posttoday
ฟื้นกุ้งไทยทั้งระบบ สมาคมกุ้ง เสนอวาระแห่งชาติ ปี 69 โอกาสทองตลาดสหรัฐ

ฟื้นกุ้งไทยทั้งระบบ สมาคมกุ้ง เสนอวาระแห่งชาติ ปี 69 โอกาสทองตลาดสหรัฐ

02 ธันวาคม 2568

อุตสาหกรรมกุ้งไทย 13 ปีติดหล่ม ผลผลิตทรงตัว 270,000 ตัน ชงป็น “วาระแห่งชาติ” ทางรอดปี 69 คว้าโอกาสทองตลาดสหรัฐหลังอินเดียเจอภาษีอ่วม

กุ้งเคยเป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญของไทย โดยในช่วงปี 2554 ประเทศมีผลผลิตสูงถึง 600,000 ตัน สร้างรายได้มหาศาลให้เกษตรกรทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันผลผลิตกลับลดลงเหลือราว ๆ  250,000 - 270,000 จากปัจจัยหลักคือโรคระบาดในกุ้ง เช่น โรค EMS ตัวแดงดวงขาว ขี้ขาว และหัวเหลือง ที่เรื้อรังมายาวนาน รวมถึงสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งล่าสุดสถานการณ์น้ำท่วมได้สร้างความเสียหายให้กับผู้เลี้ยงกุ้งในหลายจังหวัดภาคใต้ไม่น้อย ขณะเดียวกัน การแข่งขันด้านราคาจากต่างประเทศก็เป็นอีกแรงกดดันสำคัญที่กระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

นี่คือเสียงสะท้อนจากสมาคมกุ้งไทย ที่กำลังตั้งคำถามว่าเราจะผลักดันอุตสาหกรรมกุ้งไทยให้โตได้อย่างไร? 

 

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย ระบุว่า หลังจากปี 2556 ผลผลิตกุ้งไทยได้ ทิ้งดิ่งลงมา และในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ผลผลิตคงเหลืออยู่ที่ประมาณ 250,000 - 270,000 ตันโดยกราฟไม่เคยขยับไปไหนเลย สัดส่วนผลผลิตกุ้งไทยมาจากภาคใต้ตอนบนมากที่สุด 37% รองลงมาคือภาคใต้ฝั่งอันดามัน 23% ภาคตะวันออก 19% ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย 11% และภาคกลาง 10% จากผลผลิตที่ลดลงทำให้ประเทศสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้รับ โดยมีการประเมินความเสียหายในช่วง 13 ปีที่ผ่านมาแล้ว 650,000 ล้านบาท 

สมาคมกุ้งไทย

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการผลิตกุ้งไทย ได้แก่ 

  1. โรคกุ้ง โดยเฉพาะโรคขี้ขาว และโรคตัวแดงดวงขาว เกษตรกรจึงจับกุ้งเร็วกว่ากำหนด ประเด็นนี้ ยังคงเป็นอุปสรรคใหญ่อย่างมาก 
  2. สภาพอากาศแปรปรวน การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่เกิด มหาอุทกภัย ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เช่น สงขลา นครศรีธรรมราช ปัตตานี พัทลุง และตราด ซึ่งสร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกร
  3. งบประมาณ กรมประมงขาดงบประมาณสำหรับการบริการเกษตรกร โดยเฉพาะงบประมาณสำหรับค่าน้ำยาตรวจโรค และเครื่องมือเคมีวิเคราะห์ตามศูนย์ประมงในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการก้าวข้ามปัญหาโรค และเป็นเรื่องที่สมาคมกุ้งไทยได้ยื่นต่อรัฐบาลทุกชุด

 

ปี 69  “ปีพลิกฟื้น” ของอุตสาหกรรมกุ้งไทย 

ทั้งนี้ ท่ามกลางวิกฤต ก็ยังพอมีแสงสว่างเมื่อดูภาพรวมการส่งออกช่วง 10 เดือนแรกปี 2568 (ม.ค.–ต.ค.) แม้จะลดลง 6% ทั้งปริมาณและมูลค่า จากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว กระทบตลาดคู่ค้าหลักอย่างญี่ปุ่น จีน และสหรัฐฯ ซึ่งยังเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทยคิดเป็น 24%, 23% และ 19% ตามลำดับ แต่ตลาดในประเทศเติบโตโดดเด่น คิดเป็น 15% ของผลผลิตทั้งหมด

ฟื้นกุ้งไทยทั้งระบบ สมาคมกุ้ง เสนอวาระแห่งชาติ ปี 69 โอกาสทองตลาดสหรัฐ

นายเอกพจน์ระบุว่า ปี 2568 ผลผลิตกุ้งโลกคาดอยู่ที่ 5.22 ล้านตัน เติบโต 4% โดยทุกประเทศผู้ผลิตหลักเพิ่มกำลังผลิต โดยเฉพาะเอกวาดอร์ 1.4 ล้านตัน (+4%) และจีน 1.34 ล้านตัน (+6%) ส่วนไทยยังทรงตัวที่ราว 270,000 ตันเทียบเท่าปีก่อน

 

อย่างไรก็ตาม ปี 2569 ถูกคาดหมายว่าเป็น “ปีพลิกฟื้น” ของอุตสาหกรรมกุ้งไทย จากแรงหนุนด้านการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ หลังอินเดียถูกภาษีสหรัฐเรียกเก็บสูงกว่า 60% ซึ่ง อาจทำให้กุ้งหายจากตลาดถึง 300,000 ตัน ขณะที่ไทยถูกเก็บภาษีเพียง 19% นับเป็นโอกาสของกุ้งไทยที่จะเข้าไปแย่งส่วนแบ่งตรงนี้ได้

 

รวมถึงทิศทางการบริโภคในประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง ปัจจุบันคิดเป็นราว 15% ของผลผลิตทั้งหมดทั้งยังระบุว่า ราคากุ้งปีนี้อยู่ในระดับดี โดยครึ่งปีแรกปรับเพิ่ม 10–15% จากความต้องการในประเทศที่สูงขึ้น กระตุ้นให้เกษตรกรลงกุ้งเพิ่ม แม้ช่วงปลายไตรมาส 3 ราคาจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย 5–10% จากปริมาณฝนที่มากขึ้น ทำให้ผู้เลี้ยงเร่งจับก่อนกำหนด

 

นอกจากกุ้งขาวที่เป็นผลผลิตหลักของไทยในการส่งออกแล้วและบริโภคแล้ว ผู้เลี้ยงกุ้งบางรายหันมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำเพิ่มมากขึ้น ถึง 27% ของผลผลิตกุ้งกุลาดำเพิ่มขึ้น18% คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 30,000 ตันนับจากปี2552 ที่มีปริมาณเลี้ยงเพียง 3,500 ตัน โดยสาเหตุหลักๆมาจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไม่ประสบความสำเร็จจากการเลี้ยงกุ้งขาว และราคาของกุ้งกุลาดำจูงใจมากกว่า สำหรับสายพันธุ์กุ้ง รวมทั้งประเทศมีลูกกุ้ง 34,000 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีปริมาณ 33,228 ล้านตัว หรือเพิ่มขึ้น 2%

สมาคมกุ้ง

ดันกุ้งเป็นวาระแห่งชาติ

ปี 2569 มีปัจจัยที่เอื้อให้กุ้งไทยมีโอกาสทางการตลาด โดยเฉพาะตลาดสหรัฐที่ไทยได้เปรียบ ทางสมาคมฯ ได้เสนอให้ภาครัฐเร่งผลักดันการแก้ปัญหาการผลิตกุ้ง ให้เป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อเพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพให้ได้ตามเป้า 400,000 ตัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ห้องเย็นในการรับออร์เดอร์ เร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับประเทศนำเข้ากุ้ง ได้แก่ สหภาพยุโรป อังกฤษ และเกาหลีใต้  พร้อมทั้งยกระดับการฟาร์มกุ้งให้สามารถปรับตัวเข้าสู่การรับรองมาตรฐานสากลที่ตลาดต้องการ รวมถึงการดำเนินโครงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำ เพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกที่ให้ความสำคัญเรื่องการสร้างความยั่งยืนมากขึ้น 

 

ข้อเรียกร้อง 3 ประสาน สู่ "วาระแห่งชาติ"

สมาคมกุ้งไทยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการภายใต้หลัก "3 ประสาน" คือ ภาคที่ 1 ภาคส่วนรัฐ ภาคที่ 2 ปัจจัยการผลิต และภาคที่ 3 เกษตรกร โดยมีข้อเสนอหลักเพื่อนำผลผลิต 400,000 ตันกลับคืนมา

  • ยกสถานะกุ้งเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากกุ้งเคยสร้างรายได้กว่า 100,000 ล้านบาทและมีการกระจายตัวไปยังเกษตรกรกว่า 2 ล้านคนใน 30 จังหวัด
  • ต้องการผลักดันสินค้าเกษตร เร่งเจรจา FTA กับตลาดสำคัญ เช่น สหภาพยุโรป (EU), อังกฤษ, เกาหลีใต้, และแคนาดา โดยเฉพาะตลาดยุโรปเป็นอีกหนึ่งตลาดของกุ้งไทยที่จะทำให้ไทยกลับมาส่งออกกุ้งได้อีก 60,000 ตันจากเดิมที่หายไปหลังไทยถูกตัดสิทธิ GSP ทำให้ปัจจุบันไทยส่งออกกุ้งไปสหภาพยุโรปเพียง 300 ตันเท่านั้น ซึ่งหากการเจรจาประสบความสำเร็จจะดันไทยส่งออกสู่ ระดับ 400,000 ตัน และมูลค่าส่งออกระดับแสนล้านได้อีกครั้ง
  • ลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่นลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เรียกร้องให้ลดภาษีนำเข้าถั่วเหลืองเพื่อลดต้นทุนอาหารสัตว์สำหรับอุตสาหกรรมกุ้ง และสนับสนุนพลังงานสีเขียว เรียกร้องให้กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง จัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือปลอดดอกเบี้ย เพื่อให้เกษตรกรปรับปรุงเครื่องมือที่ใช้มานานกว่า 30 ปี ให้เป็นมอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อลดการใช้พลังงานและมุ่งสู่มาตรฐาน Low Carbon
  • เพิ่มงบประมาณวิจัยและแก้ปัญหาโรค หน่วยงานวิจัย (มหาวิทยาลัย, สวทช., วช.) ต้องเข้ามาระดมกำลังแก้ไขปัญหาโรคอย่างจริงจัง

 

“และฝากไปถึงพรรคการเมืองที่จะเสนอตัวเป็นรัฐบาลในสมัยหน้า ต้องมีการกำหนดนโยบายภาคการเกษตร โดยเฉพาะการส่งเสริมอุตสาหกรรมกุ้ง ให้กลับมามีความเข้มแข็ง และพ้นจากหล่มผลผลิต 270,000 ตัน ให้ได้เพราะที่ผ่านมาไทยติดอยู่กับปัญหาโรคกุ้ง จนเสียโอกาสไปมากแล้ว ปี 2569 เป็นปีที่ตลาดเปิดเต็มที่ แต่เราต้องผลิตกุ้งให้ได้ เพื่อคว้าโอกาสทางการตลาดนี้กลับมา ” 

 

 

ข่าวล่าสุด

1 เสียงของคุณ ร่วมกำหนดอนาคตประกันสังคม

1 เสียงของคุณ ร่วมกำหนดอนาคตประกันสังคม