Horganice 10 ปี จากปัญหาข้างถนน สู่นวัตกรรม เสือนอนกิน ครบวงจร
คำสบประมาทว่า “เด็กจบใหม่ทำไม่ได้” เกือบทำให้ Horganice ต้องปิดตัว แต่ความดื้อและการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทำให้วันนี้แพลตฟอร์มบริหารอสังหาฯ ไทยรายนี้ กลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของธุรกิจเช่า พร้อมก้าวสู่ยุค AI เพื่อยกระดับอสังหาฯ ไทยทั้งระบบ
KEY
POINTS
- เกือบปิดบริษัทเพราะคำสบประมาท “เด็กจบใหม่ทำไม่ได้” Horganice พลิกเกมด้วยความดื้อและยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง สู่แพลตฟอร์มบริหารอสังหาฯ
- จากสตาร์ทอัพที่เกือบล้ม สู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมอสังหาฯ ที่พร้อมทะยานสู่ยุค AI เพื่อยกระดับธุรกิจเช่าไทยทั้งระบบ
ในโลกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คำว่า “เสือนอนกิน” คือความฝันที่ใครหลายคนหลงใหล กับการมีรายได้แบบ Passive Income ไหลเข้ากระเป๋าโดยไม่ต้องลงแรง แต่ในความเป็นจริง “เสือ” หลายตัวกลับต้อง “วิ่งวุ่น” ทั้งจดมิเตอร์น้ำ-ไฟ ทวงค่าเช่า และปวดหัวกับเอกสารกองโต นั่นคือ สิ่งที่ ธนวิชญ์ ต้นกันยา (เฟิร์ส) ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด (Horganice) พบปัญหาโดยบังเอิญจากข้างถนน จนก่อเกิดเป็นธุรกิจมาได้ถึง 10 ปี ซึ่งเส้นทางจากวันนั้นถึงวันนี้ เขาบอกว่า “เกือบท้อใจ” จนคิด “ปิดบริษัท” มาแล้ว
จุดเริ่มต้นจากความล้มเหลว เมื่อ “นาฬิกา” ไม่ใช่คำตอบ
เขาเล่าว่า ก่อนจะมาเป็น Horganice ชีวิตการเป็นผู้ประกอบการของเขา ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ย้อนไปเมื่อสมัยยังเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาได้เรียนวิชา "Innovation to Market" ซึ่งเปลี่ยนมุมมองจากการเป็นเพียง “ผู้สร้าง” มาเป็น “ผู้นำนวัตกรรมสู่ตลาด” นั้น
โปรเจกต์แรกของเขาคือการทำ “นาฬิกา” ขายให้บริษัททัวร์ แต่เมื่อได้รับโอกาสไปฝึกงานที่ True Innovation และลองนำไอเดียไปเสนอ เขาพบความจริงที่เจ็บปวดว่า “ไม่มีใครอยากซื้อนาฬิกาของเขาจริงๆ” เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าทางการตลาดที่บริษัททัวร์ให้ความสำคัญ นาฬิกาไม่ได้ตอบโจทย์นั้น
สิ่งที่บริษัททัวร์ต้องการคือการทำให้ "แบรนด์เป็นที่จดจำ" ผ่านสิ่งของที่แจกให้ลูกค้า เช่น หมวก กระเป๋าสีเข้มๆ ธง หรือป้ายต่างๆ เพื่อให้คนในตลาดเห็นแบรนด์ของเขาเดินอยู่ทั่วไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็น ต้นทุนทางการตลาด ที่คุ้มค่ากว่าในมุมมองของพวกเขา ในขณะที่นาฬิกาของ ธนวิชญ์ อาจจะดูดีในแง่เทคโนโลยีแต่ไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าอยากลงทุน
สิ่งที่เขาคิดว่าดี กลับไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการ นี่คือบทเรียนแรกที่สอนให้เขารู้จักคำว่า Customer Centric หรือการเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่ยึดติดกับโซลูชันของตัวเอง
จุดเปลี่ยนจากป้ายหน้าหอพัก เมื่อปัญหาตะโกนบอกทาง
ในระหว่างฝึกงานที่กรุงเทพฯ ธนวิชญ์ เดินผ่านหอพักแถวรัชดาและเห็นป้ายที่เขียนว่า “หอพักนี้ไม่รับเงินสด โอนเงินเท่านั้น” ข้อความสั้นๆ นี้เหมือนเป็นเสียงตะโกนบอกปัญหาที่เขารู้สึกได้ทันที เพราะที่บ้านของเขาก็มีหอพักเล็กๆ ในต่างจังหวัดเช่นกัน เขาตัดสินใจทิ้งโปรเจกต์เดิมที่ทำมาหลายเดือน และหันมาเริ่มต้นใหม่จากศูนย์กับธุรกิจจัดการหอพัก
แม้เพื่อนในทีมจะอยากทำสิ่งที่ดู “เท่” กว่าอย่างนวัตกรรมแบบ Iron Man แต่ ธนวิชญ์ เลือกที่จะ “ทำตัวเป็นคนโง่” แล้วเดินเข้าไปคุยกับเจ้าของหอพักกว่า 100 แห่ง เพื่อเก็บข้อมูลความต้องการที่แท้จริงใส่กระดาษก่อนจะเริ่มเขียนโปรแกรมเสียด้วยซ้ำ
เกือบ “ปิดบริษัท” เพราะความไม่เชื่อมั่น
เส้นทางของ Horganice ในช่วงแรกนั้น "ไม่ง่าย" ธนวิชญ์ เล่าว่าเขาและทีมแทบจะ ปิดบริษัท ตั้งแต่วันแรกๆ เพราะคำสบประมาทที่ว่า “เด็กจบใหม่จะทำอะไรได้” หรือ “เรื่องแบบนี้ใครๆ ก็ทำกันทั้งโลก”
ในช่วงที่ท้อแท้ที่สุด เขาได้รับคำแนะนำจากพี่ในวงการสตาร์ทอัพว่า การทำธุรกิจเหมือนการเดินในที่มืด และหลายคนมักจะยอมแพ้ตรง “เส้นขีด” สุดท้ายก่อนจะถึงแสงสว่าง นั่นทำให้เขาตัดสินใจ “ดื้อ” ที่จะไปต่อ จนสามารถพิสูจน์ได้ว่าระบบของเขาสามารถแก้ปัญหาได้จริง และได้รับการร่วมลงทุนจาก Beacon VC (ในเครือธนาคารกสิกรไทย) ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านระบบการชำระเงิน (Payment Solution)
Horganice ในวันนี้ มากกว่าแค่การจัดการหอพัก
ชื่อของ Horganice มาจากคำว่า “หอ” + “Organize” และเล่นคำลงท้ายด้วย “Nice” ที่แปลว่า ดี ปัจจุบัน Horganice ดูแลอาคารกว่า 20,000 แห่ง หรือกว่า 1 ล้านยูนิต และมีเม็ดเงินค่าเช่าหมุนเวียนในระบบนับหมื่นล้านบาทต่อปี โดยมีโซลูชันที่ครอบคลุมตั้งแต่
• ระบบจัดการหลังบ้าน: ไม่ใช่แค่หอพัก แต่รวมถึงตลาด (เช่น ตลาดไท), ออฟฟิศ และหน่วยงานภาครัฐ
• Payment Solution: ระบบตรวจเช็กการโอนเงินอัตโนมัติที่เชื่อมกับธนาคารโดยตรง
• IoT & Hardware: มิเตอร์น้ำไฟอัจฉริยะที่อ่านค่าอัตโนมัติทุก 15 นาที ไม่ต้องเดินจดให้เสียเวลา
• Accounting Service: เชื่อมต่อข้อมูลหน้าบ้านกับระบบบัญชี เพื่อปิดงบการเงินได้อย่างรวดเร็ว
ทิศทางสู่อนาคต Real Estate Innovation และการใช้ AI
ในปี 2569 ซึ่งจะครบรอบ 10 ปี Horganice กำลังเตรียม Rebranding ครั้งใหญ่ สู่การเป็น “Real Estate Innovation Company” โดยจะไม่ยึดติดอยู่เพียงแค่ที่อยู่อาศัย แต่จะมองไปถึงการบริหารจัดการพื้นที่เช่า (Rental Property Management) ในทุกมิติ
แนวคิดสำคัญในการขับเคลื่อนคือการสร้าง Value ให้เจ้าของอสังหาฯ เป็นเสือนอนกินผ่าน 2 กลยุทธ์ คือ 1.Maximize Profit (เพิ่มกำไร) และ Minimize Time & Cost (ลดเวลาและต้นทุน) นอกจากนี้ยังมีการนำ AI เข้ามาทำงานร่วมกับมนุษย์ (Human-in-the-loop) เพื่อช่วยในการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดรายได้สูงสุด เช่น การเปลี่ยนพื้นที่ว่างมาสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบใหม่ๆ ที่อยู่นอกกรอบเดิม ซึ่งเขาขอปิดรายละเอียดเป็นความลับก่อนจะเปิดตัวเร็วๆนี้
จากเด็กหนุ่มที่เคยขายนาฬิกาไม่สำเร็จ สู่ผู้กุมบังเหียนนวัตกรรมอสังหาฯ ธนวิชญ์ พิสูจน์ให้เห็นว่า “นวัตกรรมที่แท้จริง ไม่ได้เริ่มจากห้องแล็บ แต่เริ่มจากการเข้าใจปัญหาของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง” เพื่อให้เจ้าของธุรกิจทุกคนได้เป็น “เสือนอนกิน” อย่างมีความสุขและไม่ว้าวุ่นใจอีกต่อไป


