posttoday
ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ-สก. เดิมพันอนาคตกรุงเทพฯ เมืองโอกาสเท่าเทียม

ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ-สก. เดิมพันอนาคตกรุงเทพฯ เมืองโอกาสเท่าเทียม

24 มิถุนายน 2569

ดร.พิจิตต รัตตกุล ชี้เลือกตั้งกทม.ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคนบริหาร แต่คือบททดสอบการต่อยอดนโยบาย สร้างระบบเมือง รับภัยใหม่ และลดเหลื่อมล้ำ

KEY

POINTS

  • การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ สก. คือบททดสอบความต่อเนื่องของนโยบาย คนกรุงต้องการเห็นงานที่เริ่มแล้วเดินหน้าต่อ ไม่ใช่เปลี่ยนขั้วแล้วเริ่มนับหนึ่งใหม่
  • นโยบายเส้นเลือดฝอยตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง แต่ก้าวต่อไปต้องยกระดับเป็นระบบใหญ่ เชื่อมน้ำท่วม ผังเมือง จราจร พื้นที่สีเขียว และภัยโลกร้อน
  • บทบาท สก. ต้องพ้นการเมืองตั้งธงค้าน สู่การตรวจสอบสร้างสรรค์ ผลักดันมาตรฐานถนน บาทวิถี และเมืองแห่งโอกาสที่ทุกคนเข้าถึงบริการพื้นฐานเท่าเทียม

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. ไม่ได้เป็นเพียงสนามตัดสินว่าใครจะได้อำนาจบริหารเมืองหลวง

แต่ในมุมมองของ ดร.พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นี่คือจังหวะสำคัญที่คนเมืองจะได้กำหนดทิศทางชีวิตของตนเอง ว่ากรุงเทพฯ จะเดินหน้าด้วยนโยบายที่ต่อเนื่อง เป็นระบบ และเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียมหรือไม่

หัวใจสำคัญที่ ดร.พิจิตต มองเห็นจากกระแสการเมืองท้องถิ่นกรุงเทพฯ คือ คนเมืองไม่ได้ต้องการเพียงนโยบายใหม่ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง แต่ต้องการ “ความต่อเนื่อง” ของงานที่พิสูจน์แล้วว่าแก้ปัญหาได้จริง ในอดีต ผู้ว่าฯ ที่ได้รับโอกาสทำงานต่อในสมัยที่สอง มักได้รับคะแนนนิยมสูงขึ้น เพราะประชาชนอยากเห็นงานเดิมเดินต่อ ไม่ใช่เริ่มนับหนึ่งใหม่ตามการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

กรณีนโยบาย “เส้นเลือดฝอย” จึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนความต้องการของคนกรุงเทพฯ ได้ชัดเจน ดร.พิจิตต เห็นว่าแนวคิดนี้จับจุดถูกต้อง เพราะที่ผ่านมา กทม. มักให้ความสำคัญกับโครงการขนาดใหญ่ เช่น ระบบขนส่งมวลชนหรือเมกะโปรเจกต์ แต่ปัญหาในตรอก ซอย ชุมชน บาทวิถี ท่อระบายน้ำ และพื้นที่ใกล้ตัวกลับเป็นสิ่งที่ประชาชนสัมผัสทุกวัน การนำภารกิจประจำของข้าราชการมาขันให้เข้มงวดขึ้น ผ่านระบบติดตามปัญหาอย่างฟองดูว์ ทำให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐท้องถิ่นมองเห็นชีวิตจริงของพวกเขา

 

ดร.พิจิตต รัตตกุล

 

อย่างไรก็ตาม ก้าวต่อไปของกรุงเทพฯ ต้องไม่หยุดอยู่ที่การซ่อมแซมแบบรายจุด แต่ต้องยกระดับสู่การบริหารเมืองแบบ “ระบบ” ปัญหาน้ำท่วมไม่ควรถูกมองเพียงเรื่องล้างท่อ แต่ต้องเชื่อมกับผังเมือง การจราจร พื้นที่สีเขียว และการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นแพ็กเกจเดียวกัน เพราะหากแก้เฉพาะปลายเหตุ เมืองก็จะกลับมาท่วมซ้ำ ซ่อมซ้ำ และใช้งบประมาณซ้ำอย่างไม่รู้จบ

 

อีกโจทย์ใหญ่คือภัยใหม่จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผู้ว่าฯ ยุคใหม่ต้องเข้าใจว่าโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เกี่ยวข้องกับฝนตกหนักเฉพาะจุดแบบ Rain Bomb ความร้อนที่อาจกระทบต่อสุขภาพประชาชน และน้ำทะเลหนุนสูงที่เริ่มส่งผลต่อบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ เมืองหลวงจึงต้องมีผู้นำที่อ่านอนาคตออก ไม่ใช่บริหารจากปัญหาเมื่อวานเท่านั้น

ขณะเดียวกัน สก. ก็ต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเมืองแบบตั้งธงค้าน มาเป็นสภาท้องถิ่นที่มีนโยบายเฉพาะเขต เข้าใจพื้นที่ และตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือการผลักดันข้อบัญญัติมาตรฐานถนนและบาทวิถี เพื่อให้การก่อสร้างและซ่อมแซมมีมาตรฐาน ลดปัญหาพังซ้ำ ซ่อมซ้ำ และประหยัดงบประมาณของประชาชน

 

4ผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม. บนเวทีดีเบตเนชั่นทีวี

 

ท้ายที่สุด วิสัยทัศน์ที่ ดร.พิจิตต อยากเห็น คือกรุงเทพฯ เป็น “เมืองแห่งโอกาสที่เท่าเทียม” คนเมืองควรเข้าถึงโรงพยาบาล โรงเรียน การขนส่ง และสาธารณูปโภคพื้นฐานได้อย่างเป็นธรรม ไม่ใช่เมืองสองชนชั้นที่โอกาสขึ้นอยู่กับฐานะหรือพื้นที่อยู่อาศัย การบริหารต้องนับรวมประชากรแฝงที่เข้ามาใช้ชีวิตในเมือง และต้องโปร่งใส เพื่อให้งบประมาณแสนล้านบาทถูกใช้คุ้มค่าที่สุด

ดังนั้น คนกรุงเทพฯ ได้อะไรจากการเลือกตั้งครั้งนี้ คำตอบไม่ใช่แค่ได้ผู้ว่าฯ หรือ สก. ชุดใหม่ แต่ได้โอกาสกำหนดอนาคตเมือง ว่าจะเป็นเมืองที่ซ่อมปัญหาเฉพาะหน้า หรือเป็นเมืองที่สร้างระบบ สร้างความหวัง และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคนอย่างเท่าเทียม

แหล่งที่มา: รายการคมชัดลึก (คลิกชม)

ข่าวล่าสุด

ธุรกิจเดินเรือฟันกำไร ค่าระวางเรือน้ำมันจากตะวันออกกลางพุ่งเท่าตัว

ธุรกิจเดินเรือฟันกำไร ค่าระวางเรือน้ำมันจากตะวันออกกลางพุ่งเท่าตัว