posttoday

เปิดระเบียบการตั้งผู้ช่วยสส. หลังวันนอร์สั่งฝ่ายกฎหมายตรวจสอบ

07 พฤศจิกายน 2568

ประธานสภาฯ “วันนอร์ มะทา” เตรียมให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบกรณีตั้งผู้ช่วย สส. ไม่เป็นไปตามข้อบังคับ พร้อมย้ำความพร้อมเปิดประชุมวิสามัญแก้รัฐธรรมนูญก่อน 12 ธ.ค.68

KEY

POINTS

  • ประธานสภาฯ สั่งฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริงการแต่งตั้งผู้ช่วย ส.ส. หากมีผู้ร้องเรียนเข้ามา เพื่อป้องกันการละเว้นหน้าที่
  • สส. หนึ่งคนสามารถแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินงานได้รวม 8 คน โดยต้องมีคุณสมบัติตามที่ระเบียบกำหนด
  • ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ทำงานการเมืองตามเกณฑ์ และจะได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท

ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงข้อวิจารณ์เรื่องการแต่งตั้งผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่อาจขัดต่อข้อบังคับว่า การแต่งตั้งต้องเป็นไปตามระเบียบ หากมีผู้ร้องเรียนเข้ามา สภาฯ จะมอบให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันการละเว้นหน้าที่ และย้ำว่าตำแหน่งผู้ชำนาญการหรือผู้ช่วย ส.ส. สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี

"เรื่องนี้ต้องมีคนร้องเรียนเข้ามาก่อนเพื่อที่จะได้มีข้อมูล ทางสภาจะให้ฝ่ายกฎหมายไปตรวจสอบว่าขอร้องนั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะการแต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ช่วยสส.สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี" นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ในส่วนของการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ นายวันมูหะมัดนอร์ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากรัฐบาล แต่ได้หารือกับกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (แก้ไขเพิ่มเติม) แล้ว ซึ่งมีแนวโน้มจะขอเปิดประชุมก่อนวันที่ 12 ธ.ค.68

เพื่อให้ทันการพิจารณาในวาระ 2 และ 3 พร้อมย้ำว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และกรรมาธิการทุกฝ่ายควรร่วมกันประนีประนอม เพื่อให้การทำประชามติเดินหน้าได้ตามแผนของรัฐบาลและ กกต.

 

"หาก กมธ.แก้ไขใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว และควรจะเสร็จสิ้นภายในเดือนพ.ย.นี้ เพื่อต้นเดือนธ.ค.ก่อนประชุมสามัญควรจะขอให้เปิดวิสามัญได้แล้ว" ประธานรัฐสภา กล่าว

ทั้งนี้ ตามระเบียบของสภาผู้แทนราษฎร ระบุไว้ว่า สส. สามารถแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ผู้ชำนาญการประจำตัว และผู้ช่วย ดำเนินงาน ส.ส. ได้รวม 8 คน 
คุณสมบัติทั่วไป (ต้องมีครบทุกประการ)

1. มีสัญชาติไทย

2. มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์

3. เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

4. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

5. ไม่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีตำแหน่ง หรือเงินเดือนประจำ ผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการการเมือง ข้าราชการ รัฐสภาฝ่ายการเมือง พนักงานหน่วยงานของรัฐ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ

6. ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม

7. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง (ต้องมีข้อใดข้อหนึ่ง)

1. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป หรือ

2. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และเคยปฏิบัติหรือประสานงานทางด้านการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือ
3. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และเคยปฏิบัติ หรือประสานงานทางด้านการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี หรือ

4. ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และเคยปฏิบัติ หรือประสานงานทางด้านการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ

5. สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ) และเคยปฏิบัติ หรือประสานงานทางด้านการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ปี

ส่วนหน้าที่รับผิดชอบอยู่ที่ ส.ส.กำหนด เมื่อผ่านการคัดกรองจาก ส.ส.แล้ว ทางสำนักงานเลขาสภาฯ จะตรวจสอบคุณสมบัติและหลักฐานการสมัครอีกครั้ง หากเห็นว่าถูกต้องตามหลักเกณฑ์ก็จะมีคำสั่งแต่งตั้งต่อไป โดยได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท.

ที่มา : สิทธิประโยชน์สภาผู้แทนราษฎร (คลิ๊กอ่าน)
 


 

ข่าวล่าสุด

พรรคประชาชนสงสัยผลประโยชน์ทับซ้อนกักตุนน้ำมันดันราคาพุ่ง6บาท