กรมควบคุมโรคเฝ้าระวัง “ฝีดาษวานร” โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์โรคฝีดาษวานร เดินหน้ามาตรการเชิงรุกป้องกันการแพร่ระบาดโดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว พร้อมแนะวิธีประชาชนดูและป้องกันตนเอง
KEY
POINTS
- กรมควบคุมโรคเตือนการระบาดของฝีดาษวานรในแหล่งท่องเที่ยว โดยพบผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิดและมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่คุ้นเคย
- ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมโรคเชิงรุก พร้อมจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคให้กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ และภูเก็ต
- แนะนำประชาชนให้ป้องกันตนเองโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีผื่นหรือตุ่มผิดปกติ และรีบพบแพทย์หากมีอาการสงสัย
กรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์โรคฝีดาษวานร (Mpox) จากการเฝ้าระวังพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ มีประวัติเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิด โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่คุ้นเคย
ทั้งนี้ ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยสะสมประมาณ 1,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นคนไทยในกลุ่มวัยทำงาน และเป็นเพศชายประมาณ 97% ขณะที่บางจังหวัดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญพบผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจึงมีการติดตามและดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
ด้าน นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าววันนี้ (17 มกราคม 2569) ว่า กรมควบคุมโรคร่วมกับภาคีเครือข่าย ดำเนินมาตรการด้านการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวนโรคในพื้นที่ ควบคู่กับการจัดบริการเชิงรุกในกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคฝีดาษวานร เอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่งเสริมพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย รวมถึงแนะนำการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้รับสนับสนุนวัคซีนจากอาเซียนจำนวน 2,220 ขวด และจัดสรรวัคซีนให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงกลุ่มผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศใน 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ และภูเก็ต รวม 2,175 ขวด (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มกราคม 2569)
พร้อมกันนี้ ขอแนะนำประชาชนดูแลและป้องกันตนเอง โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่นหรือตุ่มผิดปกติ รักษาความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และหากมีอาการสงสัย เช่น มีไข้ ผื่น หรือตุ่มหนอง ควรรีบพบแพทย์และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำด้านสุขภาพจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานรในประเทศไทย


