posttoday
โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด

โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด

15 มิถุนายน 2569

บลจ.กรุงไทย (KTAM) มองต่างจากความกังวลของตลาด ชี้เศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้น ขณะที่ไทยได้แรงหนุนจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งออก อัปเกรด GDP ปีนี้แตะระดับ 2.3% หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ตั้งเป้าดัชนีสิ้นปีแตะระดับ 1,600 จุด แนะนักลงทุนรับมือโลกยุคใหม่ เน้นกระจายความเสี่ยง พร้อมเกาะเมกะเทรนด์ AI

KEY

POINTS

  • บลจ.กรุงไทย (KTAM) มองต่างจากความกังวลของตลาด ชี้เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น ขณะที่ไทยได้แรงหนุนงบกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งออก
  • อัปเกรด GDP ปีนี้แตะระดับ 2.3% หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ตั้งเป้าดัชนีสิ้นปีแตะระดับ 1,600 จุด
  • แนะนักลงทุนรับมือโลกยุคใหม่ เน้นกระจายความเสี่ยง พร้อมเกาะเมกะเทรนด์ AI

สงครามยังไม่จบ! ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังปะทุเป็นระยะ ราคาพลังงานผันผวน เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ขณะที่นักลงทุนจำนวนมากยังตั้งคำถามว่า วิกฤตรอบใหม่กำลังจะมาถึงหรือไม่

ทว่า แม่ทัพใหญ่ "ชวินดา หาญรัตนกูล" กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (KTAM) กลับส่งสัญญาณสวนกระแสความกลัว โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกกำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งมากกว่าที่คาด

ขณะที่เศรษฐกิจไทยเริ่มมีแรงส่งใหม่จากการลงทุนภาคเอกชน การส่งออก และมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่ของภาครัฐ

"ชวินดา" พิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้นกว่าที่หลายฝ่ายกังวลไว้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือภาคเอกชนเริ่มมีการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าภาคธุรกิจยังมีการลงทุนและมีความเชื่อมั่นในอนาคต

นอกจากนี้ ตัวเลขทางเศรษฐกิจหลายด้านยังออกมาดีกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ แต่ยังมีบางประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งไม่ได้กระทบเฉพาะประเทศไทย แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก แม้จะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แต่ยังไม่ได้กลับมาแข็งแกร่งเต็มที่

ขณะที่สงครามที่เกิดขึ้นนั้น ปัจจุบันหลายคนไม่ได้คาดหวังแล้วว่าสงครามจะจบลงในเร็ววัน เพราะผลกระทบเกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายรอบ

สิ่งที่น่าสนใจ คือ ในช่วงแรกที่เกิดความขัดแย้ง ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจนทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ในระยะหลัง ผลกระทบเริ่มลดความรุนแรงลง ตลาดเริ่มปรับตัวได้และสามารถประเมินต้นทุนได้ดีขึ้น

ดังนั้น แม้ไม่มีใครตอบได้ว่าสงครามจะสิ้นสุดวันไหน แต่เชื่อว่าผลกระทบที่มีต่อราคาพลังงานและต้นทุนทางเศรษฐกิจจะไม่รุนแรงเท่ากับในช่วงแรกของวิกฤต

อัปเกรด GDP ไทยเป็น 2.3% รับมาตรการรัฐและการส่งออก 

ในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจไทย KTAM ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2569 ขึ้นเป็น 2.3% จากเดิมที่มองไว้ 1.9% ปัจจัยหนุนหลักมาจากการมองว่ารัฐบาลมีความเสถียรภาพมากขึ้นและมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจน โดยเฉพาะงบประมาณวงเงินกว่า 4 แสนล้านบาท

ประกอบกับตัวเลขการส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ภาคการท่องเที่ยวอาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามทำให้ชะลอตัวไปบ้างในบางช่วง

ขณะที่แนวโน้มค่าเงินบาท คาดการณ์ว่า ณ สิ้นปีนี้น่าจะอยู่ที่ระดับ 31.75 - 32.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยมองว่าดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงในอนาคต แม้ปัจจัยพื้นฐานในปัจจุบันจะบ่งชี้ว่าควรอยู่ที่ระดับ 33 - 34 บาทก็ตาม

ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบันจนถึงสิ้นปี และอาจปรับขึ้นอีก 1 ครั้งเป็น 1.25% ในปีหน้า

"ตลาดยังมีความเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ย เพราะยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าแนวโน้มดอกเบี้ยจะเป็นอย่างไร ปัจจุบันนักวิเคราะห์แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่มองว่าอัตราดอกเบี้ยอาจกลับมาปรับขึ้นได้ และกลุ่มที่มองว่าดอกเบี้ยน่าจะทรงตัว ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ตลาดการเงินมีความผันผวนสูง และนักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าต้นทุนทางการเงินจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนมากน้อยเพียงใด"

ถามว่า KTAM ดูเหมือนไม่กังวลกับวิกฤตเศรษฐกิจ

"ชลิดา" ตอบชัดเจนว่า ไม่ใช่ว่าไม่กังวล แต่เป็นการเข้าใจธรรมชาติของตลาดทุน ด้วยตลาดการเงินทั่วโลกมีเม็ดเงินมหาศาล และเงินเหล่านี้ไม่สามารถหายไปจากระบบได้ แต่จะเคลื่อนย้ายจากสินทรัพย์หนึ่งไปสู่อีกสินทรัพย์หนึ่งตามวัฏจักรเศรษฐกิจ

ตัวอย่างเช่น เมื่อคนกังวลเรื่องสงคราม เงินอาจไหลไปหาทองคำ, เมื่อเชื่อว่าเทคโนโลยีเติบโต เงินอาจไหลเข้าสู่หุ้น AI และ เมื่อกังวลเรื่องดอกเบี้ย เงินอาจไหลเข้าสู่ตราสารหนี้ระยะสั้น ดังนั้น ทุกวิกฤตย่อมมีสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบแตกต่างกัน

"ในอดีตเราเห็นเงินไหลเข้าทองคำเพราะความกังวลเรื่องเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ต่อมาเมื่อทองคำปรับตัวขึ้นมาก เงินบางส่วนก็เริ่มย้ายไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่น เมื่อเกิดสงคราม เงินก็ไหลไปยังน้ำมัน เพราะนักลงทุนมองว่าราคาพลังงานจะปรับตัวสูงขึ้น ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าเงินลงทุนจะเคลื่อนย้ายไปหาสินทรัพย์ที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากสถานการณ์ในขณะนั้นเสมอ"

โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด

กรณีเกิดวิกฤตรุนแรง..นักลงทุนควรรับมืออย่างไร?

หากเป็นวิกฤตระดับโลกจริงๆ ไม่มีใครสามารถป้องกันผลกระทบได้ทั้งหมด สิ่งที่ทำได้คือ ถือเงินสดบางส่วน, ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น, กระจายความเสี่ยง และพิจารณาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ

เพราะไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เงินลงทุนก็ยังต้องหาที่อยู่ และนักลงทุนต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

"โลกการลงทุนในอนาคตจะมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นเรื่อยๆ จากทั้งเทคโนโลยี AI ภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมของนักลงทุนสิ่งสำคัญไม่ใช่การพยายามหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั้งหมด แต่คือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเสี่ยง, กระจายการลงทุน และปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับสถานการณ์อยู่เสมอเพราะสุดท้ายแล้ว การลงทุนไม่ใช่การทำนายอนาคตให้ถูกต้อง 100% แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงให้สามารถเติบโตได้ในทุกสภาวะตลาด"

คงเป้า AUM แตะระดับ 1.1 ล้านล้าน

"ชวินดา" เผยภาพรวมของ KTAM นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางปี 2569 มีทิศทางที่ดีมาก โดยตั้งเป้าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ในปีนี้ไว้ที่ 1.1 ล้านล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 10% จากปีก่อนที่อยู่ราว 1.01 ล้านล้านบาท

โดยมุ่งเน้นความร่วมมือกับกลุ่มธนาคารกรุงไทยที่รวมทั้งกองทุนรวม (Mutual Fund) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ อาทิ เตรียมออกกองทุนที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเพื่อให้ลูกค้าซื้อขายได้ทุกวันผ่านบัญชี FCD เพื่อรับผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่สูงกว่าไทย คาดว่าจะเริ่มในเดือนกรกฎาคมนี้

รวมถึงพัฒนาระบบให้ลูกค้าสามารถขายหน่วยลงทุนแล้วได้รับเงินทันที ไม่ต้องรอ T+5 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้เงิน แก้จุดอ่อนเรื่องระยะเวลาของกองทุนต่างประเทศ อีกทั้งมีแผนเป็น บลจ. แรกที่ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ออก Tokenized Security หรือเหรียญที่ใช้ซื้อขายกองทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้นด้วยเงินจำนวนน้อย

โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด

ตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลังยังฟื้นตัวดี ?

แม้ตลาดโลกจะมีความผันผวน แต่ยังมองว่าหุ้นไทยมีโอกาสไปต่อได้ ปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ กำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโต, ปัจจัยพื้นฐานของหลายธุรกิจยังแข็งแรง, รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคต่อเนื่อง อาจมีการปรับฐานเป็นระยะ แต่โดยรวมยังเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยสามารถรักษาทิศทางการเติบโตได้จนถึงสิ้นปี

แม้ไทยจะไม่มีบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ระดับโลก แต่ยังมีหลายธุรกิจที่สามารถได้รับประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สิ่งสำคัญคือการเลือกลงทุนในบริษัทที่มีความแข็งแกร่งทางธุรกิจ มีความสามารถในการแข่งขัน และสามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ นอกจากนี้ควรกระจายการลงทุนทั้งในเชิงอุตสาหกรรมและรายบริษัท ไม่ควรกระจุกตัวอยู่ในหุ้นเพียงไม่กี่ตัว

"หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยในครึ่งแรกของปี 2569 หุ้นไทยให้ผลตอบแทนโดดเด่นบวกถึง 26% (ข้อมูลสิ้นเดือน 5) และมี Earning Surprise สูงถึง 67% โดยให้เป้าหมายดัชนี SET Index ปีนี้ไว้ที่ระดับ 1,600 จุด ค่าเฉลี่ย P/E ที่ 15-16 เท่า กรณีเลวร้าย ดัชนีไม่น่าจะหลุดระดับที่เทียบเท่า P/E ประมาณ 13 เท่า"

หุ้นเทคโนโลยี AI โดดเด่นต่อเนื่องครึ่งปีหลัง

ธีมลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง ธีมหลักยังคงเป็นเรื่องของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI แม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่กลุ่มนี้ แต่หลังจากที่โลกเริ่มนำ AI มาใช้งานจริงมากขึ้น พบว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ได้จริง

ในระยะยาวจึงยังเชื่อว่ากลุ่มเทคโนโลยีมีศักยภาพเติบโตต่อได้ แม้ว่าราคาหุ้นบางตัวอาจปรับขึ้นมาสูงและมีความผันผวนระหว่างทางก็ตาม

ขณะที่สินทรัพย์อย่างทองคำและน้ำมันนั้น ถือว่ามีลักษณะแตกต่างกัน โดย "ทองคำ" ราคาปรับตัวขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมา จึงเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรและการปรับฐานเกิดขึ้นบ้าง

หลักการสำคัญ คือ สินทรัพย์ที่ปรับขึ้นแรงมาก อาจต้องระมัดระวัง และสินทรัพย์ที่ปรับตัวลงหรือถูกมองข้าม อาจเริ่มน่าสะสม

ดังนั้น ช่วงครึ่งปีหลังนักลงทุนควรเลือกจังหวะลงทุนมากขึ้น ไม่ใช่ไล่ซื้อสินทรัพย์ที่ปรับขึ้นต่อเนื่องโดยไม่ประเมินมูลค่า.

โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด

ข่าวล่าสุด

CPN ยุคใหม่! 'ชนวัฒน์' ซีอีโอเจน 3 ทุ่ม 1.1 แสนล้าน ปั้นรังสิตเมืองอนาคต

CPN ยุคใหม่! 'ชนวัฒน์' ซีอีโอเจน 3 ทุ่ม 1.1 แสนล้าน ปั้นรังสิตเมืองอนาคต