจต่อรอง นอกเหนือจากการปรับกฎหมายและการขอความร่วมมือจากแพลตฟอร์ม

 

ถ้าเกิดมันมีประสิทธิภาพ แล้วรวมตัว รวมศูนย์กลุ่มผู้ประกอบการหรือแพลตฟอร์มเด็กดี มาอยู่ด้วยกัน อย่างน้อยมันก็เป็นทางเลือกที่จะทำให้เรามีอำนาจการต่อรอง ขอความร่วมมือในอีกรูปแบบหนึ่งได้บ้าง เพราะฉะนั้นกำลังทำทุกทางอยู่

 

ส่วนแนวคิดการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อกำกับดูแลแพลตฟอร์มนั้น นายไชยชนก กล่าวว่า ยังเป็นหนึ่งในแนวทางที่อยู่ระหว่างศึกษา โดยนำโมเดลที่จีนประกาศออกมาประกอบการพิจารณา

 

ขณะเดียวกัน แนวคิดเดิมของร่างกฎหมายไทยก่อนที่จะถูกชะลอไว้ก็มีแนวคิดเรื่องการตั้งคณะทำงานอยู่แล้ว แต่ไม่ได้มีระดับความเข้มงวดเท่ากับแนวทางของจีน ทั้งนี้ การศึกษาการตั้งหน่วยงานกำกับไม่จำเป็นต้องตัดทางเลือกอื่นออก และสามารถดำเนินการควบคู่กันได้

ข่าวล่าสุด

บอร์ด ธ.ก.ส. ตั้งกรรมการสอบข้อร้องเรียนสหภาพฯ ปมบริหารงานผู้จัดการ สรุปภายใน 30 วัน

บอร์ด ธ.ก.ส. ตั้งกรรมการสอบข้อร้องเรียนสหภาพฯ ปมบริหารงานผู้จัดการ สรุปภายใน 30 วัน