posttoday

ไขข้อสงสัยค่าเหยียบแผ่นดินคืออะไร ทำไมไทยจ่อเรียกเก็บ300บ.

03 เมษายน 2569

ค่าเหยียบแผ่นดินคืออะไร ทำไมไทยเตรียมชง ครม. เก็บ 300 บาทจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ พาเจาะลึกเหตุผล พร้อมส่องเรตค่าธรรมเนียมของประเทศท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลก

KEY

POINTS

  • ค่าเหยียบแผ่นดิน หรือ ภาษีนักท่องเที่ยว คือค่าธรรมเนียมที่เก็บจากชาวต่างชาติเพื่อนำไปพัฒนาการท่องเที่ยว อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเป็นกองทุนดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของนักท่องเที่ยว
  • สาเหตุที่ไทยต้องเก็บค่าธรรมเนียมนี้ เนื่องจากรัฐบาลกลางยกเลิกงบประมาณสำหรับเยียวยานักท่องเที่ยว และเพื่อลดภาระค่ารักษาพยาบาลนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้งบจากภาษีคนไทยปีละกว่า 300 ล้านบาท
  • ประเทศไทยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติการจัดเก็บในอัตรา 300 บาทต่อคน ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติสากลที่หลายประเทศทั่วโลกใช้

ไขข้อสงสัย "ค่าเหยียบแผ่นดิน" คืออะไร? ทำไมไทยและทั่วโลกถึงต้องเรียกเก็บ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่ภายใต้ตัวเลขนักท่องเที่ยวหลักสิบล้านคนที่เดินทางเข้ามาในแต่ละปี ย่อมตามมาด้วยต้นทุนแฝงที่ภาครัฐต้องแบกรับ

ในแวดวงธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วโลกจึงเกิดแนวคิดที่เรียกว่า "ค่าเหยียบแผ่นดิน" หรือ "ภาษีนักท่องเที่ยว" (Tourist Tax) ซึ่งก็คือ ค่าธรรมเนียมที่รัฐบาลหรือเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เรียกเก็บจากชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ เพื่อนำเม็ดเงินเหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเป็นกองทุนสำหรับดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของนักท่องเที่ยวเอง
 

ไขข้อสงสัยค่าเหยียบแผ่นดินคืออะไร ทำไมไทยจ่อเรียกเก็บ300บ.

ย้อนรอยเหตุผล ทำไม "ประเทศไทย" จึงต้องมีค่าเหยียบแผ่นดิน?

ที่มาของแนวคิดนี้ในประเทศไทย ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ถูกหยิบยกมาหารือกันตั้งแต่ปี 2558 หลังเกิดเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณ และตามมาด้วยเหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต ในปี 2561 ซึ่งในเวลานั้นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้รับงบประมาณจากส่วนกลางมาช่วยเยียวยานักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2562 เมื่อสำนักงบประมาณแจ้งว่าจะ "ไม่มีการจัดสรรงบประมาณส่วนกลาง" สำหรับเยียวยานักท่องเที่ยวต่างชาติให้กับทางกระทรวงฯ อีกต่อไป

นอกจากนี้ ข้อมูลยังระบุด้วยว่า ตั้งแต่ปี 2559 กระทรวงสาธารณสุขต้องใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนกว่า 300 ล้านบาทต่อปี เพื่อไปชำระค่ารักษาพยาบาลให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไม่มีกำลังจ่าย

ด้วยเหตุนี้ การพึ่งพาภาษีของคนไทยเพื่อมาอุดหนุนค่าใช้จ่ายส่วนนี้จึงไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน กระทรวงฯ จึงมีความจำเป็นต้องจัดเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อนำมาตั้งเป็น "กองทุน" สำหรับซื้อประกันและเยียวยานักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ โดยไม่ต้องรบกวนเงินภาษีของประชาชนคนไทยอีกต่อไป
ไขข้อสงสัยค่าเหยียบแผ่นดินคืออะไร ทำไมไทยจ่อเรียกเก็บ300บ.

เตรียมนำเรื่องเข้า ครม. เคาะเก็บ 300 บาท

จากความจำเป็นดังกล่าว ประเทศไทยจึงกำลังเตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเดินหน้าจัดเก็บ "ค่าเหยียบแผ่นดิน" ในอัตรา 300 บาทต่อคน ซึ่งเงินจำนวนนี้จะถูกนำกลับไปใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้มีมาตรฐาน ปลอดภัย และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ส่องอัตรา "ค่าเหยียบแผ่นดิน" ทั่วโลก แต่ละประเทศเก็บกันเท่าไหร่? (เทียบเป็นเงินบาท)

(หมายเหตุ: ตัวเลขสกุลเงินบาทเป็นการประมาณการเบื้องต้น เพื่อให้เห็นภาพรวมของค่าใช้จ่ายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยอิงจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยเฉลี่ย)

อังกฤษ (UK): หลายเมืองเริ่มใช้ระบบ City Tax เช่น เมืองแมนเชสเตอร์ (Manchester) เก็บค่าธรรมเนียม 1 ปอนด์ต่อห้องต่อคืน (ประมาณ 46 บาท) และเอดินบะระ (Edinburgh) ที่เตรียมเก็บภาษีที่พัก 5% ในช่วงกลางปี 2569 เป็นต้นไป

สหรัฐอเมริกา (USA): จัดเก็บในรูปแบบ "ภาษีที่พัก" ซึ่งอัตราแตกต่างกันไปตามเมือง เช่น นิวยอร์ก เก็บสูงสุด 14.75% + 3.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน (ส่วนบวกเพิ่มประมาณ 126 บาท), ลอสแอนเจลิส (12%), ซานฟรานซิสโก (14%) และฮาวาย (10.25% - 13.25%)

สเปน (Spain): มีการเก็บภาษีเพื่อความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเมืองยอดฮิต เช่น แคว้นกาตาลุญญา (บาร์เซโลนา) เก็บสูงสุดที่ประมาณ 5.50 - 15 ยูโร (ประมาณ 215 - 585 บาท) และหมู่เกาะแบลีแอริก เก็บตั้งแต่ 1 - 4 ยูโรต่อคืน (ประมาณ 39 - 156 บาท)

อิตาลี (Italy): จัดเก็บภาษีที่พักที่แตกต่างกันตามแต่ละเทศบาลและระดับดาวของโรงแรม เช่น กรุงโรม เก็บ 3-7 ยูโรต่อคืน (ประมาณ 117 - 273 บาท), มิลาน 2-5 ยูโรต่อคืน (ประมาณ 78 - 195 บาท) และฟลอเรนซ์ 1-5 ยูโรต่อคืน (ประมาณ 39 - 195 บาท)

ญี่ปุ่น (Japan): เตรียมปรับขึ้นภาษีซาโยนาระ (Sayonara Tax) หรือภาษีขาออก ผ่านตั๋วเครื่องบิน จากเดิม 1,000 เยน (ประมาณ 240 บาท) เป็น 3,000 เยนต่อคน (ประมาณ 720 บาท) โดยจะมีผล ก.ค. 2569

ภูฏาน (Bhutan): จัดเก็บค่าธรรมเนียมการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDF) ปัจจุบันลดเรตลงมาอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน (ประมาณ 3,600 บาท) ไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2570

มาเลเซีย (Malaysia): จัดเก็บภาษีการท่องเที่ยว (Tourism Tax - TTx) คงที่ในอัตรา 10 ริงกิตต่อห้องต่อคืน (ประมาณ 76 บาท) สำหรับชาวต่างชาติที่เข้าพัก

อินโดนีเซีย (Bali): เกาะบาหลี จัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว 150,000 รูเปียห์ต่อคน (ประมาณ 345 บาท)

นิวซีแลนด์ (New Zealand): เพิ่งปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการอนุรักษ์และการท่องเที่ยว (IVL) จาก 35 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 770 บาท) เป็น 100 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อคน (ประมาณ 2,200 บาท)

ฝรั่งเศส (France): กรุงปารีส จัดเก็บภาษีที่พัก เริ่มตั้งแต่ 0.2 ยูโรต่อคืน (ประมาณ 8 บาท) สำหรับแคมป์ปิ้ง ไปจนถึงมากกว่า 15 ยูโรต่อคืน (ประมาณ 585 บาท) สำหรับโรงแรมหรู

เยอรมนี (Germany) : จัดเก็บภาษีวัฒนธรรมและภาษีเตียงแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง เช่น เบอร์ลิน เก็บที่ 7.5% ของราคาที่พัก

จะเห็นได้ว่า การจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดินไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็น "มาตรฐานสากล" ที่ประเทศท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลกนำมาใช้ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างรายได้จากการท่องเที่ยวและการดูแลรักษาประเทศในระยะยาวนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

"จีไอเอส" ดัน GIS สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ชู 6 กลไกขับเศรษฐกิจไทยแข่งโลก