posttoday

หยุดคิดว่า Gen Z เชื่อง่าย! นี่คือ 5 ความเข้าใจผิดที่แบรนด์ต้องรู้

09 เมษายน 2569

เลิกคิดว่า Gen Z เชื่อง่าย! อินไซต์ใหม่ชี้ 5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Gen Z ที่แบรนด์ต้องรู้ "ความเชื่อใจ" คือสกุลเงินใหม่ที่ต้องมี พร้อมเปิดกลยุทธ์ T.R.U.S.T. มัดใจ

โลกการตลาดไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การสร้างแบรนด์เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ของแบรนด์ กลายเป็นโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นกว่า

 

อดีต แบรนด์อาจแค่ “พูดให้ดัง” ก็พอ แต่วันนี้ แค่เสียงดังไม่พออีกแล้ว เพราะผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงสินค้า แต่กำลังมองหา “เหตุผลที่จะเชื่อ” และ “ความรู้สึกที่เชื่อมโยง” กับแบรนด์

 

ความน่าเชื่อถือ (Trust) และความภักดี (Loyalty) จึงไม่ได้เป็นแค่ผลลัพธ์ปลายทาง แต่กลายเป็น “จุดเริ่มต้น” ของทุกอย่าง นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิดสำคัญ “Trust first, love follow” เมื่อแบรนด์สร้างความเชื่อใจได้ก่อน ความรักและความผูกพันจะค่อย ๆ ตามมาเอง

 

คำถามคือ แล้วจะสร้าง “Trust” ได้อย่างไรในยุคที่ทุกคนพูด และทุกแบรนด์พยายามจะถูกเชื่อ? คำตอบหนึ่งซ่อนอยู่ในโมเดล “Brand Sense” เครื่องมือที่ช่วยให้แบรนด์เข้าใจพฤติกรรมของ Gen Z ได้ลึกกว่าผิวเผิน

 

มาถึงตรงนี้คงสงสัยว่า ทำไมแบรนด์ต้องทำความเข้าใจ Gen Z?

 

โพสต์ทูเดย์ ชวนหาคำตอบ ในงาน Gen Z Top Brand 2026 : สุดยอดแบรนด์ครองใจ Gen Z จัดโดย Brand Buffet

 

เพราะอย่างที่บอกคือเป็นกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหม่ที่แบรนด์ต้องจับตา เพราะกลุ่มนี้เริ่มกลายเป็น First Jobber ที่มีรายได้ และบางคนเริ่มตั้งตัวเป็นเจ้าของธุรกิจ เจ้าของบริษัท 

 

ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย

ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมกลุ่ม Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของแบรนด์ 

 

ข้อมูลวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านโมเดล "Brand Sense" พบว่าพฤติกรรมของกลุ่ม Gen Z ในปัจจุบันมีความซับซ้อนและแตกต่างจากความเชื่อเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยมี "ความเชื่อใจ" (Trust) เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนแบรนด์

 

ทำลายมายาคติ: 5 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Gen Z

 

จากการศึกษาพบว่าพฤติกรรมที่แท้จริงของ Gen Z นั้นแตกต่างจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ ดังนี้

 

1.ไม่ใช่แค่เชื่อตามโซเชียล 

 

แม้ Gen Z จะอยู่บนโลกออนไลน์วันละ 6-7 ชั่วโมง และใช้งานเฉลี่ย 7 แพลตฟอร์มต่อวัน แต่พวกเขาเป็นนักกรองข้อมูล และตรวจสอบข้อมูลอย่างหนัก "กรองแล้วกรองอีก" และใช้เครื่องมือดิจิทัลที่มีเพื่อตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

 

นอกจากนี้ Customer Journey ที่ไม่เป็นเส้นตรง เนื่องจากการเป็นคนที่ตรวจสอบข้อมูลเยอะ ทำให้เส้นทางการตัดสินใจซื้อของ Gen Z ไม่ได้เป็นแบบวงกลมหรือเส้นตรง แต่มีลักษณะเป็น "ลูป (Loop)" ที่วนไปวนมาเพื่อตรวจสอบความแน่ใจก่อนจะสั่งซื้อ

 

เพราะ Gen Z ตรวจสอบข้อมูลเก่ง แบรนด์จึงไม่สามารถใช้เพียงแค่การเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่สนุกสนานเพื่อจูงใจได้ พวกเขาต้องการแบรนด์ที่สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง (Tangible Proof) โดยหลักการคือแบรนด์ต้อง "ทำให้ได้จริง ๆ ก่อนพูด" และต้อง "ทำจริง ๆ ให้มากกว่าพูด"

 

2.มองหาความหมาย (Meaning Seeking)

 

พวกเขาไม่ได้มองหาเพียงแค่ภาพลักษณ์ที่สวยงามบนโซเชียล  แต่ต้องการแบรนด์ที่สร้าง "ความหมาย" และมีตัวตนที่ชัดเจน และความจริงใจจากแบรนด์

 

3.เน้นประสบการณ์ (Experience First)

 

Gen Z ไม่ได้ต้องการแค่ความทันสมัยแบบ Digital First แต่ให้ความสำคัญกับ ความง่ายและสะดวกในการใช้งาน  พวกเขาจะไม่ทนกับระบบที่ยุ่งยากหรือมีความติดขัด พวกเขาจะไม่ทนกับระบบที่ใช้งานยากหรือมีความติดขัด 

 

4.ความคุ้มค่าเหนือราคา (Value Sensitive)

 

พวกเขาไม่ได้เน้นแค่ของถูก แต่จะมองหา "Justify Value" หรือความคุ้มค่าที่สมเหตุสมผลระหว่างคุณภาพและราคา Gen Z อาจจะรับฟังเรื่องราว ของแบรนด์และรู้สึกสนุกจนกดแชร์ต่อได้ แต่หากแบรนด์ไม่มีความชัดเจนในเชิงคุณภาพที่จับต้องได้จริง (Tangible) พวกเขาก็อาจจะเลือกที่จะไม่ซื้อสินค้าชิ้นนั้น

 

5.ต้องการความสม่ำเสมอ (Consistency)

 

ความเชื่อใจของ Gen Z เกิดจากความสม่ำเสมอของแบรนด์ในทุกช่องทาง

 

ถอดรหัส T.R.U.S.T. Framework เพื่อการเข้าถึง Gen Z

 

ดร.ดั่งใจถวิล ยังได้ยกตัวอย่าง ความสำเร็จของแบรนด์ที่ครองใจ Gen Z ได้อย่างเหนียวแน่น เช่น "ชาตรามือ" ที่ทำคะแนน Brand Index ได้สูงถึง 77 คะแนน และมีอัตราการเปลี่ยนจากการรับรู้มาเป็นผู้ใช้งานจริง (Conversion to Usage) เกือบ 100%, ถูกถอดรหัสออกมาเป็นเฟรมเวิร์ก 5 ประการ

 

  • T (Tangible) ต้องมีผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง เช่น รสชาติที่อร่อยสม่ำเสมอ ก่อนจะนำไปเล่าเรื่อง (Storytelling),
  • R (Real) ตัวจริงไม่ต้องตะโกน (Real brand doesn't shout) หากแบรนด์ดีจริง แฟนคลับจะเป็นคนช่วยสื่อสารให้เอง
  • U (Usability) เน้นความง่ายและประสบการณ์การใช้งานที่ดีเป็นอันดับแรก (Experience First)
  • S (Sense/Value): สร้างความชัดเจนในเรื่องความคุ้มค่า (Value must be clear) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคจะเป็นคนตัดสินเอง
  • T (Trust) สร้างความเชื่อใจผ่านความสม่ำเสมอ (Consistency) เพื่อให้เกิดความรักในแบรนด์ตามมา (Love Follow)

 

Trust คือ "Now Currency"

 

ในยุคที่ Gen Z มีทางเลือกมากมาย การสร้างแบรนด์ให้กลายเป็น "Default Brand" หรือแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกโดยอัตโนมัติเป็นเรื่องสำคัญมาก

 

ดร.ดั่งใจถวิล ย้ำว่า "Trust" ไม่ใช่เพียงแค่สกุลเงินใหม่ (New Currency) แต่เป็น "Now Currency" หรือสกุลเงินที่แบรนด์ต้องสร้างให้เกิดขึ้นเดี๋ยวนี้ เพื่อความอยู่รอดในใจของคนรุ่นใหม่

 

ข่าวล่าสุด

“ณัฐพงษ์” ชี้ รัฐบาลภท.กุม 5 คลัสเตอร์ ทำลายเจตจำนงประชาชน