แรงงานคุณภาพมาจากไหน? ถ้าเด็กไทย 13.6 ล้านคนเสี่ยงป่วยเรื้อรังจาก PM2.5
ในวันที่สังคมไทยต้องการแรงงานคุณภาพ แต่ปัญหาฝุ่น PM2.5 กำลังเป็นภัยร้ายที่คุกคามสุขภาพระยะยาวของเด็กไทยกว่า 13.6 ล้านคน ให้โตมาเผชิญกับโรคเรื้อรัง!
KEY
POINTS
- UNICEF เตือนว่าเด็กไทยประมาณ 13.6 ล้านคนทั่วประเทศกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพระยะยาวจากมลพิษทางอากาศที่เพิ่มสูงขึ้น
- ฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็กโดยตรง ตั้งแต่ระยะสั้น เช่น ไอ ภูมิแพ้ ไปจนถึงผลกระทบระยะยาวที่อาจทำให้พัฒนาการปอดไม่สมบูรณ์และเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่
- มีงานวิจัยชี้ว่าการได้รับฝุ่น PM2.5 ตั้งแต่วัยเด็กเล็กส่งผลเสียต่อสุขภาพต่อเนื่องไปจนถึงวัยรุ่น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังในระบบทางเดินหายใจและภูมิคุ้มกัน
ต้นปี 2568 UNICEF ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทยว่าเข้าขั้น "เสี่ยง" ต่อสุขภาพเด็กในระยะยาว โดยระบุว่า
มลพิษทางอากาศเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลกถึง 700,000 รายในปี 2021 หรือเทียบเท่ากับเกือบ 2,000 รายต่อวัน ทำให้มลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับสองของการเสียชีวิตในเด็กเล็ก รองจากภาวะทุพโภชนาการ โดยพบว่า PM2.5 เป็นตัวชี้วัดที่สม่ำเสมอและแม่นยำที่สุดในการทำนายผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ย่ำแย่ทั่วโลก
ในขณะที่ ในประเทศไทยมลพิษทางอากาศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกำลังคุกคามสุขภาพของเด็กประมาณ 13.6 ล้านคนทั่วประเทศ สถานการณ์ที่น่าตกใจนี้จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก ๆ พร้อมทั้งเรียกร้องให้เกิดการตัดสินใจเชิงนโยบายที่กล้าหาญและมองไกลเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ความสำคัญกับทางออกระยะยาว มากกว่ามาตรการแก้ไขเฉพาะหน้า!
UNICEF และรายงานเกี่ยวข้องชี้ว่า
ผลกระทบที่จะเกิดกับ "เด็ก" ได้แก่
ระยะสั้น ไอ หายใจลำบาก ภูมิแพ้ ระบบทางเดินหายใจระคายเคือง
ระยะกลาง โรคหอบหืด ปอดอักเสบ การติดเชื้อซ้ำ
ระยะยาว พัฒนาการปอดไม่สมบูรณ์ ต่อไปโรคเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่
ก่อนเกิด คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดต่ำ พัฒนาเสี่ยงช้า
ทั้งนี้ มีงานวิจัยจาก UCL ติดตามกลุ่มเด็กที่อยู่ในเขตมลพิษตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงวัยรุ่นในอังกฤษพบว่า การสัมผัสมลพิษอากาศในช่วงต้นชีวิต (รวม PM2.5) เพิ่มความเสี่ยงสุขภาพแย่ลงในวัยรุ่น (ในงานวิจัยระบุว่าคนที่อาศัยอยู่ในย่านมลพิษทางอากาศหนักๆ ในวัย 2-3 ขวบ จะมีสุขภาพแย่ลงในวัย 17 ปีเท่านั้น!) เช่น มีอัตราการเจ็บป่วยเรื้อรังสูงกว่าเมื่อเทียบกับเด็กที่เติบโตในอากาศที่สะอาดกว่า
ผลจากการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า ตัวแปรการสัมผัสฝุ่นตั้งแต่เด็กเล็กสามารถคงอยู่จนถึงวัยรุ่น และอาจส่งผลต่อโอกาสในการเกิดโรคเรื้อรังได้ เช่น ระบบทางเดินหายใจและภูมิคุ้มกัน
ผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ในประเทศไทย ตายก่อนวัยอันควร 29,000 ราย
ทั้งนี้ มีตัวเลขผลกระทบอื่นๆ ในประเทศไทยที่น่าสนใจ อาทิ
จำนวนผู้ได้รับผลกระทบโดยรวม มากกว่า 10 ล้านคน ได้รับผลกระทบทางสุขภาพจากฝุ่น PM2.5 ในปี 2025 โดยมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง และดวงตา จากข้อมูลโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ (ไม่รวมโรงพยาบาลเอกชน)
การเพิ่มขึ้นของ PM2.5 แม้เพียง 10 µg/m³ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลให้มีการ เข้ารับบริการนอกโรงพยาบาลเพิ่มกว่า 250 ราย/วัน และผู้ป่วยในโรงพยาบาลเพิ่มประมาณ 13–14 ราย/วัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรัง
เสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากข้อมูลก่อนหน้านี้ (ปี 2564) พบว่ามลพิษทางอากาศ รวม PM2.5 เป็นปัจจัยหลัก อาจทำให้มี ผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรประมาณ 29,000 ราย ใน 31 จังหวัดทั่วไทย โดยส่วนใหญ่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบหายใจและหัวใจ
ล่าสุด กรมอนามัย ออกมาระบุว่า จากการสำรวจผลกระทบต่อสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการรับสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ระหว่างวันที่ 1 - 15 มกราคม 2569 พบว่า ประชาชน มีอาการที่เกี่ยวข้องกับ PM2.5 ถึง 61.6% โดยส่วนใหญ่มีคัดจมูก น้ำมูก ไอ และแสบตา
แรงงานคุณภาพมาจากไหน? ถ้าเด็กไทยเสี่ยงปัญหาสุขภาพระยะยาวจากฝุ่น
คำถามเรื่อง "แรงงานคุณภาพ” มักถูกโยงไปถึงการศึกษา ทักษะดิจิทัล หรือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แต่ความจริงที่ถูกมองข้ามคือ แรงงานทุกคนเคยเป็นเด็กมาก่อน และสุขภาพในวัยเด็กคือจุดตั้งต้นของศักยภาพแรงงานทั้งชีวิต
อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า ประเทศไทยมีเด็ก 13.6 ล้านคนที่เสี่ยงจะสุขภาพไม่ดีในระยะยาว!
หลักฐานทางการแพทย์ชี้ว่า สุขภาพที่เสียตั้งแต่วัยเด็กไม่หายไปเมื่อโต เด็กที่เติบโตในพื้นที่ PM2.5 สูง มีการเจริญเติบโตของปอดลดลงราว 5–10% ส่งผลให้สมรรถภาพปอดต่ำกว่าปกติ และเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น หอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เมื่อเข้าสู่วัยแรงงาน นั่นคือประเทศไทยจะได้แรงงานที่เหนื่อยง่าย เจ็บป่วยง่าย และมีประสิทธิภาพทางกายภาพต่ำลงตลอดชีวิตการทำงาน
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่ที่ร่างกาย การได้รับ PM2.5 ตั้งแต่ในครรภ์จนถึงวัยเด็ก เชื่อมโยงกับระดับ IQ ที่ลดลงเฉลี่ย 2–5 จุด รวมถึงความเสี่ยงสมาธิสั้น (ADHD) และการเรียนรู้ที่ช้าลง ในเชิงเศรษฐศาสตร์แรงงาน IQ ที่ลดลงแม้เพียง 1 จุด หมายถึง ผลิตภาพแรงงานที่ลดลงตลอดช่วงชีวิต
ประกอบกับตัวเลขงานวิจัยของ University College London ติดตามเด็กกว่า 9,000 คน พบว่า เด็กที่สัมผัสมลพิษสูงช่วงอายุ 2–4 ปี เมื่ออายุ 17 ปี มีโอกาสรายงานว่าสุขภาพแย่ลง สูงขึ้นถึง 30% แสดงให้เห็นว่าผลกระทบจากฝุ่นไม่ได้จบในวัยเด็ก แต่ลากยาวเข้าสู่วัยแรงงานตอนต้น
และอย่าลืมว่ามลพิษทางอากาศสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจ 2–5% ของ GDP ต่อปี จากการสูญเสียผลิตภาพแรงงาน การลาป่วย และค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ในขณะที่ไทยมีอัตราการเติบโต GDP ยังไม่ถึง 3% เลยด้วยซ้ำ!
.....
ท้ายที่สุด คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า “เด็กป่วยจากฝุ่น PM2.5 หรือไม่”
แต่คือ ประเทศกำลังสร้างแรงงานรูปแบบไหน? ในอนาคต
ท่ามกลางวิกฤตสังคมสูงวัยที่ก็ "หนัก" อยู่แล้วนั้น ไทยจะรอดได้อย่างไร?


