
เปิดใช้วันแรก ฟู้ดเดลิเวอรี ไทยช่วยไทยพลัส เช็กวิธีใช้สิทธิ 60/40
เริ่มแล้ววันนี้ 15 มิ.ย. 2569 ไทยช่วยไทย พลัส เปิดใช้สิทธิฟู้ดเดลิเวอรีผ่านเป๋าตัง เช็กขั้นตอนสั่งอาหาร เงื่อนไขร่วมจ่าย 60/40 ก่อนใช้สิทธิ
KEY
POINTS
- โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" เริ่มเปิดให้ใช้สิทธิสั่งอาหารฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
- รัฐบาลสนับสนุนค่าอาหาร 60% และประชาชนจ่ายส่วนที่เหลือ 40% โดยสิทธินี้ไม่ครอบคลุมค่าจัดส่งอาหาร
- ผู้ใช้ต้องเชื่อมต่อสิทธิระหว่างแอปฯ ฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ (เช่น ShopeeFood, LINE MAN) กับแอปฯ เป๋าตัง เพื่อยืนยันการสั่งซื้อและชำระเงิน
ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 สามารถเริ่มใช้สิทธิสั่งอาหาร ผ่านแพลตฟอร์ม "ฟู้ดเดลิเวอรี" ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยใช้สิทธิได้ทุกวัน โดยมีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 88,000 ร้านค้า ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. ผ่าน 4 แพลตฟอร์มที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่
1.ShopeeFood
2.LINE MAN
3.GrabFood
4.Robinhood
การใช้สิทธิจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ภายใต้มาตรการร่วมจ่าย 60/40 โดยประชาชนจ่ายค่าอาหาร 40% ส่วนภาครัฐร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายไม่เกิน 60% ตามวงเงินที่กำหนด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นการบริโภคและการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ
1. อัปเดตแอปพลิเคชันให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
อัปเดตแอป "เป๋าตัง" และแอปฟู้ดเดลิเวอรีที่ต้องการใช้งานให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อรองรับการเชื่อมต่อสิทธิและลดปัญหาการใช้งานในวันแรก
2. เชื่อมต่อสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน
เปิดแอปฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ
กดเลือกแบนเนอร์หรือสัญลักษณ์ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40"
ระบบจะเชื่อมต่อไปยังแอปเป๋าตัง เพื่อยืนยันการผูกบัญชีและการใช้สิทธิ
3. เลือกร้านค้าและสั่งอาหาร
เลือกร้านอาหารที่มีสัญลักษณ์เข้าร่วมโครงการ
เลือกเมนูอาหารหรือเครื่องดื่มที่ต้องการ
กดสั่งซื้อ ระบบจะคำนวณยอดชำระตามเงื่อนไขร่วมจ่ายอัตโนมัติ
4. ยืนยันการชำระเงินผ่านเป๋าตัง
ผู้ใช้สิทธิต้องเข้าไปยืนยันการชำระเงินผ่านแอปเป๋าตังภายในเวลาที่กำหนด เพื่อให้คำสั่งซื้อสมบูรณ์และร้านค้าดำเนินการจัดส่ง
เงื่อนไขสำคัญก่อนใช้สิทธิ
โครงการกำหนดให้ประชาชนเป็นผู้รับผิดชอบค่าอาหารในสัดส่วน 40% ขณะที่ภาครัฐร่วมจ่าย 60% ของค่าอาหาร ตามวงเงินที่กำหนด โดยหากใช้จ่ายเกินสิทธิ ผู้ใช้ต้องชำระส่วนต่างด้วยตนเอง
ทั้งนี้ สิทธิสนับสนุนดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะค่าอาหารและเครื่องดื่ม ไม่รวมค่าจัดส่งอาหาร (Delivery Fee) ซึ่งผู้ใช้สิทธิต้องรับผิดชอบเต็มจำนวน และสามารถใช้สิทธิได้ทุกวันในช่วงเวลา 06.00-21.00 น. เท่านั้น







