posttoday
การฟื้นฟู

การฟื้นฟู

19 กุมภาพันธ์ 2556

เมื่อกลับจากเกาหลี ท่านกุสุมาต้องเข้าพิธีบวชเป็น “ทศศีลมาตา” ก่อน ก่อนจะเข้าพิธีบวชเป็นพระภิกษุณีต่อไป การใช้ชีวิตอย่างเป็นผู้ละบ้านเรือน นุ่งขาวห่มขาวมาก่อน ทำให้การ “ขอบวช” จากสามีและลูกๆ ผ่านไปไม่ยาก ในพิธีบวชท่านมอบหมากพลูเพื่อแสดงความเคารพและขอนุญาตลาบวชต่อสามีของท่าน และหลังพิธีบวชสามีของท่านก็แสดงการยอมรับสถานะใหม่ของท่านอันสูงกว่าสถานะเดิม โดยการแสดงการไหว้คารวะท่านต่อหน้าประชุมชน

เมื่อกลับจากเกาหลี ท่านกุสุมาต้องเข้าพิธีบวชเป็น “ทศศีลมาตา” ก่อน ก่อนจะเข้าพิธีบวชเป็นพระภิกษุณีต่อไป การใช้ชีวิตอย่างเป็นผู้ละบ้านเรือน นุ่งขาวห่มขาวมาก่อน ทำให้การ “ขอบวช” จากสามีและลูกๆ ผ่านไปไม่ยาก ในพิธีบวชท่านมอบหมากพลูเพื่อแสดงความเคารพและขอนุญาตลาบวชต่อสามีของท่าน และหลังพิธีบวชสามีของท่านก็แสดงการยอมรับสถานะใหม่ของท่านอันสูงกว่าสถานะเดิม โดยการแสดงการไหว้คารวะท่านต่อหน้าประชุมชน

พิธีบวชที่เมืองสารนาถดำเนินไปด้วยดี ในโบสถ์ที่สร้างและตกแต่งอย่างสวยงาม พิธีกรรมใช้เวลายาวนานถึง 12 ชั่วโมง ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น ต่อเนื่องกันไม่มีช่วงหยุดพัก การที่พิธีใช้เวลายาวนานเช่นนั้น นอกจากความยาวของพิธีบวชเองแล้วยังต้องใช้เวลาในการแปลบทสวดเป็นภาษาที่เกี่ยวข้องรวมสามภาษา คือ เกาหลี สิงหล และอังกฤษ ทุกคนได้รับคำแนะนำให้กินน้ำแต่น้อย เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาต้องออกไปถ่ายปัสสาวะ จะต้องมีการก้มลงกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์รวมกว่าร้อยครั้ง ท่านั่งหลักในพิธี คือ ท่าคุกเข่าสูง เข่าจึงต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติอยู่ยาวนาน ทำให้แต่ละคนเข่าแตกจนเลือดออกไปตามๆ กัน สร้างความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน แต่ทุกคนก็ผ่านพิธีการไปได้โดยราบรื่นและโดยดุษฎี

แผลเลือดออกที่เข่าทำให้ทุกคนคิดถึงพระนางปชาบดีโคตมีและชาวศากยะ 500 คน ที่ดำเนินด้วยพระบาทเปล่าจากกรุงกบิลพัสดุ์ เป็นระยะทางราว 360 กม. ไปยังกรุงสาวัตถีเพื่อทูลขออนุญาตจากพระพุทธองค์ และได้บวชเป็นพระภิกษุณีรุ่นแรก การเดินเท้าเป็นระยะทางยาวไกลครั้งนั้นทำให้ทุกคนเท้าบวม แตก เลือดออกไปตามๆ กัน

เมื่อพระมหินทเถระไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาครั้งแรกในศรีลังกา พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะทรงถามว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะถือว่าพระพุทธศาสนาได้ประดิษฐานลงแล้วในศรีลังกา พระมหินทเถระทูลตอบว่า “จนกว่าผู้เกิดบนแผ่นดินของเกาะนี้จะได้บวช” บัดนี้ชาวสิงหลได้บวชเป็นภิกษุณีแล้ว แม้ที่เมืองสารนาถ แต่ทุกคนล้วนเกิดบนแผ่นดินศรีลังกา

ข่าวพิธีบวชที่สารนาถวันนั้นแพร่ไปทั่วโลก เป็นข่าวใหญ่ในศรีลังกา มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กลายเป็น “เรื่องร้อนแรง” ในศรีลังกา แต่ความร้อนแรงนั้นไปไม่ถึงเมืองสารนาถในขณะนั้น เพราะทุกคนจดจ่ออยู่กับพิธีกรรมสำคัญ และยุทธวิธีสำคัญเพื่อให้ผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี จึงมีกำหนดการให้พระภิกษุณีศรีลังกาศึกษาและปฏิบัติธรรมที่อินเดียต่อไปอีก 2 ปี เพื่อให้เรื่องทุกอย่างเย็นลง

สำหรับชาวพุทธแล้ว แผ่นดินอินเดียย่อมถือเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ นอกจากสังเวชนียสถานทั้ง 4 ตำบลแล้ว ยังมีสถานที่มากมายที่พระพุทธองค์และพระอรหันตสาวกเสด็จไปถึง ให้ชาวพุทธได้ใช้ความเพียรดำเนินตามรอยบาทพระพุทธองค์และพระอรหันตเถระเหล่านั้นไปด้วยปีติสุข 2 ปีสำหรับพระภิกษุณีสงฆ์รุ่นแรกของศรีลังกาทั้ง 10 รูป แม้จะต้องจากแผ่นดินเกิดไปอยู่ในภูมิอากาศที่ร้อนและหนาวกว่าที่ศรีลังกา อาหารการกินที่แปลกแตกต่าง และผู้คนแปลกหน้ามากมาย จึงมิใช่อุปสรรคของการใช้ชีวิตอันสงบสุข

ที่สำคัญ การก่อตัวขึ้นเป็นชุมชนใหม่ของคณะภิกษุณีสงฆ์ ย่อมต้องใช้เวลาในการหล่อหลอมและพัฒนาด้วยการทำสมาธิและวิปัสสนาภาวนา สวดมนต์โดยเฉพาะธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเป็นประจำทุกวัน ทุกวันพระใหญ่จะมีพิธีสวดปาฏิโมกข์เพื่อทบทวนและชำระศีลทั้ง 311 ข้อให้บริสุทธิ์ มีการศึกษาพระบาลีจนบังเกิดความเข้าใจถ่องแท้ โดยมีท่านอันธเวละเทวศรีเถโร เป็นครูผู้สอนทั้งพระธรรมและพระวินัย ประสบการณ์เป็นผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาคณะสงฆ์ปรมะธัมมเจติยปริเวณะมายาวนานถึง 25 ปี ทำให้ท่านแตกฉานทั้งพระธรรมและพระวินัยตลอดช่วงชีวิตของนักบวชอย่างดียิ่ง

ช่วงที่อยู่ ณ สารนาถนั้นเอง มีพิธีบวชพระภิกษุณีศรีลังกาอีก 22 คน ครั้งนี้จัดขึ้นที่เมืองพุทธคยา โดยการสนับสนุนของคณะภิกษุณีจากไต้หวัน ซึ่งก็เป็นฝ่ายมหายานต่อด้วยพิธีบวชของฝ่ายเถรวาทจนสมบูรณ์ ต่อมาภิกษุณีทั้ง 22 รูปนี้ ได้ทำพิธีบวชซ้ำอีกครั้งที่มหาโพธิสมาคมที่สารนาถโดยพระภิกษุศรีลังกา นำโดยท่านอินมาลุเล สุมังคลาเถโร พิธีที่พุทธคยาได้ท่านกุสุมาเป็นผู้แปลภาษาอังกฤษและสิงหลเหมือนการบวชครั้งแรกที่สารนาถ พิธีการใช้เวลาต่อเนื่องกันราว 1 สัปดาห์ พิธีบวชต่อมาที่สารนาถมีพระภิกษุณีรุ่นแรกทั้ง 10 รูป ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีด้วย

ตามพระพุทธประวัติ ก่อนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานทรงอนุญาตให้สงฆ์ปรับสิกขาบทข้อปลีกย่อยที่ไม่เหมาะสมแก่สมัยหรือล้าสมัยได้ ตามพระวินัยดั้งเดิมภิกษุณีต้องบวชนานถึง 12 พรรษา จึงจะบวชให้แก่ภิกษุณีใหม่ได้ พระวินัยข้อนี้ได้มีการประชุมพิจารณาโดยพระภิกษุผู้อาวุโสของศรีลังกาอนุญาตให้มีการปรับแก้ เมื่อพระภิกษุณีสองรุ่นแรกนี้กลับไปศรีลังกา ก็ได้เริ่มบวชให้แก่ทศศีลมาตา ครั้งแรกภายใต้การอุปถัมภ์ของพระเถระผู้ใหญ่ คือ ท่านสุมังคลาเถโรแห่งวัดธัมปุลละ (Dambulla) อันเป็นวัดสำคัญในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาของศรีลังกา

พิธีบวชที่วัดธัมปุลละ กระทำทุก 3 เดือน ปัจจุบันมีพระภิกษุณีในศรีลังกาแล้วกว่า 1,500 รูป พระภิกษุณีสงฆ์จึงประดิษฐานอย่างมั่นคงระดับหนึ่งแล้วในศรีลังกา แผ่นดินศรีลังกาจึงมีพุทธบริษัทสี่ครบแล้ว ทั้งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา

อย่างไรก็ดี ยังมีเรื่องต้องใช้ความอดทนและเพียรพยายามต่อไป เพราะยังมีพระภิกษุจำนวนไม่น้อยในศรีลังกาที่ยังไม่ยอมรับภิกษุณีสงฆ์ ฝ่ายรัฐบาลแม้ให้เสรีภาพในการบวชภิกษุณีสงฆ์อย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่มีการประกาศยอมรับอย่างเป็นทางการ ตัวอย่างรูปธรรมของปัญหาเรื่องหนึ่ง คือ ท่านกุสุมาเมื่อครั้งเป็นฆราวาส เคยเป็นอาจารย์สอนในวิทยาลัยสงฆ์สำคัญแห่งหนึ่งในกรุงโคลัมโบ แต่เมื่อท่านบวชเป็นพระภิกษุณีแล้ว พระสงฆ์จำนวนหนึ่งที่นั่นกลับปฏิเสธไม่ยอมรับให้ท่านเป็นอาจารย์สอน จนท่านต้องยุติบทบาทการเป็นอาจารย์ในวิทยาลัยสงฆ์แห่งนั้น

ข่าวล่าสุด

โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด

โลกเดือดแต่เศรษฐกิจไม่พัง! KTAM อัปเกรด GDP ไทยแตะ 2.3% ชี้หุ้นไทยผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นทะยาน 1,600 จุด