เอกชนจี้รัฐบาลใหม่ 6 เดือนแรกปราบทุนเทา–ปิดช่องนอมินี หยุดคอร์รัปชัน
ภาคเอกชนเรียกร้องให้พรรคการเมืองจัดการปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ ทุนสีเทา และนอมินี ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท ชี้ "มะเร็งร้ายคอร์รัปชัน"
KEY
POINTS
- ภาคเอกชนเรียกร้องให้พรรคการเมืองจัดการปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ ทุนสีเทา และนอมินี ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละ 2.5 หมื่นล้านบาท
- ชี้ "มะเร็งร้ายคอร์รัปชัน" ทำลายการแข่งขันที่เป็นธรรม กระทบต่อธุรกิจ SME และอาจนำไปสู่การ "ยึดรัฐ" ผ่านการติดสินบน
- เสนอรัฐบาลใหม่ประกาศจุดยืนไม่ทนต่อทุจริต ปฏิรูปตำรวจ และสังคายนากฎหมายเพื่อปิดช่องโหว่การใช้นอมินีภายใน 6 เดือนแรก
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน เป็นประธานเปิดเวทีเสวนาสาธารณะ “หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี” เพื่อส่งสารถึงพรรคการเมืองและสาธารณชนก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ดร.พจน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “สงครามเศรษฐกิจยุคใหม่” โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว ความเสียหายจากคดีหลอกลวงออนไลน์สูงถึง 2.5 หมื่นล้านบาท แต่เยียวยาเหยื่อได้เพียงร้อยละ 1 เท่านั้น
ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงอาชญากรรมไซเบอร์ แต่คือ “มะเร็งร้ายคอร์รัปชัน” ที่กลุ่มทุนเทาใช้นอมินีฟอกเงิน บิดเบือนกลไกตลาด และตัดราคาจน SME ไทยต้องล้มตาย หากไม่เร่งแก้ไขจะนำไปสู่ภาวะ “ยึดรัฐ” ผ่านการจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักการเมืองจนโครงสร้างประเทศพังทลาย
เครือข่าย “กกร. และเพื่อนไม่ทน” ได้ประกาศจุดยืนและข้อเสนอต่อพรรคการเมือง ดังนี้
การประกาศสัญญาประชาคม: เรียกร้องให้พรรคการเมืองที่จะเป็นรัฐบาลใหม่ ยึดถือความสุจริตเป็นที่ตั้ง แสดงจุดยืน “ไม่ทน” ต่อวัฒนธรรมการให้ผลประโยชน์ และกล้าลงโทษคนในพรรคหากมีส่วนพัวพันทุจริต รวมถึงปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเร่งด่วน
ผลกระทบเชิงลึกต่อเอกชน: ชี้ปัญหาทุนเทาทำลายการแข่งขันที่เป็นธรรม ภัยนอมินีในธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ที่เปรียบเสมือนการ “ขายชาติ” เชิงเศรษฐกิจ และวิกฤตศรัทธาต่อระบบ Digital Economy ที่อาจล่มสลายหากประชาชนขาดความเชื่อมั่น
Action Plan 6 เดือนแรก: เสนอให้รัฐบาลใหม่สังคายนากฎหมาย (Regulatory Guillotine) โดยตรวจสอบอำนาจการควบคุมและผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) เพื่อปิดช่องว่างนอมินี พร้อมใช้มาตรการเชิงรุก 6 ประการ อาทิ การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) และการนำ AI มามอนิเตอร์โครงการรัฐ
“ประเทศไทยไม่ใหญ่เกินกว่าจะจัดการปัญหานี้ หากรัฐบาลมีความตั้งใจจริงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเหมือนในอารยประเทศ กกร. และเพื่อนจะไม่ทนอีกต่อไป และขอท้าทายให้รัฐบาลใหม่ร่วมพิสูจน์ความจริงใจในการลงมือทำไปพร้อมกับเรา” ดร.พจน์ กล่าวทิ้งท้าย


