โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง! ชวนดูนโยบายพรรคฯ แก้ “ประกันสังคม” พาไทยปฏิรูปในรอบ 3 ทศวรรษ
โค้งสุดท้าย! รวบนโยบายของ 5 พรรคเรื่อง “ประกันสังคม” เน้นพาปฏิรูปพ้นระบบราชการ ถ้าทำได้จะเป็นการปฏิรูปโครงสร้างสวัสดิการครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ
KEY
POINTS
- พรรคการเมืองใหญ่มีฉันทามติร่วมกันในการเสนอนโยบายแยกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ออกจากระบบราชการให้เป็นองค์กรอิสระ
- เป้าหมายหลักของการปฏิรูปคือเพื่อเพิ่มความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และให้มีการบริหารกองทุนโดยมืออาชีพ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กองทุนบำนาญชราภาพท่ามกลางวิกฤตสังคมสูงวัย
- หากนโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการปฏิรูปโครงสร้างสวัสดิการครั้งใหญ่ที่สุดของไทยในรอบ 3 ทศวรรษ
เจาะนโยบายประกันสังคมและสาธารณสุขของ 5 พรรคการเมืองใหญ่ ได้แก่ พรรคประชาชน, เพื่อไทย, ภูมิใจไทย, ประชาธิปัตย์, และกล้าธรรมในการเลือกตั้ง 2569 พบฉันทามติครั้งประวัติศาสตร์ในการเสนอ "แยกสำนักงานประกันสังคมออกจากระบบราชการ" เพื่อเพิ่มธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความยั่งยืนของกองทุนบำนาญชราภาพ ท่ามกลางวิกฤตสังคมสูงวัยและความเหลื่อมล้ำในระบบสวัสดิการ
......
เข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้ว กับการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งก่อนเลือกตั้งในปีนี้ ก็ต้องบอกว่าเป็นปีที่มีสีสรร และเห็นการออกมาดีเบตของพรรคต่างๆ แบบหมัดต่อหมัด
รวมไปถึงประเด็น "ประกันสังคม" และ "สวัสดิการสุขภาพ" ที่ได้กลายเป็นสมรภูมิหลักที่พรรคการเมืองใช้ในช่วงโค้งสุดท้าย เพราะเอาเข้าจริง นี่คือฐานคะแนนเสียงสำคัญ เพราะมีผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคน ที่ประสบปัญหาร่วมกัน!
ในช่วงที่ผ่านมา จึงเห็นได้ว่ากองทุนประกันสังคมซึ่งมีมูลค่าสะสมเกือบ 3 ล้านล้านบาท กำลังถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและความยั่งยืน เนื่องจากต้องเผชิญกับวิกฤตเชิงซ้อน ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) และโครงสร้างการบริหารที่ติดหล่มระบบราชการ
จากการรวบรวมนโยบายของ 5 พรรคการเมืองหลัก ได้แก่ พรรคประชาชน, พรรคเพื่อไทย, พรรคภูมิใจไทย, พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคกล้าธรรม พบปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือ "ฉันทามติ" ในการเสนอให้ปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ครั้งใหญ่ โดยการแยกออกจากระบบราชการเพื่อความเป็นอิสระและโปร่งใส โดยมีรายละเอียดดังนี้
พรรคประชาชน
เน้นปฏิรูประบบถอนรากถอนโคน สู่รัฐสวัสดิการที่เท่าเทียม
พรรคประชาชนนำเสนอนโยบายที่มุ่งเน้นการรื้อโครงสร้างสาธารณสุขและประกันสังคมภายใต้หลักการ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หมอ-คนไข้รอดไปด้วยกัน" หัวใจสำคัญคือการสร้าง "ชุดสิทธิประโยชน์สุขภาพขั้นพื้นฐาน" (Core Package) มาตรฐานเดียวกันทุกกองทุน เพื่อทำลายกำแพงความเหลื่อมล้ำระหว่างบัตรทอง ประกันสังคม และข้าราชการ โดยที่
ประกันสังคมต้องพ้นมือราชการ
พรรคเสนอให้แยก สปส. ออกจากการเป็นส่วนราชการในกระทรวงแรงงาน โดยให้เป็นนิติบุคคลที่เป็นอิสระ
คืนอำนาจให้ผู้ประกันตน
คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด) และคณะกรรมการลงทุนต้องมาจากการเลือกตั้งหรือยึดโยงกับผู้ประกันตนและนายจ้างอย่างแท้จริง เพื่อป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง
ระบบบริหารจัดการกลาง
จัดตั้ง National Clearing House (NCH) เป็นหน่วยงานกลางจัดการข้อมูลการเบิกจ่ายและราคาค่าบริการที่เป็นธรรมสอดคล้องกับต้นทุนจริง
สิทธิรักษาพยาบาล
ผู้ประกันตนสามารถใช้ "สิทธิส่วนเสริม" (Top-up) จากนายจ้างหรือประกันเอกชนเพิ่มเติมจากชุดสิทธิพื้นฐาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย
พรรคเพื่อไทย
ยกเครื่องปฏิรูปโครงสร้าง - ดิจิทัลประกันสังคม
พรรคเพื่อไทยสานต่อนโยบายเรือธงด้วยแนวคิด "30 บาทรักษาทุกที่ ด้วย AI" และแผนปฏิรูปประกันสังคม 7 ด้าน เพื่อยกระดับสู่การบริหารแบบมืออาชีพ
การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจและบอร์ดจากการเลือกตั้ง
พรรคเพื่อไทยเสนอให้คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ต้องมาจากการเลือกตั้งอย่างแท้จริง เพื่อเสริมสร้างอำนาจให้กับผู้ประกันตนซึ่งเป็นเจ้าของเงินตัวจริงในการกำหนดทิศทางของกองทุน
การบริหารจัดการโดยมืออาชีพตามมาตรฐานสากล
มุ่งเน้นการดึงการบริหารกองทุนออกจากการครอบงำของฝ่ายราชการและการเมือง โดยใช้ผู้บริหารกองทุนมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญตามมาตรฐานสากลเข้ามาดำเนินการ
การใช้โมเดล กบข. ในการลงทุน
พรรคเสนอให้มีคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเข้ามาดูแลกองทุนในลักษณะเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนและสร้างความมั่นคงให้กับเงินบำนาญชราภาพ
ความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล
กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานและการลงทุนอย่างเป็นระบบและโปร่งใส เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสถานะและการใช้จ่ายเงินกองทุนได้อย่างชัดเจน
การแยกภารกิจด้านการรักษาพยาบาล
พรรคมีแผนที่จะแยกสิทธิประโยชน์ทางการรักษาพยาบาลออกจากสิทธิประโยชน์ด้านอื่นๆ (เช่น บำนาญชราภาพ หรือการว่างงาน) เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณในแต่ละส่วนมีความชัดเจนและคล่องตัวมากขึ้น
การบูรณาการสิทธิเพื่อมาตรฐานเดียว (One Standard)
นำสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาลไปร่วมบริหารกับกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) เพื่อให้เกิดมาตรฐานการรักษาที่เท่าเทียมกันทุกกองทุน โดยมุ่งสู่แนวคิด "1 มาตรฐาน 1 บริษัทประกันสุขภาพ"
การยกระดับสิทธิประโยชน์เพื่อความหลากหลาย
ขยายขอบเขตการดูแลให้ครอบคลุมความต้องการเฉพาะด้าน เช่น บริการยาฮอร์โมนบำบัดและการดูแลสุขภาพจิต เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ประกันตน
พรรคภูมิใจไทย
ยุทธศาสตร์ "พูดแล้วทำ พลัส" เท่ากันทุกกองทุน!
พรรคภูมิใจไทยวางน้ำหนักไปที่การรับมือสังคมสูงวัยและความเข้มข้นของสาธารณสุขระดับฐานราก โดยเห็นพ้องกับแนวคิดการแยกประกันสังคมออกจากภาพราชการ
อิสระเพื่อความคล่องตัว
สนับสนุนการปรับโครงสร้าง สปส. ให้เป็นองค์กรอิสระที่ใช้ระบบสรรหาผู้บริหารมืออาชีพแทนการโยกย้ายข้าราชการ เพื่อเพิ่มธรรมาภิบาลและการลงทุนที่โปร่งใส
สูงวัยพลัส
จัดตั้งกองทุนประกันชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ให้กรมธรรม์ฟรีเพื่อเป็นหลักประกันทางเศรษฐกิจ
สิทธิเท่าเทียม
ปรับสิทธิประโยชน์ให้เท่ากันทุกกองทุน โดยให้ สปสช. เจรจากับกองทุนประกันสังคมและกรมบัญชีกลางตามกฎหมาย
พรรคประชาธิปัตย์
"ผ่าตัดใหญ่" แยกองค์กรอิสระและประกันรายได้แรงงาน
พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอนโยบายภายใต้แคมเปญ "ไทยหายจน" โดยเน้นการปฏิรูปโครงสร้างรัฐที่ล้าหลังและเพิ่มความโปร่งใสในกองทุนขนาดใหญ่
องค์กรอิสระถาวร
เสนอแยกสำนักงานประกันสังคมออกมาเป็นองค์กรอิสระจากการควบคุมของกระทรวงแรงงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความเหลื่อมล้ำในการบริหารเงินสมทบ
ประกันรายได้ผู้ใช้แรงงาน
รัฐจ่ายเงินส่วนต่างระหว่างค่าแรงขั้นต่ำกับดัชนีค่าครองชีพรายจังหวัด เพื่อให้แรงงานมีรายได้เพียงพอโดยไม่ผลักภาระให้นายจ้าง
กองทุนสุขภาพที่ 4
นวัตกรรมระบบสมัครใจร่วมจ่ายสำหรับประชาชนที่ต้องการความรวดเร็วและทางเลือกในการรักษาพยาบาลเพิ่มเติม
พรรคกล้าธรรม
"ทำจริง" แยกทันทีด้วยเทคโนโลยี AI
พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ชูจุดยืนความพร้อมด้านกฎหมายและการลงมือทำทันที
แยก สปส. ทันที
ยืนยันว่าโครงสร้างและกฎหมายพร้อมแล้ว สามารถแยกประกันสังคมออกจากระบบราชการได้ทันที เพื่อให้เงินของผู้ประกันตนเพื่อผู้ประกันตนอย่างแท้จริง
AI Monitoring
นำ AI มาใช้ตรวจสอบการลงทุนของกองทุนประกันสังคมย้อนหลังและกำกับดูแลธรรมาภิบาลเพื่อให้เกิดความโปร่งใสต่อสาธารณะ
คุ้มครองแรงงานอิสระ
ผลักดันกฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มให้ได้รับสวัสดิการที่ใกล้เคียงกับลูกจ้างในระบบ
......
หากพรรคการเมืองทำตามที่หาเสียงจริง!
การเลือกตั้ง 69 จะไม่ได้เป็นเพียงการตัดสินใจทางการเมือง แต่เป็นการเลือกระหว่าง "การรักษาระบบเดิมที่ปลอดภัยแต่เสี่ยงต่อความยั่งยืน" กับ "การรื้อสร้างใหม่สู่องค์กรอิสระมืออาชีพ"
หากนโยบายแยกประกันสังคมออกจากระบบราชการเกิดขึ้นได้จริงตามฉันทามติของทุกพรรค จะถือเป็นการปฏิรูปโครงสร้างสวัสดิการครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ เลยทีเดียว!


