เจาะ 5 ไฮไลต์ Death Fest 2026 ชวนสำรวจชีวิตเพื่อการ "อยู่ดี-ตายดี"
เจาะ 5 ไฮไลต์ Death Fest 2026 ชวนสำรวจชีวิตเพื่อการ "อยู่ดี-ตายดี" ทั้งการวางแผนชีวิตผ่าน "สมุดเบาใจ" และสัมผัสเส้นทางผู้ป่วยในโซนจำลอง Cancer City
Death Fest 2026 กลับมาอีกครั้งภายใต้แนวคิด ‘re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย’ มหกรรมที่ชวนผู้คนมาตั้งคำถามกับชีวิต ตั้งแต่การใช้ชีวิตยามแก่ชรา การรับมือกับความเจ็บป่วย ไปจนถึงการเตรียมตัวสำหรับวาระสุดท้าย เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้เรื่อง ‘อยู่ดี-ตายดี’ ผ่านกิจกรรมและเวิร์กช็อปสร้างสรรค์มากมาย
Posttoday พาเจาะ 5 ไฮไลต์สำคัญภายในงาน ที่จะพาทุกคนออกเดินทางสำรวจเรื่องราวชีวิตและความตายในหลากหลายมิติ
1. นิทรรศการ "สมุดเบาใจ" ออกแบบการจากลาผ่านพินัยกรรมชีวิต
พบกับพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ทบทวนตนเองและวางแผนการรักษาล่วงหน้าในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต นิทรรศการนี้จัดแสดงตัวอย่าง สมุดเบาใจ จากผู้คนหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ สะท้อนให้เห็นว่าการเตรียมตัวเรื่องความตายสามารถเริ่มต้นคิดและสื่อสารกับคนรอบข้างได้ตั้งแต่วันนี้
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถทดลองทำพินัยกรรมชีวิตรูปแบบดิจิทัล (E-Living Will) เพื่อบันทึกเจตนารมณ์การรักษาไว้ในระบบออนไลน์ ซึ่งเอื้อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในอนาคต พิเศษสำหรับปีนี้ ผู้จัดงานมีการแจกสมุดเบาใจรุ่นลิมิเต็ดให้กับผู้เข้าร่วมงาน 100 ท่านแรกอีกด้วย
2. Cancer City: เมืองจำลองสะท้อนความเข้าใจเรื่องมะเร็ง
ฉีกภาพจำบรรยากาศหม่นเศร้าของโรงพยาบาล ด้วยโซนประสบการณ์จำลองที่ออกแบบอย่างประณีตและมีชีวิตชีวา คล้ายการเดินชมนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย พื้นที่นี้จำลองเส้นทางของผู้ป่วยมะเร็ง ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าพบแพทย์ไปจนถึงการรับข้อมูลโรค เพื่อชวนให้ผู้เข้าร่วมได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการตัดสินใจ การวางแผนชีวิต และการดูแลจิตใจ พร้อมสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการเตรียมรับมือล่วงหน้า
3. Koon Palliative Care: การดูแลประคับประคอง เริ่มได้ตั้งแต่ยังไม่ป่วย
โซนนี้ชวนเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับ การดูแลประคับประคอง (Palliative Care) ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าจำกัดอยู่เฉพาะวาระสุดท้าย โรงพยาบาลคูน (Koon) นำเสนอแนวคิดว่า การวางแผนที่ดีที่สุดควรเริ่มตั้งแต่วันที่ร่างกายและจิตใจยังแข็งแรง เพื่อกำหนดทางเลือกในการรักษาอย่างมีความหมาย
แนวทางการดูแลของคูนยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ควบคู่ไปกับการเยียวยาจิตใจผู้ดูแล ภายใต้ความเชื่อที่ว่า "ผู้ดูแลคือคนสำคัญ เราจึงดูแลคุณไปพร้อมกัน" นอกจากนี้ การรักษายังมุ่งเน้นที่ "ตัวโรค" มากกว่าช่วงวัย ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ป่วยเด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยทีมแพทย์พร้อมดูแลทั้งความสุขสบายของครอบครัวและการรักษาทางการแพทย์ในทุกระดับอย่างเหมาะสม
4. Test Die: ประสบการณ์ทดลองนอนโลงศพหลากสไตล์
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ดึงดูดความสนใจคือโซน Test Die โดย สุริยาหีบศพ ที่เปิดประสบการณ์ให้ผู้ร่วมงานทดลองนอนในโลงศพรูปแบบต่างๆ ทั้งโลงแบบคริสต์ โลงจีน โลงดีไซน์มินิมอล โลงที่ออกแบบได้เอง (Custom) ตลอดจนโลงสำหรับสัตว์เลี้ยง และที่พลาดไม่ได้คือ "โลงเห็ด" นวัตกรรมรักษ์โลกที่ทำจากเส้นใยเห็ดและเศษขี้เลื่อย สามารถย่อยสลายคืนสารอาหารสู่ระบบนิเวศได้ภายใน 60 วัน
เพื่อเป็นการร่วมกุศล สุริยาหีบศพยังได้บริจาคโลงศพจำนวน 210 ใบ นำมาใช้ตกแต่งพื้นที่ต่างๆ ภายในงาน เช่น แบ็กดร็อปเวที และจุดประชาสัมพันธ์ (Circle Information) เพื่อสื่อสารว่าความตายเป็นสิ่งใกล้ตัว อีกทั้งยังมีจุดรับบริจาคโลงศพเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้อีกด้วย
5. เวทีเสวนาวิชาชีวิตและบริการทางเลือกยุคใหม่
ตลอดทั้งงานมีการจัดเวทีเสวนาที่อัดแน่นด้วยสาระด้านสุขภาพและการเตรียมตัวรับมือช่วงเวลาสำคัญ หนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจคือ “Palliative Care ฉบับอยู่ตัวคนเดียว” ซึ่งตอบโจทย์วิถีชีวิตสังคมเมือง แนะนำวิธีการรู้จักความเสี่ยงด้านสุขภาพ การวางแผนล่วงหน้า และการสื่อสารความต้องการกับบุคคลที่ไว้ใจได้
ภายในงานยังรวบรวมสินค้าและบริการเกี่ยวกับการจากลารูปแบบใหม่ เช่น "ปักกิ่งดี" พวงหรีดต้นไม้จริงที่นำไปปลูกต่อได้เพื่อลดขยะ และ "FuneralThai" บริการของชำร่วยงานศพสไตล์โมเดิร์น รวมถึงเมนูอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ งานยังมีรายละเอียดที่น่าประทับใจ อาทิ การนำเสนอถ้อยคำของ ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี อดีตประธานเปิดงานที่ล่วงลับไปแล้ว ผ่านการเล่าเรื่องของ พญ.จันทพงษ์ วะสี ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันระบบ Palliative Care ในไทย ไปจนถึงการจัดพื้นที่แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีจุดบริการเติมน้ำดื่มฟรี และระบบคัดแยกขยะที่ชัดเจน
รายละเอียดการเข้าร่วมงาน ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสำรวจความหมายของชีวิตได้ที่งาน Death Fest 2026
- วันที่: วันนี้ - 15 มีนาคม 2569
- เวลา: 09:00 - 19:00 น.
- สถานที่: อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี
- (เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย)


