
“กรณ์” ชี้ดาต้าเซ็นเตอร์ไร้เจ้าภาพ กฎหมายแยกส่วนคุมไม่ทั่วถึง
“กรณ์ จาติกวณิช” ชื่นชม “ชัชชาติ-ศุภณัฐ” เร่งขยับปมดาต้าเซ็นเตอร์สำรองน้ำมัน พร้อมเตือนปัญหาใหญ่คือไทยยังไม่มีหน่วยงานหลักกำกับดูแลทั้งระบบ
KEY
POINTS
- นายกรณ์ จาติกวณิช ชี้ว่าประเทศไทยขาดหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการกำกับดูแลธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบ ทำให้เกิดช่องว่างในการควบคุม
- อำนาจการกำกับดูแลในปัจจุบันกระจัดกระจายอยู่หลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงดีอี กสทช. และกระทรวงพลังงาน ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ทั่วถึง
- ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนจากกรณีการสำรองน้ำมันและใบอนุญาตก่อสร้าง จนผู้ว่าฯ กทม. ต้องสั่งชะลอและทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
- คณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ที่ตั้งขึ้นใหม่ยังมีอำนาจจำกัดเพียงการให้ข้อเสนอแนะต่อ ครม. ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้โดยตรง
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก (คลิกอ่าน) แสดงความเห็นต่อการกำกับดูแลธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย โดยระบุว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสำรองน้ำมันหรือการอนุญาตก่อสร้าง แต่เป็น ช่องว่างเชิงโครงสร้างที่ประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานเจ้าภาพซึ่งมีอำนาจกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบ
นายกรณ์ชื่นชม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เร่งสั่งชะลอใบอนุญาตดาต้าเซ็นเตอร์ 3 แห่งซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการ รวมถึงหยุดการอนุมัติถังสำรองน้ำมันฉุกเฉิน และสั่งทบทวนประเด็นผังเมือง อาคาร และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA
พร้อมกันนี้ นายกรณ์ขอบคุณ นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ที่เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ย่านรามคำแหง 28 มีน้ำมันดีเซลสำรอง 429,000 ลิตร ซึ่งเป็นปริมาณต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ และนำไปสู่คำถามเรื่องช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมายและการทำ EIA
นายกรณ์ระบุว่า ตนเคยตั้งคำถามเรื่องการกำกับดาต้าเซ็นเตอร์และยื่นญัตติต่อสภาตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม ก่อนปิดสมัยประชุมหนึ่งวัน แต่ขณะนั้นยังไม่ได้รับความสนใจมากนัก ก่อนที่ประเด็นจะกลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมในช่วงปลายเดือนสิงหาคม
สำหรับโครงสร้างกำกับดูแลในปัจจุบัน นายกรณ์มองว่าอำนาจถูกกระจายอยู่หลายหน่วยงาน โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีบทบาทด้านนโยบายและมาตรฐาน dSURE ขณะที่ กสทช. ดูแลใบอนุญาตประกอบกิจการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ดูแลสิทธิประโยชน์ กระทรวงพลังงานดูแลการใช้ไฟฟ้า และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดูแลเรื่องน้ำและ EIA
นายกรณ์เห็นว่า การแบ่งอำนาจดังกล่าวทำให้ ไม่มีหน่วยงานใดสามารถสั่งการหรือกำกับหน่วยงานอื่นได้โดยตรง และอาจเป็นปัญหามากขึ้นเมื่อดาต้าเซ็นเตอร์ขยายไปยังต่างจังหวัด ซึ่งการตอบสนองของหน่วยงานในพื้นที่อาจแตกต่างจากกรุงเทพฯ
ส่วนคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ หรือบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีกำหนดประชุมนัดแรกในสัปดาห์นี้ นายกรณ์ตั้งข้อสังเกตว่า บอร์ดยังมีอำนาจหลักเพียงเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย สั่งปรับ หรือเพิกถอนใบอนุญาตโดยตรง
นายกรณ์ทิ้งท้ายว่า คำถามสำคัญที่ยังต้องหาคำตอบคือ ประเทศไทยจะออกแบบการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์อย่างไร เพื่อให้คนไทยได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง







