“ดร.เอ้ สุชัชวีร์” รับไม่ได้เครนถล่มรถไฟโคราช เสนอกม.คุมความปลอดภัย
“ดร.เอ้ สุชัชวีร์" ชี้เหตุเครนถล่มรถไฟโคราชสะท้อนปัญหาโครงสร้าง ซ้ำซากเพราะไร้กฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ เสนอจัดตั้งองค์กรกลางอิสระ ฟ้องแพ่ง–อาญาให้เข็ดหลาบ
KEY
POINTS
- ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ประณามเหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟที่โคราช ชี้ว่าเป็นเรื่องน่าละอายที่เกิดขึ้นซ้ำซากและไม่อาจยอมรับได้
- ระบุว่าสาเหตุสำคัญเกิดจากประเทศไทยไม่มีกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะและไม่มีหน่วยงานกลางที่เป็นอิสระในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
- เสนอผลักดัน "กฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ" เพื่อจัดตั้งองค์กรอิสระสำหรับตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อกรณีเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง โดยระบุว่าเป็นเหตุการณ์ “น่าละอายและไม่อาจยอมรับได้” เพราะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลายพื้นที่
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ระบุว่า เหตุลักษณะเดียวกันเคยเกิดทั้งย่านลาดกระบัง ถนนพระราม 2 และล่าสุดที่สีคิ้ว รูปแบบคล้ายกันจนสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างด้านความปลอดภัยของประเทศ โดยเฉพาะการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่ยังขาดมาตรการกำกับดูแลที่จริงจัง
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ชี้ว่า สาเหตุสำคัญคือประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ และไม่มีหน่วยงานกลางที่เป็นเจ้าภาพรับผิดชอบโดยตรง ทุกครั้งที่เกิดเหตุ หน่วยงานเจ้าของโครงการมักตรวจสอบกันเอง จึงไม่เคยนำไปสู่การลงโทษผู้กระทำผิดอย่างแท้จริง ทำให้ความสูญเสียเกิดซ้ำไม่รู้จบ
พรรคไทยก้าวใหม่จึงเสนอผลักดัน “กฎหมายความปลอดภัยสาธารณะ” กำหนดให้ตั้งองค์กรกลางอิสระ ไม่มีส่วนได้เสียกับโครงการ ทำหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุ และดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ผู้กระทำผิดต้องรับโทษจริง
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ซึ่งเป็นวิศวกรโดยวิชาชีพ ย้ำว่า หากยังปล่อยให้ระบบ “เกาหลังกัน” ดำรงอยู่ ผู้ประกอบการจะไม่เกรงกลัวกฎหมาย และความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชนจะยิ่งใกล้ตัวมากขึ้น พร้อมเชิญชวนประชาชนสนับสนุนพรรคไทยก้าวใหม่ หมายเลข 49 เพื่อร่วมกันผลักดันกฎหมายดังกล่าว
ในวันเดียวกัน ดร.เอ้ สุชัชวีร์ นำทีมผู้สมัคร สส.ทั้ง 4 เขต ลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลนครตรัง ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง โดยมีชาวบ้านมอบ “พวงสะตอ” แทนพวงมาลัยให้กำลังใจ เจ้าตัวยิ้มรับพร้อมเผยว่าเป็นเมนูโปรด โดยเฉพาะ “สะตอดอง” และตั้งใจนำกลับไปปรุงอาหารที่กรุงเทพฯ


