
เจาะแผน HORGA ดูแลห้องเช่ากว่า 1.65 ล้านห้อง ปักธง IPO ในอีก 5 ปี
Horganice (ออร์แกไนซ์) แพลตฟอร์มบริหารธุรกิจอสังหารีแบรนด์สู่ HORGA ในรอบ 10 ปี พร้อมกางโรดแมปเติบโต IPO โชว์พอร์ต 1.65 ล้านห้อง
KEY
POINTS
- Horganice แพลตฟอร์มบริหารธุรกิจอสังหา รีแบรนด์สู่ HORGA ในรอบ 10 ปี
- โชว์พอร์ต 1.65 ล้านห้อง มีผู้เช่าหมุนเวียนในระบบกว่า 1.3 ล้านคน
- กางโรดแมปเติบโตเล็ง IPO ตลาด mai ในอีก 5 ปี ขยายนิวบิซซิเนส รับคนรุ่นใหม่หันเช่ามากกว่าซื้อ พร้อมปักธงขยายตลาดสู่ CLMV
ความฝันของผู้ประกอบการหอพักส่วนใหญ่คือการมีธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน หรือเป็น "เสือนอนกิน" แต่ในความเป็นจริงกลับต้องทำงานหนักเหมือน "เสือร้องไห้" ต้องเฝ้าตึก เก็บค่าเช่า และแก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตัวเอง
นี่คือจุดเริ่มต้นของ ธนวิชญ์ ต้นกันยา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด ผู้เติบโตมาในครอบครัวที่ประกอบธุรกิจหอพักและอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า เขาได้เห็นเบื้องหลังการทำงานของผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การจัดการสัญญาเช่า การออกบิลค่าเช่า การติดตามการชำระเงิน การแจ้งซ่อม ไปจนถึงการบริหารผู้เช่าจำนวนมาก
ซึ่งล้วนเป็นงานที่ที่ใช้และมีความซับซ้อนกว่าที่หลายคนเข้าใจ และด้วยพื้นฐานด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระหว่างปี 2554-2558
ประกอบกับความตั้งใจในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในธุรกิจครอบครัว ธนวิชญ์ จึงเริ่มพัฒนาระบบบริหารจัดการหอพักในรูปแบบออนไลน์เพื่อช่วยให้เจ้าของกิจการสามารถบริหารงานได้ง่ายขึ้น ลดงานที่ซับซ้อน ลดภาระงานเอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
แนวคิดดังกล่าวก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของ บริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2559 มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าอย่างหอพักอพาร์ทเมนท์ห้องเช่าให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดของเขา โพสต์ทูเดย์ได้นำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้
https://www.posttoday.com/smart-sme/735929
ผ่านมากว่า 10 ปี Horganice เติบโตจากการดูแลอพาร์ตเมนต์เพียง 12 แห่ง จำนวน 445 ห้อง สู่การเป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่มีอาคารในระบบแล้ว 27,974 อาคาร คิดเป็นห้องพักรวมกว่า 1.65 ล้านห้อง มีผู้เช่าหมุนเวียนในระบบกว่า 1.3 ล้านคน
มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารผ่านแพลตฟอร์มรวมกว่า 10,000 ล้านบาท มีรายการธุรกรรมบนระบบมากกว่า 12 ล้านรายการ และประมวลผลมูลค่าบิลรวมสะสมสูงถึง 2 ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ยังขยายธุรกิจสู่ตลาดสดและพื้นที่เช่าเชิงพาณิชย์ผ่านแพลตฟอร์ม Myket Pro ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 60 โครงการทั่วประเทศ ครอบคลุมแผงค้ากว่า 35,000 แผง และสร้างมูลค่าธุรกรรมรวมมากกว่า 5,000 ล้านบาท
รีแบรนด์ใหม่ในรอบ 10 ปี จาก Horganice สู่ HORGA
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน ธนวิชญ์ กล่าวว่าบริษัทกลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้งว่า จะยึดติดกับความสำเร็จในอดีตได้อีกนานแค่ไหน ในวันที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาประกาศรีแบรนด์จาก Horganice (ออร์แกไนซ์) สู่ HORGA เพื่อสะท้อนทิศทางธุรกิจในปัจจุบันที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงระบบบริหารหอพักและอพาร์ตเมนต์อีกต่อไป
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดจากการมองเห็น 4 เมกะเทรนด์ ได้แก่ AI และระบบอัตโนมัติที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น นวัตกรรมทางการเงินดิจิทัลที่ช่วยสร้างสภาพคล่อง กระแสความยั่งยืนและเทคโนโลยีสีเขียว เช่น โซลาร์เซลล์และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับการเช่ามากกว่าการเป็นเจ้าของ
5 บริการของ Horga
เขาบอกว่า ยังได้ปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด ประกอบด้วย
- Horga Apartment ระบบบริหารหอพักและอะพาร์ตเมนต์ ลดเวลาทำงาน เพิ่มกำไรให้ธุรกิจ สรุปรายงานผลประกอบการแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่บริษัทมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งอยู่เป็นทุนเดิม
- Horga Living แอปพลิเคชันสำหรับผู้เช่า จ่ายบิล และแจ้งเรื่องซ่อมง่ายสะดวกทุกการอยู่อาศัย สรุปค่าใช้จ่ายชัดเจน จัดการงบได้ง่ายขึ้น เป็นอีกหนึ่งบริการที่ต่อยอดมาจากธุรกิจแรก
- Horga Market ระบบบริหารตลาดและแผงค้า จัดผังพื้นที่ และเก็บค่าเช่าง่าย ออกแบบมาเพื่อธุรกิจตลาดโดยเฉพาะ ดูภาพรวมตลาดทั้งโครงการหรือเจาะรายโซน เพื่อนำข้อมูลไปปรับผังแผงค้าให้เหมาะสมที่สุด ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่เติบโตไปพร้อมกับลูกค้าที่มีธุรกิจหลายหลาก บริการนี้จึงมีจุดเริ่มต้นจากการทดลองนำโซลูชั่นของฮอร์ก้าอพาร์ตเมนต์ไปปรับใช้กับธุรกิจใหม่ นั่นคือพื้นที่เช่าในตลาดและได้ปรับปรุงจนกลายเป็นบริการใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี
- Horga Merchant แอปพลิเคชันสำหรับพ่อค้าแม่ค้า จัดการค่าเช่า และติดต่อผู้ดูแลในจบในแอปเดียว
- Horga X ศูนย์รวมอุปกรณ์ IOT และบริการครบวงจรสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้ ปัจจุบันเริ่มนำ AI เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เพื่อคาดการณ์พฤติกรรมผู้เช่าระยะยาว และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขายออนไลน์ จนสามารถปิดการเช่าห้องพักผ่านระบบออนไลน์ได้ 100% โดยไม่จำเป็นต้องเข้าชมห้องจริง
ขณะเดียวกันยังพัฒนา Workflow ที่ผสานการทำงานระหว่างคนกับ AI เพื่อให้ตอบสนองลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออัตราการปิดการเช่า ด้านเทคโนโลยี IoT และ Smart Meter บริษัทติดตั้งแล้วมากกว่า 200 โครงการ ช่วยเปลี่ยนการทำงานแบบ Manual สู่ระบบอัตโนมัติ สามารถตรวจจับการใช้น้ำ การรั่วไหล และประมวลผลการเรียกเก็บเงินได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา HORGA ประมวลผลค่าเช่าผ่านระบบแล้วกว่า 55,500 ล้านบาท โดยกว่า 72% เป็นการชำระผ่านการโอนเงิน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนโอกาสในการต่อยอดสู่ PropTech Financial Innovation เพื่อสร้างสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการหอพักและผู้ค้าในอนาคต
ตั้งเป้า IPO ตลาด mai ขยายสู่ CLMV
ปัจจุบัน HORGA ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% ในกลุ่มผู้ประกอบการหอพักที่ใช้ระบบบริหารจัดการออนไลน์ และจากการทดลองเข้าไปบริหารอาคารจริง พบว่าสามารถเพิ่มอัตราการเข้าพักจากประมาณ 62% เป็น 97% ส่งผลให้รายได้อาคารเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 40% และในบางทำเลสามารถเติบโตได้ถึง 2 เท่า
ภายใต้แผนการดำเนินงานธุรกิจในช่วง 4 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าหมายสร้างการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 25% ต่อปี พร้อมขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมอาคารหอพักและพาร์ตเมนต์มากกว่า 6,000 อาคาร ทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการต่อยอดนวัตกรรมและบริการสู่กลุ่มตลาดที่ให้เช่าโรงแรมขนาดเล็กและธุรกิจอสังหาประเภทอื่นๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีบริการและโอกาสทางธุรกิจเข้าไว้ด้วยกันรองรับการเติบโตของผู้ประกอบการในระยะยาว
“ตลาดคอนโดมิเนียม มีผู้เล่นที่ทำแพลตฟอร์มจัดการนิติคอนโดฯ เยอะมาก การกระโดดลงไปเล่นเองอาจไม่ใช่ทางของเรา แต่เราอาจจะใช้วิธีไปดูผู้เล่นในตลาดนั้นแล้วมารวมกันได้ไหม โดยที่เราไม่ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ หรือถ้าในอนาคตมีโอกาส มีเจ้าใหญ่เข้ามาเทคโอเวอร์เรา แล้วทำให้ลูกค้าของเราเติบโตได้มากขึ้น ดูแลลูกค้าได้ดีกว่าที่เราทำ ผมเชื่อว่านั่นก็เป็นหนึ่งในโอกาสที่ดี และเราก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง”
ทั้งนี้ ธนวิชญ์ เผยอีกว่า สำหรับการขยายธุรกิจ บริษัทมองกลุ่มประเทศ CLMV และเอเชียเป็นเป้าหมายหลัก โดยเลือก สปป.ลาว เป็น Sandbox แห่งแรกในการทดสอบตลาดต่างประเทศ เนื่องจากมีความใกล้เคียงทั้งด้านภาษา วัฒนธรรม และพฤติกรรมผู้บริโภค ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในลาวเริ่มทดลองใช้ระบบแล้ว 2-3 ราย
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ในการรวมเครือข่ายหอพักอิสระให้ดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรในการฟื้นฟูอาคารที่มีอัตราการเข้าพักต่ำให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นผ่านโมเดลเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และการปล่อยเช่ารายวันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
บริษัทตั้งเป้าสร้างรายได้มากกว่า 100 ล้านบาทภายใน 3 ปี จากปัจจุบันที่มีรายได้ราว 30-40 ล้านบาท พร้อมเตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายใน 5 ปีข้างหน้า และผลักดันมูลค่ากิจการสู่ระดับ 1,000 ล้านบาท
พร้อมกันนี้ บริษัทจะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานองค์กร ทั้ง ISO 29110 และมาตรฐานด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ
"เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การเติบโตของบริษัท แต่ต้องส่งมอบนวัตกรรมที่ช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จ สร้างผลตอบแทนที่ดีให้ผู้ถือหุ้น และทำให้ทีมงานทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปพร้อมกัน" นายธนวิชญ์ กล่าว







