posttoday
ต่อเวลา VAT 7% ถึง ก.ย. 2569 แต่อนาคตอาจขยับเป็น 10%

ต่อเวลา VAT 7% ถึง ก.ย. 2569 แต่อนาคตอาจขยับเป็น 10%

24 มิถุนายน 2569

ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ถือเป็นภาษีที่คนไทยคุ้นเคยกันมากที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันแทบทุกอย่าง ล่าสุดรัฐบาลมีมติให้คงอัตรา VAT ไว้ที่ 7% ต่อไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่กำลังฟื้นตัว อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายเริ่มกลับมาพูดถึงความเป็นไปได้ที่ในอนาคตประเทศไทยอาจปรับ VAT ขึ้นไปที่ 10% ตามอัตรากฎหมายเดิมที่กำหนดไว้

 

ประเด็นนี้จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ทั้งผู้บริโภค เจ้าของธุรกิจ และนักลงทุนควรติดตาม เพราะหากมีการปรับขึ้นจริง ย่อมส่งผลต่อราคาสินค้า ต้นทุนธุรกิจ และกำลังซื้อของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

VAT 7% คืออะไร ทำไมต้องมี

 

VAT หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นภาษีทางอ้อมที่เก็บจากการขายสินค้าและบริการ ผู้ประกอบการจะเป็นผู้จัดเก็บแทนรัฐ แล้วนำส่งกรมสรรพากร โดยปัจจุบันประเทศไทยจัดเก็บในอัตรา 7% แต่ในความเป็นจริงกฎหมายกำหนดเพดาน VAT ไว้ที่ 10% ตามประมวลรัษฎากร 

 

แต่ที่ผ่านมารัฐบาลทุกยุคมักออกพระราชกฤษฎีกาลดอัตราลงเหลือ 7% เพื่อช่วยลดภาระประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นอัตรา 7% ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้จึงถือเป็น “อัตราชั่วคราว” ที่ต่ออายุมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี

 

ครม. ต่อ VAT 7% ถึงกันยายน 2569

 

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ขยายเวลาการจัดเก็บ VAT 7% ออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและช่วยลดต้นทุนการใช้จ่ายของประชาชน

 

หากไม่มีการต่ออายุ อัตรา VAT จะกลับไปใช้ 10% อัตโนมัติตามกฎหมาย ซึ่งจะกระทบต่อราคาสินค้าและบริการจำนวนมากทันที

 

มาตรการนี้จึงถือเป็นการช่วยประคองเศรษฐกิจในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคครัวเรือนยังเผชิญปัญหาหนี้สินสูง ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น และกำลังซื้อยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

 

ทำไมหลายฝ่ายมองว่า VAT อาจขึ้นเป็น 10% ในอนาคต

 

แม้รัฐบาลจะยังคง VAT ที่ 7% แต่หลายหน่วยงานด้านเศรษฐกิจเริ่มเสนอแนวคิดให้ประเทศไทยพิจารณาปรับขึ้น VAT ในระยะยาว เนื่องจากรายได้ภาครัฐเริ่มไม่เพียงพอกับภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยสำคัญมีหลายด้าน เช่น

 

1. ภาระงบประมาณของรัฐเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในด้านสวัสดิการสังคม การดูแลผู้สูงอายุ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

 

ขณะเดียวกัน รายได้ภาษีบางประเภทเติบโตไม่ทันรายจ่าย ทำให้รัฐจำเป็นต้องหาแหล่งรายได้เพิ่มเติม

 

2. ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

 

เมื่อจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น รัฐจะมีภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขและสวัสดิการมากขึ้น แต่จำนวนแรงงานและผู้เสียภาษีอาจลดลง ดังนั้นในหลายประเทศจึงเลือกใช้ VAT เป็นเครื่องมือเพิ่มรายได้รัฐ เพราะเป็นภาษีที่จัดเก็บได้ต่อเนื่องและครอบคลุมประชาชนจำนวนมาก

 

3. อัตรา VAT ไทยยังต่ำเมื่อเทียบหลายประเทศ

 

หากเทียบกับหลายประเทศในเอเชียและยุโรป VAT ของไทยยังถือว่าต่ำ เช่น

 

•    ญี่ปุ่น 10%
•    เวียดนาม 10%
•    อินโดนีเซีย 11%
•    สหราชอาณาจักร 20%

 

จึงมีมุมมองว่าไทยยังมี “พื้นที่” ในการปรับขึ้นได้ในอนาคต

 

หาก VAT ขึ้นเป็น 10% จะกระทบอะไรบ้าง

 

แม้ตอนนี้ยังไม่มีการประกาศขึ้น VAT แต่หากเกิดขึ้นจริง ผลกระทบจะเกิดในหลายด้านทันที ดังนี้

 

1.    ราคาสินค้าและบริการอาจสูงขึ้น 

 

เมื่อ VAT เพิ่มขึ้น ต้นทุนภาษีของสินค้าและบริการจะสูงขึ้นตาม ผู้ประกอบการจำนวนมากอาจจำเป็นต้องปรับราคาขาย ตัวอย่างเช่น

 

•    สินค้าราคา 1,000 บาท
VAT 7% = จ่าย 1,070 บาท
VAT 10% = จ่าย 1,100 บาท

 

แม้ดูเหมือนเพิ่มไม่มาก แต่เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งเดือนของครัวเรือน จะเห็นความแตกต่างชัดเจน

 

2.    กำลังซื้อประชาชนอาจลดลง

 

เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้น ผู้บริโภคอาจชะลอการใช้จ่าย โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย ส่งผลต่อธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ

 

3.    ธุรกิจ SMEs อาจรับภาระต้นทุนมากขึ้น

 

ผู้ประกอบการขนาดเล็กอาจได้รับผลกระทบมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ เพราะมีต้นทุนบริหารจัดการจำกัดบางธุรกิจอาจต้องเลือกระหว่าง ขึ้นราคาสินค้า ลดกำไร หรือแบกรับต้นทุนเอง ซึ่งทั้งหมดล้วนกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน

 

4.    เงินเฟ้ออาจเร่งตัว

 

เมื่อราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นพร้อมกัน อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม

 

ผู้ประกอบการควรวางแผนอย่างไร

 

แม้ตอนนี้ VAT ยังอยู่ที่ 7% แต่ธุรกิจควรเริ่มเตรียมตัวล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนและการบริหารภาษีสิ่งที่ควรทำ ได้แก่

 

•    ตรวจสอบระบบบัญชีและภาษีให้ถูกต้อง
•    วางแผนกระแสเงินสด
•    ประเมินผลกระทบด้านต้นทุน
•    เตรียมกลยุทธ์ด้านราคา
•    ใช้สิทธิภาษีให้ครบถ้วน

 

ธุรกิจที่มีระบบบัญชีชัดเจนจะปรับตัวได้ง่ายกว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงทางภาษีในอนาคต

 

สรุป การต่ออายุ VAT 7% ถึงเดือนกันยายน 2569 ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจ เพราะช่วยลดภาระค่าครองชีพและช่วยประคองเศรษฐกิจในช่วงฟื้นตัว

 

อย่างไรก็ตามความเป็นไปได้ในการปรับ VAT ขึ้นเป็น 10% ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาในระยะยาว เนื่องจากรัฐบาลมีภาระงบประมาณเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และหลายประเทศทั่วโลกก็จัดเก็บ VAT ในอัตราที่สูงกว่าไทย

 

แม้ตอนนี้จะยังไม่มีข้อสรุปเรื่องการขึ้นภาษี แต่ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนควรเตรียมความพร้อมด้านการเงินและการวางแผนภาษีไว้ล่วงหน้า เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงจริง ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับทุกคนในระบบเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่  Inflow Accounting

ข่าวล่าสุด

Meta เปิดตัวแว่น AI รุ่นประหยัด เริ่มต้นหมื่นบาท หวังขยายตลาด

Meta เปิดตัวแว่น AI รุ่นประหยัด เริ่มต้นหมื่นบาท หวังขยายตลาด