
SET พักตัว อย่าไล่ราคา! โบรกแนะล็อกกำไร ย้ายเงินเข้าหุ้น Defensive
กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 สู่ระดับ 2.1-2.5% รับแรงส่งการส่งออกและเงินลงทุนต่างชาติ สวนทางตลาดหุ้นเผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield สหรัฐฯ ยืนสูง บวก Fund Flow เสี่ยงไหลออก บล.ยูโอบีเคย์เฮียนชี้แนวรับสำคัญ 1,580-1,550 จุด
KEY
POINTS
- กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 สู่ระดับ 2.1-2.5% รับแรงส่งการส่งออกและเงินลงทุนต่างชาติ
- สวนทางตลาดหุ้นเผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield สหรัฐฯ ยืนสูง บวก Fund Flow เสี่ยงไหลออก
- บล.ยูโอบีเคย์เฮียนชี้แนวรับสำคัญ 1,580-1,550 จุด
บทวิเคราะห์ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน ระบุว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มีมติปรับประมาณการ GDP ปี 69 ขึ้นเป็น 2.1%-2.5% จากเดิมที่ 1.5-2% โดยหลักจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง และการลงทุนจากต่างประเทศที่เติบโตดี
ขณะที่ปัจจัยในต่างประเทศยังคงผันผวนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังคงระดับสูง ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกในช่วงนี้จะอ่อนแรงลง โดยเฉพาะกลุ่มที่มี P/E สูง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำให้ล็อกกำไรในหุ้นที่ปรับขึ้นมามาก และ upside จำกัด และมาพักเงินในกลุ่ม Defensive เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มี Valuation ไม่แพง, Downside ต่อการปรับประมาณการผลการดำเนินงานจำกัด
สะสมกลุ่มโรงไฟฟ้า-โรงพยาบาล
ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยพักตัวเรามองกลุ่มที่น่าสนใจในการเข้าสะสม ได้แก่ 1) กลุ่มโรงไฟฟ้า (BGRIM, GPSC, RATCH, EGCO) จากการได้อานิสงส์เชิงบวกจากแผน PDP ฉบับใหม่ ทั้งนี้ BGRIM, GPSC อาจมีความผันผวนบ้างจากราคาน้ำมันดิบที่มีกลับมาปรับเพิ่มขึ้น หลังมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ ได้เข้าโจมตีอิหร่านอีกครั้ง
2) กลุ่มโรงพยาบาลเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าน่าสนใจ จากการที่ยัง laggard ตลาด ขณะที่ Downside ต่อการปรับประมาณการ และราคาหุ้นจำกัด และเตรียมเข้าสู่ High season ในไตรมาส 3 จากโรคระบาดในประเทศ อาทิไข้หวัด และโควิด ชอบ BH, BCH, PR9
ภาพรวมกลยุทธ์
คำถามของตลาดย้ายจาก "เฟดจะลดดอกเบี้ยเมื่อไร" เป็น "จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่" ทำให้ยีลด์สหรัฐฯ ยืนสูงและ USD แข็งค่า กดดัน fund flow เอเชียใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า
ทางเทคนิคการหลุด 1,608 ยังเปิด downside ถึง 1,550 จุด จึงเน้นเลือกตัว ไม่ไล่ราคา แนะ 1) หุ้นได้ประโยชน์น้ำมันขาลง (สายการบิน ขนส่ง ท่องเที่ยว บรรจุภัณฑ์)
2) หุ้นกระแสเงินสดดี ปันผลสูง หนี้ต่ำ ทนต่อ real yield สูง
3) ชะลอ long-duration growth ที่ PER สูง (ซื้อเมื่ออ่อนตัว)
แนวรับ 1,550-1,580 แนวต้าน 1,600 จุด สัดส่วนลงทุน เงินสด 50% vs พอร์ตหุ้น 50%
หุ้นแนะนำ หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ นักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3 - 5% ของราคาเข้าซื้อ
EGCO (140) : PDP 2026 และ Direct PPA แนวโน้มเป็นบวกต่อการเพิ่มกำลังการผลิต ราคาปัจจุบันซื้อขายเพียง 0.71x PBV ตัดขาดทุน 131 บาท
BCH (12.50) : แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3 ได้ประโยชน์จากการระบาดของโควิด มีสัญญาณบวกของการปรับเพิ่มค่าใช้จ่าย ตัดขาดทุน 10.80 บาท
TOP (74) : คาดผลการดำเนินยังแข็งแกร่ง ยังสงครามที่ยืดเยื้อ และ Dividend Yiled ที่สูง จะช่วยผลักดันราคาหุ้น ตัดขาดทุน 60 บาท
BBL (204) : ราคาหุ้นปรับลงมาอยู่ในจุดที่น่าสะสมอีกครั้ง ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ดูดีขึ้นและอัตราเงินปันผลที่สูงจะช่วยสนับสนุนราคาหุ้น ตัดขาดทุน 187 บาท







