
“อนุทิน” ชูไทยฐานลงทุน ปรับกฎกว่า 7,000 ฉบับ ดันเศรษฐกิจเชื่อมอาเซียน
“อนุทิน” ประกาศวิสัยทัศน์ดันไทยเป็นฐานอุตสาหกรรมและบริการมูลค่าสูง เชื่อมตลาดอาเซียน พร้อมปรับกฎกว่า 7,000 ฉบับดึงลงทุนระยะยาว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศวิสัยทัศน์ “Thailand’s Offer to the World” ในงาน The Bangkok Business Summit 2026 จัดขึ้นโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารโลก ชูศักยภาพไทยเป็นฐานเศรษฐกิจและแพลตฟอร์มเชื่อมภูมิภาค พร้อมดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นายกรัฐมนตรีระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงพร้อมกันทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ และโครงสร้างประชากร ไทยจึงต้องปรับตัวและเปลี่ยนความท้าทายเป็นโอกาส โดยเปิดกว้างเชื่อมโยงกับโลก กระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับอาเซียน และเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตระหว่างภูมิภาค
ดัน AI-เศรษฐกิจสีเขียว รับสังคมสูงวัย
รัฐบาลต้องการให้ไทยก้าวพ้นการเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี โดยเร่งลงทุนด้าน AI และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อพัฒนาทักษะแรงงาน เพิ่มผลิตภาพ ยกระดับ SMEs และสร้างนวัตกรรมในประเทศ
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวจะถูกผลักดันเป็นแหล่งลงทุนและการเติบโตใหม่ โดยมุ่งดึงเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศเข้าสู่พลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่น พร้อมเตรียมรับสังคมสูงวัยผ่านแนวคิด “Longevity Economy” ที่สร้างโอกาสใหม่ด้านสุขภาพ การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี
ชูไทยมากกว่าฐานผลิต
นายกรัฐมนตรีระบุว่า การเป็นเจ้าภาพประชุม IMF และ World Bank Group Annual Meetings ในเดือนตุลาคม 2569 จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของไทยต่อประชาคมโลก ไม่ใช่เพียงในฐานะทำเลลงทุน แต่เป็นประเทศที่มีคลัสเตอร์อุตสาหกรรม แรงงาน ซัพพลายเออร์ ระบบโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลพร้อมรองรับการลงทุน
ไทยยังมีจุดแข็งในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยว รวมถึงสามารถเชื่อมโยงอุตสาหกรรมใหม่ เช่น การผลิตขั้นสูงกับเทคโนโลยีดิจิทัล เกษตรกับเทคโนโลยีชีวภาพ และพลังงานสะอาดกับยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์
จ่อปรับกฎ 7,000 ฉบับ เพิ่มความเชื่อมั่น
รัฐบาลเตรียมปรับปรุงกฎระเบียบกว่า 7,000 ฉบับที่เป็นภาระต่อประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมยกระดับมาตรฐานตามกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนระยะยาว
นายกรัฐมนตรีเน้นว่า ไทยต้องการก้าวข้ามการเป็นเพียงฐานการผลิตหรือตลาด แต่ต้องเป็น “หุ้นส่วนในการสร้างอุตสาหกรรมที่จะกำหนดอนาคต” พร้อมเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมสร้างธุรกิจและเติบโตไปพร้อมกับประเทศไทย







