
PDP2026 จับตาโฉมใหม่ไฟไทย 25 ปี พลังงานสะอาด 60% ค่าไฟ 4 บาทกว่า
ร่าง PDP2026 ใกล้เคาะ! ไทยวางเกมไฟฟ้า 25 ปี รับ Data Center และ Net Zero คุมสัดส่วนพลังงานสะอาด 60% พร้อมจับตาค่าไฟเฉลี่ย 4 บาทกว่า
KEY
POINTS
- แผน PDP2026 เป็นแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว 25 ปี (พ.ศ. 2569-2593) ที่ออกแบบใหม่เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น Data Center และ AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
- ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้เป็น 60% ภายในปี 2050 โดยจะส่งเสริมทั้งโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่, โซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน และการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ของภาคอุตสาหกรรม
- คาดการณ์ว่าค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดช่วงของแผนจะอยู่ที่ประมาณ 4 บาทถึง 4 บาทกว่าต่อหน่วย ซึ่งเป็นความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนการลงทุนในพลังงานสะอาดกับภาระของผู้ใช้ไฟฟ้า
แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP2026 กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังร่างแผนมีความคืบหน้าไปแล้วราว 80%
และคาดว่าจะเสนอให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พิจารณาภายในเดือนสิงหาคม 2569 ก่อนเดินหน้าสู่กระบวนการเห็นชอบและประกาศใช้ภายในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ หากไม่มีการปรับแก้สาระสำคัญเพิ่มเติม
สาระที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือทิศทางการเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานระบุว่า สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดในภาพรวมยังคงอยู่ในระดับประมาณ 60%
ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่รัฐมนตรีพลังงานเคยเปิดเผยในเดือนมิถุนายนว่า PDP2026 จะตั้งเป้าให้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นเป็น 60% ภายในปี 2050 เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย Net Zero ในปีเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 60% ยังควรมองว่าเป็นสาระของ “ร่างแผน” ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะรายละเอียดสุดท้ายยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก่อนเข้าสู่กระบวนการเห็นชอบอย่างเป็นทางการ
PDP2026 แผนไฟฟ้า 25 ปีของไทย
PDP หรือ Power Development Plan เป็นแผนแม่บทในการจัดหาไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า การสร้างโรงไฟฟ้า การรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชน การนำเข้าไฟฟ้า ไปจนถึงการพัฒนาระบบสายส่งและโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้มีไฟฟ้าเพียงพอและมีความมั่นคงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ
สำหรับ PDP2026 มีการขยายกรอบเวลาของแผนเป็น 25 ปี ระหว่างปี 2569-2593 หรือ 2026-2050 เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยในปี 2050 จากเดิมที่กรอบแผน PDP ใช้ระยะเวลาประมาณ 15-20 ปี
จุดเปลี่ยนสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงที่การหาโรงไฟฟ้าใหม่มารองรับความต้องการใช้ไฟฟ้า แต่เป็นการออกแบบระบบไฟฟ้าของไทยให้สามารถรองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้ง Data Center, AI, รถยนต์ไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าใช้เอง และการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนที่มีลักษณะการผลิตไม่สม่ำเสมอ
จากแผนโรงไฟฟ้าสู่ “ระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต”
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ. ระบุว่า การจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าสำหรับ PDP2026 ได้ปรับสมมติฐานให้สะท้อนบริบทเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป
โดยนำปัจจัยอย่างการเติบโตของ Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายตัวของ EV การผลิตไฟฟ้าใช้เอง หรือ IPS รวมถึงมาตรการอนุรักษ์พลังงานและการบริหารจัดการโหลดเข้ามาพิจารณา
นี่ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะโครงสร้างการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยกำลังเปลี่ยนจากระบบที่มีผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่เป็นหลัก ไปสู่ระบบที่มีทั้งโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ โซลาร์ฟาร์ม โซลาร์รูฟท็อป ระบบกักเก็บพลังงาน ผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง และผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดโดยตรง
ดังนั้น PDP2026 จึงต้องตอบโจทย์สองด้านพร้อมกัน คือ “ไฟฟ้าต้องมีเพียงพอและมั่นคง” ขณะเดียวกันก็ต้อง “สะอาดและมีต้นทุนแข่งขันได้”
60% พลังงานสะอาด กับโจทย์ Net Zero 2050
หนึ่งในหัวใจของ PDP2026 คือการยกระดับสัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด โดยรัฐบาลประกาศทิศทางให้ระบบไฟฟ้าไทยเดินหน้าสู่สัดส่วนพลังงานสะอาด 60% ในปี 2050
มาตรการที่กระทรวงพลังงานวางไว้ไม่ได้จำกัดเฉพาะการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่ครอบคลุมตั้งแต่การปลดล็อก Solar Rooftop การขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากครัวเรือน การเปิดทางให้เกิด Direct PPA และการส่งเสริมพลังงานลมและชีวมวล เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจัดหาไฟฟ้าสะอาดและช่วยรักษาความมั่นคงของระบบ
สำหรับ Solar Rooftop รัฐบาลเตรียมลดขั้นตอนการอนุญาตสำหรับการติดตั้งเพื่อใช้เอง รวมถึงขยายโควตาการรับซื้อไฟฟ้าจากภาคครัวเรือนจากเดิม 90 เมกะวัตต์ เป็น 500+500 เมกะวัตต์
ขณะที่ Direct PPA จะเปิดช่องให้ภาคอุตสาหกรรมและ Data Center สามารถจัดหาไฟฟ้าสะอาดจากผู้ผลิตโดยตรงผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้มากขึ้น
(อ่านรายละเอียด: พลังงานสะอาดสำคัญอย่างไรในสมรภูมิการลงทุน Data Center?)
แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่าการเพิ่มพลังงานสะอาดใน PDP2026 ไม่ได้หมายถึงการพึ่งพาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการกระจายแหล่งผลิตไฟฟ้าออกไปสู่ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ด้วย
Data Center ตัวเร่งโจทย์ไฟฟ้าก้อนใหม่
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ PDP2026 แตกต่างจากแผนในอดีตคือการเติบโตของ Data Center และ AI
กระทรวงพลังงานประเมินว่า ความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center และ AI อาจเพิ่มขึ้นสูงถึงประมาณ 30,000 เมกะวัตต์ ในอนาคต ทำให้การจัดทำ PDP2026 ต้องใส่สมมติฐานเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลเข้าไปในประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยตรง
ความต้องการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงเรื่อง “ปริมาณไฟฟ้า” แต่เป็นเรื่องคุณภาพของไฟฟ้าด้วย เพราะ Data Center ต้องการไฟฟ้าที่มีความมั่นคงสูง และผู้ให้บริการระดับโลกจำนวนมากมีเงื่อนไขด้านการใช้พลังงานสะอาดและการลดคาร์บอน
รัฐบาลจึงเดินหน้าวางระบบรองรับ Data Center ควบคู่กับ PDP2026 โดย กพช. มีมติให้ศึกษาอัตราค่าไฟเฉพาะสำหรับ Data Center การกำหนดหลักประกันการใช้ไฟ การลงทุนโครงข่าย และการเปิดทางให้ซื้อไฟฟ้าสะอาดผ่าน Direct PPA รวมถึงจัดทำ Power & Water Map เพื่อพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการลงทุน
ข้อมูลจาก BOI ยังสะท้อนแรงส่งของอุตสาหกรรมนี้ โดยในช่วงปี 2568 ถึงเดือนมีนาคม 2569 มีโครงการ Data Center และ Data Hosting ได้รับการส่งเสริมการลงทุนรวม 34 โครงการ มูลค่ากว่า 715,295 ล้านบาท
ดังนั้น Data Center จึงกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของการออกแบบระบบไฟฟ้าไทยในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
ค่าไฟเฉลี่ยทั้งแผน “4 บาทถึง 4 บาทกว่า”
อีกตัวเลขที่ประชาชนจับตามองคือค่าไฟฟ้า
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานระบุว่า ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดช่วงของ PDP2026 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4 บาทถึง 4 บาทกว่าต่อหน่วย ซึ่งต้องแยกออกจากค่าไฟฟ้าที่ประชาชนจ่ายในแต่ละงวด เพราะค่าไฟจริงในแต่ละช่วงยังขึ้นอยู่กับต้นทุนเชื้อเพลิง ค่า Ft ภาระต้นทุนคงค้าง และมาตรการของภาครัฐในขณะนั้น
ก่อนหน้านี้ สนพ.เคยวางกรอบให้ต้นทุนค่าไฟเฉลี่ยตลอดแผนอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้ โดยมีการรายงานกรอบเป้าหมายไม่ให้ค่าไฟเฉลี่ยตลอดแผนสูงกว่า 4 บาทต่อหน่วย ขณะที่รายละเอียดล่าสุดยังอยู่ระหว่างการปรับสมมติฐานและพิจารณาองค์ประกอบของแผน
ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะการเพิ่มพลังงานสะอาด การลงทุนระบบส่ง การเพิ่มระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการเตรียมโครงข่ายรองรับ Data Center ล้วนต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก
โจทย์ของผู้จัดทำแผนจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด แต่ต้องทำให้ต้นทุนของระบบโดยรวมไม่กลายเป็นภาระต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในระยะยาว
BESS และ SMR ตัวช่วยเติมความมั่นคง
เมื่อพลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนสูงขึ้น ปัญหาสำคัญคือความไม่สม่ำเสมอของการผลิต โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตไฟฟ้าได้ในช่วงกลางวัน แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าบางช่วงอาจสูงในเวลาอื่น
ด้วยเหตุนี้ ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ BESS จึงถูกจับตามองในฐานะกลไกสำคัญของ PDP2026 เพื่อช่วยเก็บไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและนำกลับมาใช้ในช่วงที่ระบบต้องการ
ขณะเดียวกัน ร่างแผนยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี SMR หรือ Small Modular Reactor ซึ่งถูกวางเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับการผลิตไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและปล่อยคาร์บอนต่ำ โดยมีการหารือกำลังผลิตระดับประมาณ 2,000-4,000 เมกะวัตต์ในกรอบเวลาระยะยาว ขึ้นอยู่กับความพร้อมด้านเทคโนโลยี กฎหมาย ความปลอดภัย และการยอมรับของสังคม
นั่นทำให้โครงสร้างไฟฟ้าใน PDP2026 มีแนวโน้มเป็นระบบผสม ทั้งพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน โรงไฟฟ้าหลัก และเทคโนโลยีใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความสะอาดกับความมั่นคง
80% เสร็จแล้ว แต่ 20% ยังเป็นพื้นที่ให้ปรับ
แม้ร่าง PDP2026 จะมีความคืบหน้าไปมาก แต่รายละเอียดสำคัญยังไม่ได้ถือเป็นข้อสรุปสุดท้าย
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานระบุว่า ขณะนี้ร่างแผนมีความสมบูรณ์ประมาณ 80% ส่วนที่เหลือราว 20% ยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและคณะอนุกรรมการจัดทำ PDP ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายด้านเข้ามาร่วมพิจารณา
กระบวนการดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานความคืบหน้าของ สนพ. ซึ่งระบุว่า ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงมีนาคม 2569 คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องมีการประชุม 14 ครั้ง เพื่อกำหนดสมมติฐานด้านความต้องการไฟฟ้าและหลักการจัดทำร่าง PDP2026 พร้อมจัดทำร่างค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าสำหรับปี 2569-2593 เพื่อใช้ประกอบการจัดทำแผน
ดังนั้น ตัวเลข 60% พลังงานสะอาด รวมถึงโครงสร้างกำลังผลิตและรายละเอียดด้านต้นทุน จึงยังต้องรอการเคาะในขั้นตอนสุดท้าย
ปลายกันยายน จุดเปลี่ยนระบบไฟฟ้าไทย?
หากกระบวนการพิจารณาเป็นไปตามกรอบเวลาที่แหล่งข่าวกระทรวงพลังงานระบุ PDP2026 จะเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญในเดือนสิงหาคม ก่อนมีเป้าหมายประกาศใช้ภายในปลายเดือนกันยายน 2569
เมื่อมีผลบังคับใช้ PDP2026 จะกลายเป็นกรอบสำคัญในการกำหนดทิศทางการลงทุนไฟฟ้าของประเทศตลอด 25 ปีข้างหน้า ตั้งแต่การสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน การพัฒนาระบบสายส่งและระบบกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงการรองรับ Data Center และเศรษฐกิจดิจิทัล
สิ่งที่น่าจับตาจึงไม่ใช่เพียงว่า “จะสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีกกี่เมกะวัตต์” แต่คือ ประเทศไทยจะออกแบบระบบไฟฟ้าอย่างไรให้สะอาดขึ้น โดยยังรักษาความมั่นคงและควบคุมค่าไฟให้อยู่ในระดับที่ประชาชนและภาคธุรกิจรับได้
เพราะหาก PDP2026 เดินหน้าได้ตามเป้าหมาย 60% พลังงานสะอาด พร้อมค่าไฟเฉลี่ยระดับ 4 บาทกว่า และสามารถรองรับความต้องการไฟฟ้าก้อนใหม่จาก Data Center ได้จริง
แผนฉบับนี้จะไม่ได้เป็นเพียงแผนสร้างโรงไฟฟ้า แต่จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและระบบพลังงานของไทยไปสู่ยุค Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม
หมายเหตุ: ตัวเลขและรายละเอียด PDP2026 ที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นข้อมูลของร่างแผนและแนวทางที่หน่วยงานรัฐเปิดเผยระหว่างการจัดทำ จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้จนกว่าจะผ่านความเห็นชอบและประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
ที่มา:
ไทยพีบีเอส Policy Watch – ความคืบหน้าร่าง PDP2026 และทิศทางพลังงานสะอาด
ฐานเศรษฐกิจ – เป้าหมายค่าไฟเฉลี่ยและสัดส่วนพลังงานสะอาดใน PDP2026
ฐานเศรษฐกิจ – “เปิดไส้ใน PDP2026 คง RE 60% ค่าไฟ 4 บาทกว่า จ่อบังคับใช้ปลาย ก.ย.”







