
Meta เปิดตัวแว่น AI รุ่นประหยัด เริ่มต้นหมื่นบาท หวังขยายตลาด
Meta รุกตลาดอุปกรณ์ AI สวมใส่ เปิดตัวแว่นอัจฉริยะรุ่นใหม่ราคาเริ่มต้นเพียง 299 ดอลลาร์ หวังขยายฐานผู้ใช้ หลังครองส่วนแบ่งตลาดแว่นอัจฉริยะโลกกว่า 76%
Meta Platforms บริษัทแม่ของ Facebook ประกาศเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะ AI รุ่นใหม่ร่วมกับ EssilorLuxottica โดยชูจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อสานต่อความสำเร็จของแว่นอัจฉริยะตระกูล Ray-Ban Meta ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
แว่นรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ "Meta Glasses" วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 299 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10,900 บาท) ซึ่งต่ำกว่าแว่น Ray-Ban Display ที่เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วและมีราคาอยู่ที่ 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 29,200 บาท) อย่างมีนัยสำคัญ
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ของ Meta ที่ทุ่มงบลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาแนวคิด "Personal Intelligence" หรือการนำปัญญาประดิษฐ์มาเป็นผู้ช่วยส่วนบุคคลผ่านอุปกรณ์อัจฉริยะในชีวิตประจำวัน โดยเชื่อว่าอุปกรณ์สวมใส่จะเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น
รุ่นแรกที่ไม่ใช้แบรนด์ Ray-Ban หรือ Oakley
แม้ยังพัฒนาร่วมกับ EssilorLuxottica เจ้าของแบรนด์แว่นตาระดับโลก แต่ Meta Glasses ถือเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นแรกที่ไม่ได้ใช้ชื่อแบรนด์ยอดนิยมของบริษัทอย่าง Ray-Ban หรือ Oakley
ตัวแว่นมาพร้อมดีไซน์ใหม่หลากหลายรูปแบบ ทั้งกรอบทรงสี่เหลี่ยมและกรอบทรงวงรีแบบบาง โดยมีคอลเลกชันพิเศษที่พัฒนาร่วมกับ ไคลี เจนเนอร์ นักธุรกิจและสื่อบุคคลชื่อดังระดับโลก เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับแฟชั่นควบคู่กับเทคโนโลยี
ใช้ Meta AI รุ่นใหม่จาก Superintelligence Labs
Meta ระบุว่า แว่นรุ่นนี้เป็นอุปกรณ์ AI สวมใส่รุ่นแรกของบริษัทที่มาพร้อม Meta AI ซึ่งขับเคลื่อนด้วยโมเดล Muse Spark เทคโนโลยี AI รุ่นแรกที่พัฒนาโดย Superintelligence Labs หน่วยงานวิจัย AI ขั้นสูงของบริษัท
ผู้ใช้งานสามารถสั่งงานด้วยเสียง สอบถามข้อมูล รับคำแนะนำ และโต้ตอบกับ AI ได้โดยตรงผ่านแว่นตา รวมถึงสามารถแสดงข้อความและข้อมูลสำคัญบนอุปกรณ์ได้แบบเรียลไทม์
การพัฒนา Meta Glasses สะท้อนเป้าหมายระยะยาวของบริษัทที่ต้องการให้ AI กลายเป็นผู้ช่วยดิจิทัลที่อยู่ติดตัวผู้ใช้งานตลอดเวลา ไม่จำกัดอยู่เพียงบนสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์
ครองตลาดแว่นอัจฉริยะกว่า 76%
ความสำเร็จของแว่น AI ของ Meta ได้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ เร่งพัฒนาอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน
ข้อมูลจาก International Data Corporation (IDC) ระบุว่า ยอดจัดส่งแว่นอัจฉริยะทั่วโลกในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 9.6 ล้านเครื่อง โดย Meta ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 76.1% หรือคิดเป็นมากกว่าสามในสี่ของตลาดทั้งหมด
ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำสถานะของ Meta ในฐานะผู้นำตลาดอุปกรณ์ AI สวมใส่ และสร้างแรงกดดันให้คู่แข่งต้องเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อแข่งขันในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
แข่งเดือดกับ Snap, Google และ Apple
การเปิดตัว Meta Glasses เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจาก Snap เจ้าของแอปพลิเคชัน Snapchat เปิดตัวแว่นตาเสมือนจริง (Augmented Reality Glasses) รุ่นใหม่ในราคา 2,195 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 80,100 บาท)
อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ของ Snap เน้นการซ้อนภาพดิจิทัลบนโลกจริงผ่านเทคโนโลยี AR ขณะที่ Meta Glasses มุ่งเน้นการใช้งาน AI การแสดงข้อความ และการโต้ตอบกับผู้ช่วยอัจฉริยะเป็นหลัก
นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดแว่นอัจฉริยะกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงแข่งขันเข้มข้น หลังจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Google และ Apple ต่างแสดงความสนใจพัฒนาอุปกรณ์ประเภทเดียวกัน เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดที่ถูกมองว่าจะเป็นแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ยุคถัดไปต่อจากสมาร์ตโฟน
การเปิดตัวแว่น AI รุ่นใหม่ในราคาที่ต่ำลงของ Meta จึงอาจเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเร่งให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบสวมใส่เข้าถึงผู้บริโภควงกว้างมากขึ้น และยกระดับการแข่งขันในอุตสาหกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะทั่วโลกในช่วงหลายปีข้างหน้า.







