posttoday

วิกฤต PM 2.5 หนัก ! 14-16 ม.ค. รัฐงัดยาแรง ห้ามเผา-ขยาย WFH รับมือ

15 มกราคม 2569

รัฐเตือน 14-16 ม.ค. ฝุ่น PM 2.5 พุ่ง สั่งเข้มห้ามเผา-จ่อขยาย WFH พร้อมทำฝนเทียมเจาะชั้นบรรยากาศ แนะคนกรุงเลี่ยงที่โล่งแจ้งหลังพบ 3 เขตวิกฤตสีแดง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์มลพิษทางอากาศ

โดยศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังฝุ่น PM 2.5 ที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นในช่วงวันที่ 14–16 มกราคม 2569 โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 

วิกฤต PM 2.5 หนัก ! 14-16 ม.ค. รัฐงัดยาแรง ห้ามเผา-ขยาย WFH รับมือ

สาเหตุหลักและพื้นที่วิกฤต สถานการณ์ฝุ่นสะสมระลอกนี้เกิดจากสภาวะ "อากาศปิดใกล้ผิวพื้น" และอัตราการระบายอากาศต่ำ ทำให้ฝุ่นละอองไม่สามารถกระจายตัวได้ 

จากรายงานคุณภาพอากาศล่าสุด พบว่าพื้นที่กรุงเทพฯ เข้าขั้นวิกฤต โดยเฉพาะ เขตบางรัก ปทุมวัน และสาทร ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานระดับสีแดง ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ

มาตรการเร่งด่วนจากภาครัฐ รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาทันที ดังนี้:

มาตรการแหล่งกำเนิด: กำชับกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานท้องถิ่น คุมเข้มการงดเผาในที่โล่งแจ้ง และควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างเคร่งครัด

มาตรการจราจรและผังเมือง: ประสาน กทม. ยกระดับมาตรการเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) และพิจารณา ขยายการทำงานแบบ Work From Home เพื่อลดปริมาณรถยนต์และการปล่อยควันเสีย

ปฏิบัติการฝนหลวง: ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อทำลายชั้นอุณหภูมิผกผัน (Inversion) ช่วยระบายฝุ่นออกจากพื้นที่
 

ความร่วมมือระหว่างประเทศ: ทำหนังสือถึงเลขาธิการอาเซียน เพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการลดปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน

คำแนะนำสำหรับประชาชน คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายหลังวันที่ 16 มกราคม เป็นต้นไป ในระยะนี้ขอความร่วมมือประชาชน

งดกิจกรรมกลางแจ้ง ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง

สวมหน้ากากอนามัย หรืออุปกรณ์ป้องกันฝุ่นเมื่อจำเป็นต้องออกจากบ้าน

ลดการใช้รถส่วนตัว หันมาใช้ขนส่งสาธารณะ

ติดตามสถานการณ์ ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai อย่างใกล้ชิด

ข่าวล่าสุด

ITD ดิ่ง 12% เซ่น 2 เหตุการณ์เครนถล่มโคราชทับรถไฟ-พระราม 2 ซ้ำซ้อน