
NT ไม่ไปต่อ จ่อคืนวงโคจรดาวเทียม 126E ยอมเสียค่าปรับ ดีกว่าลงทุนพันล.
“พ.อ.สรรพชัยย์” เผย เตรียมคืนใบอนุญาตวงโคจรดาวเทียม 126 E ไม่ติดใจหากกสทช.จะยึดเงินประกันร้อยล้าน เหตุต้องการลูกค้าภาครัฐ ถึงจะคุ้มค่าลงทุนกือบ 3 พันล้าน
พันเอกสรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) NT เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการทำแผนธุรกิจยิงดาวเทียมวงโคจร 126E (ข่ายงาน 126E) หลังจากประมูลและได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อปี 2566 ในราคา 9,076,200 บาท ว่า กำลังจะพิจารณาขอคืนใบอนุญาตกับกสทช.โดยยอมให้ริบเงินประกันที่วางไว้กับ กสทช.ประมาณ 100 ล้านบาท เนื่องจากได้ศึกษามาระยะหนึ่งแล้ว พบว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
เนื่องจากวงโคจรดังกล่าวเป็นวงโคจรยังไม่พร้อมใช้งาน NT ยังต้องดำเนินขั้นตอนการประสานงานกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู ก่อน เพื่อให้ได้ขั้นสมบูรณ์ก่อนจะสร้างดาวเทียม ซึ่งการสร้างต้องใช้เงินลงทุน 1,000-3,000 ล้านบาท
ขณะที่ดาวเทียมวงโคจรประจำที่เป็นดาวเทียมที่ล้าสมัยไม่เหมือนดาวเทียมเทคโนโลยีใหม่อย่างดาวเทียมวงโคจรต่ำ หรือ LEO ประกอบกับดาวเทียมวงโคจรดังกล่าวเหมาะสำหรับให้บริการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จีน ญี่ปุ่น แปซิฟิก ออสเตรเลีย ซึ่งเจตนาของ NT คือ ต้องการให้บริการกับภาครัฐเพื่อความมั่นคงมากกว่า หากไม่มีภาครัฐต้องการใช้งาน แนวทางที่จะเป็นไปได้ที่สุด ก็ควรจะคืนใบอนุญาตดีกว่าเดินหน้าลงทุนหลายพันล้าน
ปัจจุบัน NT มีพันธมิตรด้านดาวเทียมแล้วอย่างน้อย 3 ดวง ประกอบด้วยพันธมิตรจากจีน 2 ราย และจากอังกฤษอีก 1 ราย เพื่อรองรับการให้บริการสื่อสารผ่านดาวเทียมทั้งในกลุ่ม GEO และ LEO
หนึ่งในพันธมิตรสำคัญคือโครงการ “Spacesail” เครือข่ายดาวเทียม LEO จากจีน ซึ่งดำเนินการโดย Shanghai Spacecom Satellite Technology หรือ SSST ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลเซี่ยงไฮ้และสถาบันวิทยาศาสตร์จีน โดยมีเป้าหมายพัฒนากลุ่มดาวเทียมอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่เพื่อแข่งขันกับ Starlink ของ SpaceX
นอกจากนี้ NT ยังร่วมมือกับ China Satcom ในการนำดาวเทียม ChinaSat-26 เข้ามาให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ความเร็วสูงในประเทศไทย โดย ChinaSat-26 เป็นดาวเทียม GEO ประเภท High Throughput Satellite (HTS) ที่ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ รองรับทั้งการใช้งานภาคพื้นและบนยานพาหนะ เช่น เรือและเครื่องบิน เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบสื่อสารและรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยทั้ง 2 ดวงที่ NT เป็นพันธมิตรกับจีนคาดว่าจะให้บริการได้ในไตรมาส 1/2570
ขณะเดียวกัน NT ยังมีพันธมิตรจากอังกฤษอย่าง Eutelsat OneWeb หรือ OneWeb ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการดาวเทียม LEO รายใหญ่ของโลก โดยปัจจุบันเปิดให้พันธมิตรต่างชาติเข้ามาติดตั้งเกตเวย์และสถานีภาคพื้นในประเทศไทยแล้ว ที่อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี พื่อรองรับการให้บริการบรอดแบนด์ผ่านดาวเทียมในภูมิภาค
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ NT ต้องระมัดระวังการลงทุน คือสถานะทางการเงินขององค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยบริษัทคาดการณ์ว่าปี 2569 จะยังขาดทุนประมาณ 5,891 ล้านบาท จากรายได้รวมราว 40,100 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากธุรกิจดาวเทียมคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 200-300 ล้านบาทเท่านั้น







