
ราคาน้ำมันพุ่งหลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทรัมป์ขู่โจมตีซ้ำ
ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้น หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลการขนส่งชะงัก ขณะการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านสะดุด และทรัมป์ขู่กลับมาใช้กำลังทางทหาร
ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ (22 มิ.ย.) หลังปริมาณเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังอิหร่านประกาศปิดเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้อีกครั้ง ขณะที่การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิหร่านภายใต้ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวเริ่มต้นอย่างตึงเครียดและยังไม่สามารถสร้างความคืบหน้าได้
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 54 เซนต์ หรือ 0.67% มาอยู่ที่ 81.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 00.30 น. GMT หรือ 7.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดระหว่างวันบริเวณ 82.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเปิดตลาด
ด้านสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.02 ดอลลาร์ หรือ 2.64% มาอยู่ที่ 78.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนครบกำหนดส่งมอบสัญญาในวันเดียวกัน ขณะที่สัญญาส่งมอบเดือนสิงหาคมซึ่งมีการซื้อขายมากกว่า ปรับขึ้น 1.43 ดอลลาร์ สู่ระดับ 77.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยตลาดน้ำมันสหรัฐฯ ไม่มีการซื้อขายในวันศุกร์ที่ผ่านมาเนื่องจากวันหยุดราชการ
ข้อมูลการเดินเรือระบุว่า จำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซร่วงลงอย่างมากในวันอาทิตย์ หลังรัฐบาลอิหร่านประกาศปิดเส้นทางดังกล่าวอีกครั้ง โดยอ้างว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลละเมิดเงื่อนไขในข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่เพิ่งมีผลบังคับใช้
ซอล คาวอนิก หัวหน้าฝ่ายวิจัยพลังงานของ MST Marquee กล่าวว่า ตลาดอาจคาดหวังเร็วเกินไปว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานตามปกติ
“ความคาดหวังของตลาดต่อการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจเร็วเกินไป อิหร่านมีแนวโน้มจะยังคงหาเหตุผลต่าง ๆ เพื่อขัดขวางการไหลเวียนของการขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้ เนื่องจากยังคงเป็นเครื่องมือต่อรองสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่เตหะรานไม่น่าจะยอมปล่อยมือในระยะกลาง” คาวอนิกกล่าว
ความตึงเครียดยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาขู่ว่าอาจกลับมาใช้ปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง แม้ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเข้าพบเจ้าหน้าที่อิหร่านในการเจรจาครั้งแรกภายใต้ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวก็ตาม
ขณะที่รัฐบาลอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ไม่สามารถปฏิบัติตามคำมั่นในการยุติการสู้รบในเลบานอนได้
สถานการณ์ในเลบานอนยังคงเปราะบาง โดยสำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) รายงานว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย เพียงหนึ่งวันหลังข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มีผลบังคับใช้ ซึ่งมีเป้าหมายยุติความรุนแรงที่ยกระดับต่อเนื่องมาหลายเดือน
โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG ระบุว่า สถานการณ์ในเลบานอนยังคงเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อทั้งข้อตกลงหยุดยิงและความพยายามเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาน้ำมันจะฟื้นตัวในวันจันทร์ แต่ตลอดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันร่วงลงมากกว่า 8% จากความคาดหวังว่าปริมาณน้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้น หลังการปล่อยน้ำมันที่ตกค้างอยู่ภายในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านภายใต้ข้อตกลงระหว่างสองประเทศ
ฮามิด โบวาร์ด ประธานบริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน เปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา มีน้ำมันอิหร่านมากกว่า 25 ล้านบาร์เรลถูกส่งผ่านแนวปิดล้อมทางทะเลเสมือนจริงออกสู่ตลาดโลกแล้ว
ขณะเดียวกัน ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญในตะวันออกกลาง ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และอิรัก ได้เสนอขายน้ำมันเพิ่มให้แก่ลูกค้าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อรองรับความต้องการของตลาด
ด้านกระทรวงน้ำมันอิรักเปิดเผยว่า อิรักมีแผนทยอยเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบกลับสู่ระดับ 4.2-4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มอุปทานเข้าสู่ตลาดโลกในช่วงต่อจากนี้ และอาจช่วยบรรเทาความผันผวนของราคาพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง







