posttoday
ผ่าวิกฤต "ระบอบน้ำเงิน" พายุคอรัปชันถล่ม รัฐบาลจ่อปรับ ครม. ปลายปี

ผ่าวิกฤต "ระบอบน้ำเงิน" พายุคอรัปชันถล่ม รัฐบาลจ่อปรับ ครม. ปลายปี

15 มิถุนายน 2569

เกิดอะไรขึ้นกับ "ระบอบน้ำเงิน"? เมื่อกระแสคอรัปชันและข้อกังขาจากองค์กรอิสระถาโถมเข้าใส่ จนสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลก่อนเข้าสู่ช่วงปรับ ครม. ปลายปีนี้

KEY

POINTS

  • "ระบอบน้ำเงิน" หรือพรรคภูมิใจไทยกำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นอย่างหนักจากปัญหาคอร์รัปชันในหลายกระทรวงที่กำกับดูแล
  • กระทรวงสำคัญ เช่น กระทรวงดิจิทัลฯ, อุตสาหกรรม และมหาดไทย ตกเป็นเป้าวิจารณ์จากโครงการที่น่าสงสัย, ปัญหาการนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และการโยกย้ายข้าราชการที่ส่อว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน
  • จากมรสุมข้อกล่าวหาทุจริตและแรงกดดันจากหลายฝ่าย ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ในช่วงปลายปีเพื่อแก้ปัญหาและรักษาเสถียรภาพ

"ระบอบน้ำเงิน": มรสุมคอรัปชันเขย่าบัลลังก์ก่อนปรับทัพใหญ่

เพียงไม่กี่เดือนหลังเข้าบริหารประเทศ "ระบอบน้ำเงิน" ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย กำลังตกอยู่ในสภาวะ "ตำบลกระสุนตก" จากสารพัดปัญหาท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นที่เพิ่มดีกรีความรุนแรง จนนักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงปลายปีนี้กลายเป็นความจำเป็น เพื่ออุดช่องว่างตำแหน่งที่ยังขาดอยู่ (35+1) และผ่าตัดบุคคลในกระทรวงที่เป็นเป้าสายตาของสังคม

 

 DE-อุตสาหกรรม: จุดเดือดกระสุนตก

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ถูกระบุว่า "หนักที่สุด" จากโครงการ TH-AI Passport ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องเส้นทางเงินโยงกลุ่มทุนบริจาคพรรค และกระบวนการที่ถูกวิจารณ์ว่า "งานหยาบ" ข้ามขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมก็วิกฤตไม่แพ้กัน จากกรณีปล่อยเหล็กจีนไร้มาตรฐาน (เหล็ก IF) ทะลักเข้าไทย และเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่มที่สังคมยังคาใจการกำกับดูแล

มหาดไทย-ศธ.-อว.: แรงสั่นสะเทือนจากภายใน

แม้กระทรวงมหาดไทยจะเป็นฐานที่มั่นสำคัญ แต่กำลังสั่นสะเทือนหนักจากปม "ไลน์หลุด" โยกย้ายนายอำเภอและปลัดจังหวัดกว่า 500 ตำแหน่งที่ถูกมองว่าหวังผลเลือกตั้ง ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) ก็กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจใช้โมเดลโครงการในลักษณะเดียวกันกับกระทรวง DE และอยู่ในสังกัดพรรคการเมืองเดียวกัน ทำให้กลายเป็นเป้าหมายในการตรวจสอบเพิ่มขึ้น

เงาแห่งองค์กรอิสระและการนับถอยหลัง

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อมีแรงกดดันจากองค์กรอิสระ ทั้งปม ปปช. ในคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ และกรณี กกต. ดึงเวลาคดี "ฮั้ว สว." ที่พัวพันรัฐมนตรีถึง 13 คน นำไปสู่การเดินเกมตรวจสอบย้อนกลับตามมาตรา 236 ของฝ่ายค้าน

ด้วยมรสุมคอรัปชันและความเคลือบแคลงในกระบวนการยุติธรรมที่รุมเร้า ปลายทางของรัฐบาลชุดนี้จึงมุ่งหน้าสู่การ "ปรับทัพใหญ่" ในช่วงปลายปี เพื่อผ่าตัดจุดอ่อนและรักษาเสถียรภาพให้อยู่รอดท่ามกลางพายุการเมืองที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้ง่ายๆ

 

ข่าวล่าสุด

“อธิปไตยทางการสื่อสาร” ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ อันตรายกว่าที่คิด

“อธิปไตยทางการสื่อสาร” ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ อันตรายกว่าที่คิด