
คมนาคมผนึกหอการค้าฯ เร่งแก้จราจรแหลมฉบัง-ยกระดับโลจิสติกส์ทางน้ำ
คมนาคมขานรับหอการค้าไทย เร่งแก้แออัดท่าเรือแหลมฉบัง เล็งขยายสัมปทาน-ลดค่าธรรมเนียมเรือชายฝั่ง พร้อมขุดลอก 17 ร่องน้ำเศรษฐกิจ ดันไทยสู่ฮับโลจิสติกส์ภูมิภาค
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมร่วมกับหอการค้าไทยวางแนวทางแก้ปัญหาจราจรในท่าเรือแหลมฉบัง โดยจะบริหารจัดการพื้นที่ภายในใหม่เพื่อลดความแออัด
- ส่งเสริมการขนส่งทางน้ำและเรือชายฝั่ง โดยพิจารณาปรับลดค่าภาระท่าเทียบเรือ และมีแผนขุดลอกร่องน้ำสายหลัก 17 แห่ง
- เสนอให้ทบทวนการขยายอายุสัมปทานผู้ประกอบการในท่าเรือแหลมฉบังเป็นระยะเวลา 2-5 ปี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุน
เปิดวงหารือรัฐ-เอกชน ยกระดับซัพพลายเชนไทย
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกรมเจ้าท่าและการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ร่วมหารือกับคณะกรรมการ Logistics & Supply Chain หอการค้าไทย เพื่อวางรากฐานการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีให้เป็นแกนหลักในการลดต้นทุนการขนส่งของประเทศ
นายสรรเพชญ ย้ำว่าข้อเสนอของภาคเอกชนคือกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมการขนส่งชายฝั่งและการใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการระบบท่าเรือ
4 วาระเร่งด่วน พลิกโฉมขนส่งทางน้ำ
จากข้อเสนอของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคมได้วางกรอบการดำเนินงานในระยะเร่งด่วนไว้ 4 ด้านหลัก ดังนี้:
ส่งเสริมเรือชายฝั่ง (Coastal Transport): พิจารณาปรับลดค่าภาระท่าเทียบเรือชายฝั่ง A ที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนเปลี่ยนโหมดการขนส่งจากถนนสู่ทางน้ำ
แก้จราจรแออัดใน ทลฉ.: วางระบบบริหารจัดการพื้นที่ภายในท่าเรือใหม่ทั้งหมด เพื่อลดปัญหาคอขวดและเพิ่มสภาพคล่องในการขนถ่ายตู้สินค้า
ทบทวนอายุสัมปทาน: ปรับเปลี่ยนแนวทางการขยายอายุสัมปทานผู้ประกอบการในท่าเรือแหลมฉบัง จากเดิมที่ต่ออายุแบบปีต่อปี เป็นระยะ 2 – 3 ปี หรืออย่างน้อย 5 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจในการลงทุน
ขับเคลื่อนกลไกเชิงนโยบาย: เร่งรัดการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมพาณิชยนาวี และแต่งตั้งคณะกรรมการ กทท. เพื่อให้การตัดสินใจในระดับนโยบายมีความรวดเร็ว
นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า เผยแผนบำรุงรักษาร่องน้ำว่า: "กรมเจ้าท่าได้จัดสรรงบประมาณปี 2570 เพื่อขุดลอกร่องน้ำสำคัญทางเศรษฐกิจจำนวน 17 แห่ง ให้คงระดับความลึกตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่และรักษาสภาพคล่องทางการค้า"
ขณะที่ ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. ยืนยันความพร้อมในการปรับปรุงพื้นที่
"เราจะเร่งบริหารจัดการจราจรภายในแหลมฉบังอย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขความล่าช้าและยกระดับประสิทธิภาพการขนถ่ายสินค้าให้ถึงขีดสุด พร้อมนำข้อเสนอเรื่องการขยายสัมปทานไปพิจารณาตามความเหมาะสมทันที"
มุ่งสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค
การบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ นายสรรเพชญทิ้งท้ายว่า กระทรวงคมนาคมจะไม่เพียงแค่รับฟัง แต่จะนำข้อสรุปทั้งหมดไปขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาค (Logistics Hub) อย่างแท้จริง ช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการและสร้างความมั่งคั่งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว







