
ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก หุ้นชิปดิ่ง นักลงทุนกังวลดอกเบี้ยเฟดขาขึ้น
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบแรงจากแรงขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ นักลงทุนกังวลการลงทุน AI ที่พึ่งพาหนี้สิน ขณะเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม กดดันทองคำและน้ำมันปรับตัวลง
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดการซื้อขายวันอังคาร (24 มิ.ย.) ในแดนลบ โดยดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ หลังนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่างหนัก ท่ามกลางความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อาศัยการก่อหนี้เป็นแหล่งเงินทุน รวมถึงความเสี่ยงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลดลง 47.22 จุด หรือ 0.09% อยู่ที่ 51,665.49 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 107.32 จุด หรือ 1.44% ปิดที่ 7,365.47 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 579.56 จุด หรือ 2.21% ปิดที่ 25,587.04 จุด
แรงกดดันหลักมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ โดยดัชนี Philadelphia SE Semiconductor Index ดิ่งลงถึง 7.9% ส่วนดัชนีหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศใน S&P 500 ลดลง 3.7%
หุ้น Nvidia ปรับตัวลดลง 4.1% ขณะที่ Alphabet เจ้าของ Google ลดลง 1% ส่วนผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Intel, Marvell Technology และ Advanced Micro Devices (AMD) ร่วงลงระหว่าง 5.8%-9.4%
นักลงทุนกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่หรือกลุ่ม Hyperscaler หลายแห่งกำลังพึ่งพาการกู้ยืมเงินเพื่อสนับสนุนการลงทุนด้าน AI มากเกินไป โดยล่าสุด SpaceX ของอีลอน มัสก์ ซึ่งเพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนนี้ ได้เข้าระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้เช่นเดียวกับบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่ง
ตลาดเพิ่มเดิมพันเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า นักลงทุนกำลังให้น้ำหนักมากขึ้นต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ภายในเดือนธันวาคม จากเดิมเมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่ตลาดคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% หนึ่งครั้งเท่านั้น
การคาดการณ์ดังกล่าวสะท้อนมุมมองว่าคณะกรรมการเฟดภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ อาจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังรอติดตามการประกาศดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญมากที่สุด และมีกำหนดเผยแพร่ในวันพฤหัสบดีนี้
จับตาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน แม้สงครามยังไม่ยุติ
ด้านสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดจับตามอง หลังวุฒิสภาสหรัฐลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายเพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลต่อความขัดแย้งในภูมิภาคอย่างไร ในขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงเดินหน้าเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน
น้ำมันร่วง 1% รับสัญญาณบวกเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปิดลดลงประมาณ 1% หลังนักลงทุนติดตามสถานการณ์การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด และตอบรับเชิงบวกต่อความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
สัญญาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนใกล้สุด ปิดลดลง 82 เซนต์ หรือ 1.1% อยู่ที่ 77.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐ ปิดลดลง 65 เซนต์ หรือ 0.9% อยู่ที่ 73.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งสองสัญญาปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 เดือนระหว่างการซื้อขาย
ทองคำร่วง หลังดอลลาร์แข็งค่าทำสถิติสูงสุดรอบปี
ราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงเช่นกัน หลังเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี จากการคาดการณ์ว่าเฟดจะเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลลบต่อความน่าสนใจของสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างทองคำ
ราคาทองสปอตปิดลดลง 1.4% อยู่ที่ 4,131.24 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐส่งมอบเดือนสิงหาคม ปิดลดลง 1.3% อยู่ที่ 4,149.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์







