posttoday
Data Center กลางกรุงอยู่ “สีน้ำตาล” ได้อย่างไร? เปิดเงื่อนไขผังเมือง ย.9

Data Center กลางกรุงอยู่ “สีน้ำตาล” ได้อย่างไร? เปิดเงื่อนไขผังเมือง ย.9

03 กันยายน 2569

Data Center กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์กรุงเทพฯ เมื่อพื้นที่ “สีน้ำตาล” ย.9 ซึ่งเป็นเขตอยู่อาศัยหนาแน่นมาก กลับเปิดทางให้โครงสร้างพื้นฐาน AI ได้ หากเข้าเงื่อนไขผังเมือง

KEY

POINTS

  • การก่อสร้าง Data Center ในพื้นที่สีน้ำตาล (ย.9) ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก สามารถทำได้เพราะกฎหมายผังเมืองไม่ได้ห้ามโดยตรง แต่โครงการเข้าข่ายข้อยกเว้นสำหรับ "สถานที่เก็บสินค้า" เนื่องจากที่ดินตั้งอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีความกว้างตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
  • โครงการ Data Center ไม่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เนื่องจากวัตถุประสงค์การใช้อาคารเป็น "คลังสินค้าหรือศูนย์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์" ไม่ตรงตามประเภทโครงการที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำ EIA แม้จะมีขนาดใหญ่และตั้งในชุมชนหนาแน่น
  • กรณีนี้

ประเด็นการก่อสร้าง Data Center ขนาดใหญ่กลางกรุงเทพฯ ยังคงถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง หลังจากกรุงเทพมหานครออกมาชี้แจงถึงโครงการ Data Center บริเวณซอยพระราม 9 ซอย 6 เขตห้วยขวาง ท่ามกลางข้อกังวลของประชาชนโดยรอบ โดยเฉพาะเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับโรงพยาบาลพระราม 9 และชุมชนใกล้เคียง

 

สิ่งที่น่าสนใจของกรณีนี้ไม่ได้อยู่เพียงขนาดของอาคารหรือการใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก แต่คือข้อเท็จจริงที่ว่า โครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ “สีน้ำตาล” ซึ่งตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 เป็นพื้นที่ประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก หรือบริเวณ ย.9

 

จึงเกิดคำถามสำคัญว่า Data Center ซึ่งมีลักษณะเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่ สามารถเข้ามาตั้งอยู่ในพื้นที่ลักษณะดังกล่าวได้อย่างไร

 

คำตอบจากกรุงเทพมหานครคือ ผังเมืองไม่ได้กำหนดห้ามการประกอบกิจการศูนย์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Data Center โดยตรง หากการก่อสร้างและการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายผังเมือง รวมถึงเงื่อนไขด้านความหนาแน่นของอาคารและการใช้ประโยชน์ที่ดิน

 

นายอาสา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร ระบุว่า การอนุญาตก่อสร้างอาคาร Data Center บริเวณซอยพระราม 9 ซอย 6 ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

โดยปัจจุบันความต้องการ Data Center เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเทคโนโลยี AI และระบบคลาวด์ ซึ่ง Data Center กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเมืองดิจิทัล

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญอยู่ที่การตีความการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ ย.9 เพราะแม้พื้นที่ดังกล่าวจะเป็น “ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก” แต่กฎกระทรวงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 ได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับกิจการบางประเภทเอาไว้

 

กรณีนี้ กรุงเทพมหานครระบุว่า โครงการเข้าข่ายข้อยกเว้นเกี่ยวกับสถานที่เก็บสินค้า สถานีรับส่งสินค้า หรือการประกอบกิจการรับส่งสินค้า ซึ่งสามารถดำเนินการได้หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยเฉพาะเรื่องลักษณะและขนาดของถนนที่ดินแปลงดังกล่าวเชื่อมต่ออยู่

 

ตามข้อ 16 (12) ของกฎกระทรวงฯ มีข้อยกเว้นสำหรับสถานที่เก็บสินค้าและกิจการที่เกี่ยวข้อง หากตั้งอยู่ริมถนนสาธารณะที่มีเขตทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร ขณะที่ข้อ 36 กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะที่ดิน การเชื่อมต่อถนน และระยะห่างจากถนนสายหลัก

 

จากการตรวจสอบของกรุงเทพมหานครพบว่า ที่ดินโครงการพระราม 9 มีด้านติดถนนสาธารณะสำหรับใช้เป็นทางเข้า-ออกกว้างรวม 64.75 เมตร ประกอบด้วยช่วงกว้าง 43.147 เมตร และ 21.606 เมตร โดยติดถนนที่มีเขตทางกว้าง 38 เมตร และเชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ซึ่งมีเขตทางไม่น้อยกว่า 30 เมตร อีกด้านหนึ่งเชื่อมต่อกับถนนเพชรอุทัย ซึ่งมีเขตทางไม่น้อยกว่า 16 เมตร

 

ด้วยเงื่อนไขดังกล่าว กรุงเทพมหานครจึงเห็นว่าโครงการสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินและก่อสร้างอาคารได้ตามข้อกำหนดของกฎกระทรวงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556

 

พูดอีกอย่างคือ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า “Data Center สามารถสร้างในพื้นที่สีน้ำตาลได้หรือไม่” เพราะในทางกฎหมายผังเมืองไม่ได้ห้าม Data Center โดยตรง

 

แต่เป็นเรื่องของการที่โครงการต้องเข้าเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทที่ได้รับการยกเว้น และต้องผ่านเงื่อนไขด้านถนน ทางเข้า-ออก และรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่กฎหมายกำหนด

 

สำหรับตัวโครงการ นายประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ระบุว่า บริษัท ดาเรีย ดาต้า เซ็นเตอร์ แอนด์ คราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นผู้พัฒนาโครงการ

 

โดยได้รับใบรับแจ้งการก่อสร้างอาคาร แบบ ยผ.4 เลขที่ 130/2567 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2567 เพื่อก่อสร้างอาคาร 4 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน 1 ชั้น จำนวน 1 หลัง ใช้เป็นคลังสินค้า หรือศูนย์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงาน

 

อาคารดังกล่าวมีพื้นที่รวม 12,249 ตารางเมตร ความสูงถึงระดับดาดฟ้า 23.70 เมตร จัดอยู่ในประเภทอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ

 

ขณะที่พื้นที่สำนักงานมีประมาณ 336 ตารางเมตร สะท้อนว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของอาคารไม่ได้ถูกใช้เป็นสำนักงาน แต่เป็นพื้นที่สำหรับระบบและโครงสร้างพื้นฐานของ Data Center โดยตรง

 

อาคารดังกล่าวมีพื้นที่รวม 12,249 ตารางเมตร ความสูงถึงระดับดาดฟ้า 23.70 เมตร จัดอยู่ในประเภทอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ

 

ขณะที่พื้นที่สำนักงานมีประมาณ 336 ตารางเมตร สะท้อนว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของอาคารไม่ได้ถูกใช้เป็นสำนักงาน แต่เป็นพื้นที่สำหรับระบบและโครงสร้างพื้นฐานของ Data Center โดยตรง

 

Data Center กลางกรุงอยู่ “สีน้ำตาล” ได้อย่างไร? เปิดเงื่อนไขผังเมือง ย.9

 

Data Center กลางกรุงไม่ต้องทำ EIA เพราะอะไร?

 

อีกประเด็นที่ถูกจับตาควบคู่กับเรื่องผังเมืองคือ "ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม" โดยเฉพาะการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ซึ่งในกรณีโครงการ EDGNEX Data Centers – BKK01 กรุงเทพมหานครยืนยันว่า โครงการไม่เข้าข่ายต้องจัดทำ EIA ตามกฎหมาย

 

นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สำนักสิ่งแวดล้อมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงของโครงการ EDGNEX Data Centers – BKK01 จากข้อมูลการขออนุญาตก่อสร้างของสำนักการโยธา พบว่า โครงการมีวัตถุประสงค์การใช้อาคารเป็นคลังสินค้า หรือศูนย์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

 

เมื่อพิจารณาตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 พบว่าโครงการดังกล่าวไม่เข้าข่ายประเภทโครงการที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดทำ EIA

 

นางสาววรนุชกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวไม่มีการยื่นรายงาน EIA เข้าสู่ระบบการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านอาคาร การจัดสรรที่ดิน และบริการชุมชนกรุงเทพมหานคร เนื่องจากไม่อยู่ในประเภทโครงการที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดทำรายงานดังกล่าว

 

นั่นหมายความว่า แม้โครงการจะมีขนาดพื้นที่อาคารรวมกว่า 12,000 ตารางเมตร และตั้งอยู่ในพื้นที่เมืองที่มีประชาชนพักอาศัยอย่างหนาแน่น แต่ในกรอบกฎหมาย EIA ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน การระบุลักษณะการใช้ประโยชน์อาคารและประเภทกิจการยังเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาว่าจะต้องจัดทำ EIA หรือไม่

 

อย่างไรก็ตาม แม้โครงการจะไม่ต้องจัดทำ EIA แต่กรุงเทพมหานครยังต้องติดตามผลกระทบจากการใช้ทรัพยากร โดยเฉพาะ “ไฟฟ้าและน้ำ” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ Data Center

 

สำนักการโยธาระบุว่า จะประสานกับการไฟฟ้านครหลวงและการประปานครหลวง เพื่อตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้าและระบบประปาของโครงการ รวมถึงพิจารณาว่ามีการแยกระบบรองรับเฉพาะสำหรับ Data Center หรือไม่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อแรงดันน้ำ เสถียรภาพของระบบไฟฟ้า โรงพยาบาลพระราม 9 และชุมชนโดยรอบ

 

เปิดข้อมูล 2 Data Center กลางเมือง ทุนอังกฤษ–สิงคโปร์

 

เมื่อมองออกไปนอกประเด็นเฉพาะโครงการพระราม 9 ยังพบว่าในกรุงเทพฯ มี Data Center ขนาดใหญ่อีกโครงการที่กำลังถูกจับตา คือโครงการของบริษัท เอสทีที จีดีซี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยรามคำแหง 28 เขตบางกะปิ

 

จากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า บริษัท ดาเรีย ดาต้า เซ็นเตอร์ แอนด์ คราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนา Data Center บริเวณซอยพระราม 9 ซอย 6 เขตห้วยขวาง จดทะเบียนเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 ด้วยทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาท

 

บริษัทดังกล่าวมีนายเอียน เวลดอน และนายวิแซม นูริ ซัททาร์ อัล-ดับบัค เป็นกรรมการบริษัท และมีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศอังกฤษ

 

ขณะที่อีกโครงการคือ บริษัท เอสทีที จีดีซี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งพัฒนา Data Center ในซอยรามคำแหง 28 เขตบางกะปิ เดิมจดทะเบียนในชื่อบริษัท เทคโนโลยี แอสเซ็ทส์ จำกัด เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอสทีที จีดีซี (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562

 

บริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียน 9,000 ล้านบาท และมีกรรมการ 5 คน ได้แก่ นายลู ชู เหลียง นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล นายบรูโน่ โลเปซ นายโจนาธาน อัลเลน คิง และนายโฆษิต สุขสิงห์ โดยมีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์

 

ข้อมูลของทั้งสองบริษัทสะท้อนให้เห็นอีกมิติของการขยายตัวของ Data Center ในกรุงเทพฯ นั่นคือ ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนด้านอาคารหรือระบบคอมพิวเตอร์ แต่เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่จากกลุ่มทุนต่างประเทศ ซึ่งกำลังเข้ามาปักหมุดในพื้นที่เมือง

 

กรณีพระราม 9 จึงอาจเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ เมื่อกรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนจากเมืองที่มีโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิม ไปสู่ “เมืองดิจิทัล” ที่ต้องมี Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญไม่ต่างจากถนน ระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสาร

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า Data Center “สร้างได้หรือสร้างไม่ได้” แต่คือ เมื่อเมืองเปิดทางให้โครงสร้างพื้นฐานประเภทนี้เข้ามาอยู่ในพื้นที่สีน้ำตาลแล้ว กติกาของเมืองจะต้องออกแบบอย่างไร เพื่อให้การเติบโตของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัลไม่กลายเป็นภาระของระบบไฟฟ้า ระบบประปา โรงพยาบาล และประชาชนที่อยู่รอบโครงการ

 

เพราะในวันที่ Data Center กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเมือง การวางผังเมืองอาจต้องตอบคำถามใหม่ว่า “เมืองควรให้ Data Center อยู่ที่ไหน” ไม่ใช่เพียง “พื้นที่ไหนอนุญาตให้สร้างได้”

 

 

 

 

ที่มา: มติชน เปิดข้อมูลบริษัทเจ้าของ ดาต้าเซนเตอร์ 2 แห่งกลางกรุง มาจากอังกฤษ และสิงคโปร์

ข่าวล่าสุด

“อนุทิน” ชูไทยฐานลงทุน ปรับกฎกว่า 7,000 ฉบับ ดันเศรษฐกิจเชื่อมอาเซียน

“อนุทิน” ชูไทยฐานลงทุน ปรับกฎกว่า 7,000 ฉบับ ดันเศรษฐกิจเชื่อมอาเซียน