posttoday
ผ่าเกณฑ์ศาลคดีฟ้องปิดปาก เทียบปม สมาชิกวุฒิสภาฟ้อง iLaw ฮั้วเลือกสว.

ผ่าเกณฑ์ศาลคดีฟ้องปิดปาก เทียบปม สมาชิกวุฒิสภาฟ้อง iLaw ฮั้วเลือกสว.

01 สิงหาคม 2569

เมื่อสิทธิฟ้องร้องปะทะเสรีภาพการตรวจสอบ คดี สว.ฟ้อง iLaw จึงไม่ใช่แค่ข้อพิพาทหมิ่นประมาท แต่เป็นบททดสอบว่าเส้นแบ่งระหว่างการคุ้มครองชื่อเสียงกับการฟ้องปิดปากอยู่ตรงไหน

KEY

POINTS

  • สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หลายรายยื่นฟ้องหมิ่นประมาทผู้อำนวยการ iLaw หลังเผยแพร่ข้อมูลที่อาจส่อถึงความผิดปกติและการฮั้วในการเลือก สว. ซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นคดีฟ้องปิดปาก (SLAPP) เพื่อหยุดการตรวจสอบ
  • ศาลมีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 ในการยกฟ้องคดีที่โจทก์ฟ้องโดยไม่สุจริต หรือมีเจตนากลั่นแกล้งผู้ที่เปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์สาธารณะ
  • การพิจารณาว่าเป็นคดีฟ้องปิดปากหรือไม่ ศาลจะดูเจตนาของผู้ฟ้อง รวมถึงการเลือกฟ้องในหลายจังหวัดที่ห่างไกล ซึ่งอาจสร้างภาระให้จำเลยเกินสมควร เพื่อกดดันให้ยุติการเคลื่อนไหว

เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะใช้กระบวนการทางกฎหมายตอบโต้ผู้ตั้งคำถาม เส้นแบ่งระหว่าง “การปกป้องชื่อเสียง” กับ “การใช้คดีหยุดการตรวจสอบ” ย่อมกลายเป็นประเด็นที่สังคมต้องจับตา โดยเฉพาะกรณีสมาชิกวุฒิสภาหลายรายดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw หลังเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติและความผิดปกติในการเลือก สว.

 

คดีนี้จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่า ข้อความใดทำให้ใครเสียชื่อเสียง แต่ยังเป็นบททดสอบว่า การฟ้องร้องดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริต หรืออาจเข้าข่าย การฟ้องปิดปาก หรือ SLAPP ซึ่งมุ่งสร้างภาระ กดดัน และทำให้ผู้ตรวจสอบยุติการพูดถึงเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

สว.ยืนยันใช้สิทธิปกป้องชื่อเสียง

 

ผู้แจ้งความหลักประกอบด้วย แดง กองมา และ สมพาน พละศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเข้าแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่า รัฐมนตรีและนักการเมืองรายอื่นเตรียมดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันตามพื้นที่ต่าง ๆ เช่น บึงกาฬและอ่างทอง

 

แดง กองมา ระบุว่า ข้อมูลที่ยิ่งชีพเผยแพร่มีลักษณะบิดเบือนกฎหมายและทำให้ประชาชนเข้าใจว่าตนขาดคุณสมบัติ ทั้งที่ผ่านกระบวนการเลือกและได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว อีกทั้งยังเห็นว่าการนำเสนอข้อมูลดังกล่าวอาจกระตุ้นให้เกิดการคุกคาม จนทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย

 

ด้านสมพานยืนยันว่า ตนมีคุณสมบัติครบถ้วนตรงตามกลุ่มอาชีพที่สมัคร พร้อมย้ำว่าการดำเนินคดีไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงและความเป็นธรรมของตนเอง

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้วิพากษ์วิจารณ์คนเดียวต้องเผชิญคดีจากบุคคลหลายรายในหลายจังหวัด จึงเกิดคำถามว่า เป้าหมายของการดำเนินคดีคือการเยียวยาความเสียหาย หรือการเพิ่มต้นทุนให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และการเดินทาง จนอาจไม่สามารถตรวจสอบเรื่องเดิมต่อไปได้

 

 

มาตรา 161/1 เครื่องมือคัดกรองคดีไม่สุจริต

 

แม้ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายต่อต้าน SLAPP โดยเฉพาะ แต่ศาลมีเครื่องมือสำคัญตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 ซึ่งให้อำนาจศาลยกฟ้องคดีที่โจทก์ฟ้องโดยไม่สุจริต หรือบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อกลั่นแกล้งและเอาเปรียบจำเลย

 

บทบัญญัตินี้ใช้ประกอบกับ คำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาโดยไม่สุจริต แม้คำแนะนำดังกล่าวไม่ใช่กฎหมายที่ผูกพันคำวินิจฉัย และผู้พิพากษายังมีอิสระในการใช้ดุลพินิจ แต่ถือเป็นแนวทางสำคัญในการคัดกรองคดีตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง

 

ศาลอาจพิจารณาว่า การฟ้องมีลักษณะก่อกวน ข่มขู่ คุกคาม หรือสร้างความเดือดร้อนแก่จำเลยเกินสมควรหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่าโจทก์ใช้คดีเพื่อกดดันให้จำเลยหยุดเปิดเผยข้อมูล หยุดวิพากษ์วิจารณ์ หรือยุติการกระทำที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะหรือไม่

 

ปัจจัยอื่นที่ศาลอาจนำมาชั่งน้ำหนัก ได้แก่ การนำคดีมาใช้ต่อรองผลประโยชน์ การจงใจบิดเบือนหรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ ตลอดจนการฟ้องเพราะจำเลยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตหรือการประพฤติมิชอบ หากพฤติการณ์โดยรวมชี้ว่าโจทก์มุ่งหวังผลอื่นมากกว่าการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย ศาลอาจวินิจฉัยว่าเป็นการฟ้องโดยไม่สุจริต

 

ฟ้องหลายจังหวัดเป็นเพียงข้อสังเกต

 

หนึ่งในเกณฑ์ที่ถูกจับตาคือ การเลือกฟ้องในพื้นที่ห่างไกลจากภูมิลำเนาหรือสถานที่ทำงานของจำเลย หากพื้นที่นั้นไม่ได้ช่วยให้การรวบรวมพยานหลักฐานหรือการพิจารณาคดีสะดวกขึ้น แต่กลับทำให้จำเลยต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่ม อาจเป็นข้อบ่งชี้ถึงการสร้างความยากลำบากเกินสมควร

 

กรณีของยิ่งชีพจึงมีข้อสังเกตว่า หากต้องเดินทางไปต่อสู้คดีในอำนาจเจริญ บึงกาฬ อ่างทอง หรือจังหวัดอื่น ศาลอาจนำจำนวนคดี สถานที่ฟ้อง และภาระที่เกิดขึ้นมาพิจารณาร่วมกับเจตนาของผู้ฟ้อง

 

อย่างไรก็ดี การฟ้องต่างจังหวัดไม่ได้ทำให้คดีเป็น SLAPP โดยอัตโนมัติ เพราะศาลยังต้องตรวจสอบว่าเหตุเกิดขึ้นที่ใด พยานหลักฐานอยู่ในพื้นที่ใด และผู้ฟ้องมีเหตุผลอันชอบธรรมในการเลือกดำเนินคดีในพื้นที่นั้นหรือไม่

 

บทเรียนจากคดีอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต

 

คดีตัวอย่างสำคัญคือกรณี รุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตฟ้องเจ้าของที่ดินในข้อหาแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท หลังอีกฝ่ายเปิดเผยข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงิน 1 ล้านบาท เพื่อแลกกับการแก้ไขเอกสารครอบครองที่ดิน

 

ศาลพิจารณาพบหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขณะที่โจทก์ไม่มีหลักฐานเรื่องการกู้ยืมเงินมาหักล้าง ศาลจึงเห็นว่าการฟ้องมีข้อบ่งชี้ว่าเกิดขึ้นเพราะจำเลยเปิดเผยข้อมูลการทุจริต และมีลักษณะมุ่งหวังผลอื่นมากกว่าประโยชน์ที่พึงได้รับโดยชอบ

 

ศาลจึงใช้อำนาจตามมาตรา 161/1 ยกฟ้องตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง กลายเป็นกรณีตัวอย่างของการใช้กลไกคัดกรองไม่ให้กระบวนการยุติธรรมถูกนำมาเป็นเครื่องมือกดดันผู้เปิดเผยข้อมูลการประพฤติมิชอบ

 

เงื่อนงำคะแนนเลือก สว.

 

หัวใจของข้อพิพาทอยู่ที่ข้อมูลความผิดปกติในการเลือก สว. ระดับประเทศ โดยมีการเปิดเผยว่า บัตรลงคะแนนรอบเลือกกันเองจำนวน 20 ใบ เขียนหมายเลขผู้สมัครเรียงลำดับเหมือนกันครบทั้ง 10 หมายเลข นักคณิตศาสตร์ประเมินว่า รูปแบบดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นตามธรรมชาติน้อยมาก

 

ในรอบเลือกไขว้ แดง กองมา และสมพาน พละศักดิ์ ได้คะแนน 63 และ 61 คะแนนตามลำดับ ขณะที่บุคคลที่มีชื่อเสียงทั่วไปบางรายได้คะแนนเฉลี่ยเพียง 5-10 คะแนน

 

นอกจากนี้ ผู้ได้รับเลือกอันดับ 1-6 ยังมีคะแนนเกาะกลุ่มอยู่ระหว่าง 60-73 คะแนน ก่อนลดลงเหลือ 28 คะแนนในอันดับที่ 7 รูปแบบดังกล่าวถูกนำไปเชื่อมโยงกับข้อมูลที่เรียกว่า “โพย A” และ “โพย B” ซึ่งมีการจัดกลุ่มหมายเลขผู้สมัครไว้ล่วงหน้า จนนำไปสู่ข้อสงสัยเรื่องการบล็อกโหวตและการลงคะแนนตามระบบจัดตั้ง

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ใช่คำพิพากษาว่ามีการฮั้ว แต่เป็นข้อสังเกตที่ทำให้เกิดคำถามต่อ กกต. ว่า มีหลักฐานอันควรเชื่อเพียงพอให้ตรวจสอบหรือส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยหรือไม่ รวมถึงกระบวนการได้มาซึ่ง สว. เป็นไปตามหลักลงคะแนนโดยลับตามรัฐธรรมนูญเพียงใด

 

ท้ายที่สุด สมาชิกวุฒิสภาย่อมมีสิทธิปกป้องชื่อเสียง หากเห็นว่าตนถูกใส่ความ ขณะเดียวกัน นักกิจกรรม สื่อ และประชาชนก็มีสิทธิตั้งคำถามต่อที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ

 

เดิมพันของคดีนี้จึงไม่ใช่เพียงว่าใครแพ้หรือชนะ แต่คือการวางเส้นแบ่งว่า การใช้สิทธิทางกฎหมายจะสิ้นสุดตรงไหน และการตรวจสอบอำนาจสาธารณะจะได้รับการคุ้มครองเพียงใด โดยไม่ปล่อยให้คดีความกลายเป็นกำแพงที่ทำให้คำถามสำคัญของสังคมเงียบหายไป

ข่าวล่าสุด

ดีเดย์ 2 สิงหา! EU ลงดาบสั่งให้ติดป้ายกำกับเนื้อหา AI ทั้งหมด

ดีเดย์ 2 สิงหา! EU ลงดาบสั่งให้ติดป้ายกำกับเนื้อหา AI ทั้งหมด