posttoday

กกต.รับรอง100ปาร์ตี้ลิสต์พ่วง3สส.เขต ดันยอดครบ95%จ่อเปิดสภา19มี.ค.69

04 มีนาคม 2569

กกต. มติรับรอง 100 สส. บัญชีรายชื่อ และ 3 สส. เขต ดันยอดรวมแตะร้อยละ 95 ตามเกณฑ์กฎหมาย เตรียมเปิดประชุมรัฐสภานัดแรกภายใน 15 วัน เพื่อโหวตเลือกนายกฯ และตั้ง ครม. ชุดใหม่

KEY

POINTS

  • การบรรลุเกณฑ์ทางกฎหมาย: กกต. รับรอง สส. ครบตามเกณฑ์ร้อยละ 95 (499 จาก 500 ที่นั่ง) ทำให้สามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้ตามรัฐธรรมนูญ
  • กรอบเวลาการเมืองใหม่: ไทม์ไลน์นัดแรกของรัฐสภาจะเกิดขึ้นภายในวันที่ 19 มีนาคม 2569 เพื่อเลือกประธานสภาฯ และเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรี
  • ความเข้มงวดในการตรวจสอบ: การ "แขวน" สส. เขต 2 สุพรรณบุรี สะท้อนถึงการตรวจสอบทุจริตเชิงรุก โดยเฉพาะการสอบสวนย้อนกลับไปยังกรรมการประจำหน่วย (กปน.)

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีรายงานว่าที่ประชุม กกต. มีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อครบทั้ง 100 คน พร้อมทั้งรับรอง สส. แบบแบ่งเขตเพิ่มเติมอีก 3 เขต ส่งผลให้ขณะนี้มีการรับรอง สส. รวมแล้ว 499 คน จากทั้งหมด 500 คน ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ร้อยละ 95 ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 84 กำหนดไว้ ทำให้สามารถดำเนินการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกได้ภายในวันที่ 19 มีนาคมนี้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเลือกประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

เปิดรายชื่อ สส. เพิ่มเติมและการ "แขวน" เขต 2 สุพรรณบุรี

สำหรับการรับรอง สส. แบบแบ่งเขต 3 รายล่าสุด ประกอบด้วย นายสุรพล วิรัตน์โยสินทร์ (ภูมิใจไทย จันทบุรี เขต 1), นายคัมภีร์ ชื่นบาน (ภูมิใจไทย จันทบุรี เขต 2) และนายอัครา พรหมเผ่า (กล้าธรรม พะเยา เขต 1) อย่างไรก็ตาม กกต. ยังคงไม่รับรองผลในเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.สุพรรณบุรี ซึ่งนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำ เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบผลคะแนนอย่างละเอียด และมีการตั้งกรรมการสอบสวนคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในพื้นที่ดังกล่าว

กางไทม์ไลน์การเมืองไทยหลังรับรองผล 95%

ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการรับรอง สส. ถึงร้อยละ 95 กกต. จะต้องเร่งดำเนินการตามมาตรา 121 โดยต้องเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกมาประชุมเป็นครั้งแรกภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศผล ซึ่งตรงกับวันที่ 19 มีนาคม 2569 โดยในวันดังกล่าวจะมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา จากนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะประชุมร่วมกันเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทำหน้าที่ประธานรัฐสภาในการขับเคลื่อนวาระสำคัญถัดไป

ขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ภายหลังการได้มาซึ่งประธานสภาฯ ขั้นตอนสำคัญคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคการเมืองที่มี สส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จะเสนอชื่อบุคคลในบัญชีเพื่อให้รัฐสภาพิจารณา ผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ (มากกว่า 250 เสียง) ก่อนจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีไม่เกิน 35 คนตามลำดับ

การเปลี่ยนผ่านอำนาจสู่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่

หลังจากมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีจะต้องนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ของ ครม. ชุดเดิมอย่างเป็นทางการ จากนั้นภายใน 15 วัน ครม. ชุดใหม่จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาโดยไม่มีการลงมติ เพื่อชี้แจงแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินและแหล่งที่มาของงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้

โฆษก กกต. เตรียมแถลงรายละเอียด 4 โมงเย็นวันนี้

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับการร้องเรียนและเหตุผลการแขวนเขตเลือกตั้งที่เหลือ สำนักงาน กกต. ได้นัดหมายแถลงข่าวในเวลา 16.00 น. วันนี้ ณ ศูนย์การเลือกตั้งฯ ชั้น 2 โดยมี ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะโฆษกฯ พร้อมคณะ เป็นผู้ชี้แจงทำความเข้าใจต่อสื่อมวลชนและประชาชนถึงขั้นตอนการออกเสียงประชามติที่อาจเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในครั้งนี้

ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ จำนวนทั้งหมด 100 คน โดยแบ่งตามสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง ดังนี้ 
พรรคประชาชน (32 คน)

  1. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
  2. ศิริกัญญา ตันสกุล
  3. วีระยุทธ กาญจน์ชูวัตร
  4. เซีย จำปาทอง
  5. อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์
  6. ณัฐยา บุญภักดี
  7. ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
  8. รังสิมันต์ โรม
  9. พริษฐ์ วัชรสินธุ
  10. สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
  11. สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล
  12. ธีระ สุธีวรางกูร
  13. ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
  14. ณัฐวุฒิ บัวประทุม
  15. กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ
  16. วาโย อัศวรุ่งเรือง
  17. วิสุทธิ์ ตันตินันท์
  18. ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร
  19. พูนศักดิ์ จันทร์จำปี
  20. ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์
  21. ศุภโชติ ไชยสัจ
  22. ประมวล สุธีจารุวัฒน์
  23. เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล
  24. กิตติชัย เตชะกุลวณิชย์
  25. ภคมน หนุนอนันต์
  26. สรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ
  27. ปิยรัฐ จงเทพ
  28. รัชนก ศรีนอก
  29. รอมฎอน ปันจอร์
  30. เอกภพ สิทธิวรรณธนะ
  31. ธีรศักดิ์ จิระตราชู
  32. ธนพร วิจันทร์

พรรคภูมิใจไทย (19 คน)

  1. อนุทิน ชาญวีรกูล
  2. ไชยชนก ชิดชอบ
  3. วราวุธ ศิลปอาชา
  4. สันติ พร้อมพัฒน์
  5. ซาบีดา ไทยเศรษฐ์
  6. ชลัฐ รัชกิจประการ
  7. เอกนัฎ พร้อมพันธุ์
  8. ศุภมาส อิศรภักดี
  9. พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ
  10. ไตรศุลี ไตรสรณกุล
  11. นันทนา สงฆ์ประชา
  12. ร่มธรรม ขำนุรักษ์
  13. กฤษฎา หลีนวรัตน์
  14. ศศิธร กิตติธรกุล
  15. ศุภชัย ใจสมุทร
  16. เผดิมชัย สะสมทรัพย์
  17. เกรียงยศ สุดลาภา
  18. ธนกร วังบุญคงชนะ
  19. รินทร์ลิตา อดิษะ

พรรคเพื่อไทย (16 คน)

  1. ยศชนัน วงษ์สวัสดิ์
  2. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
  3. สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
  4. ไพโรจน์ โล่สุนทร
  5. ประเสริฐ จันทรรวงทอง
  6. จาตุรนต์ ฉายแสง
  7. ชูศักดิ์ ศิรินิล
  8. สุทิน คลังแสง
  9. วิสุทธิ์ ไชยณรุณ
  10. สุชาติ ธาดาธำรงเวช
  11. สุชาติ ตันเจริญ
  12. สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล
  13. ธงธรรม เวชยชัย
  14. ณัฐธิดา เทพสุทิน
  15. ประยุทธ์ ศิริพานิชย์
  16. อดิศร เพียงเกษ

พรรคประชาธิปัตย์ (11 คน)

  1. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
  2. ชวน หลีกภัย
  3. กรณ์ จาติกวณิช
  4. การดี เลียวไพโรจน์
  5. ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์
  6. อัมพร พินะสา
  7. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย
  8. ชัยชนะ เดชเดโช
  9. สกลธี ภัททิยกุล
  10. รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
  11. อิสรา สุนทรวัฒน์

พรรคเศรษฐกิจ (3 คน)

  1. คริส โปตระนันทน์
  2. พีรพล กนกวลัย
  3. อังคณา นิยมวณิชกุล

พรรคเพื่อชาติไทย (2 คน)

  1. พงษ์ธวัฒน์ เตชะเดชเรืองกุล
  2. อชินาถิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย

พรรคกล้าธรรม (2 คน)

  1. ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า
  2. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

พรรครวมไทยสร้างชาติ (2 คน)

  1. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
  2. ชัชวาลย์ คงอุดม

พรรคการเมืองขนาดเล็ก จำนวน 13 พรรค (พรรคละ 1 คน)

  1. พรรคใหม่ — ณวินดา สวัสดิ์เดชดี
  2. พรรคไทยทรัพย์ทวี — ทวีทรัพย์ ตัดสมัย
  3. พรรคประชาธิปไตยใหม่ — สุรทิน พิจารณ์
  4. พรรคมิติใหม่ — ปรีชา ไข่แก้ว
  5. พรรคไทยภักดี — นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม
  6. พรรคไทยสร้างไทย — อุดมเดช รัตนเสถียร
  7. พรรครวมพลังประชาชน — อภิวิชญ์ ทิพย์รัตน์
  8. พรรคเสรีรวมไทย — พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
  9. พรรคทางเลือกใหม่ — ราเชน ตระกูลเวียง
  10. พรรคเพื่อไทรวมพลัง — วศวรรธน์ พวงพรศรี
  11. พรรคพลังประชารัฐ — ภัครธรณ์ เทียนไชย
  12. พรรครวมใจไทย — บุญรวี ยมจินดา
  13. พรรคประชาชาติ — พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง

ข่าวล่าสุด

5 ภาคส่วน เซ่นพิษสงคราม SCB EIC หั่นเป้า GDP ไทยปีนี้เหลือโต 1.4%