
ทำให้ง่าย & อย่าซับซ้อน ‘ธีระชาติ ก่อตระกูล’
นวัตกรรมไอทีเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลการคิดค้นและสร้างสรรค์ของ “สตีฟ จ็อบส์”
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
นวัตกรรมไอทีเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลการคิดค้นและสร้างสรรค์ของ “สตีฟ จ็อบส์” ที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีให้ทั่วโลกได้สัมผัสกับคำว่า “สมาร์ทโฟน” และหลายคนกลายเป็นสาวกตระกูลแอปเปิ้ล จากนั้นนวัตกรรมไอทีก็ได้พัฒนาต่อยอดเพื่ออำนวยความสะดวกและตอบโจทย์ผู้ใช้สมาร์ทโฟนให้มากที่สุด ซึ่งรวมถึง “แอพพลิเคชั่น” ต่างๆ ที่นับวันถูกดีไซน์ขึ้นมามีเอกลักษณ์และน่าสนใจยิ่งขึ้น
“ธีระชาติ ก่อตระกูล” ผู้บริหารและเจ้าของ บริษัท สยามสแควร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ที่เริ่มก่อตั้งบริษัทในการรับจ้างผลิตแอพพลิเคชั่นและพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนตั้งแต่ปี 2552 หรือผ่านมา 5 ปีแล้ว และเขาก็ประกาศให้ทั่วโลกได้ทราบ “คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” เพราะเมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา เขาเพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศในหมวด Financial Industry Application จากงานระดับโลก APICTA 2014 (Asia-Pacific ICT Awards) ถือเป็นการประกวดซอฟต์แวร์ดีเด่นประจำปี 2557 ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากแอพพลิเคชั่น “StockRadars” ที่ช่วยผู้ลงทุนสแกนหุ้น และเปิดให้บริการมาเป็นเวลากว่า 1.5 ปี และมีจำนวนผู้ใช้บริการสูงถึง 1.5 แสนกว่าราย
ล่าสุด StockRadars ยังฮอตข้ามประเทศ เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจร่วมลงทุน (Venture Capital) สองประเทศ ได้เข้ามาเซ็นสัญญาเพื่อร่วมลงทุนอย่างเป็นทางการ คือไซเบอร์ เอเจนต์ เวนเจอร์ส จากประเทศญี่ปุ่น และอีสต์ เวนเจอร์ส จากประเทศสิงคโปร์-ญี่ปุ่น ซึ่งปกติกลุ่มทุนเหล่านี้จะเข้าไปร่วมลงทุนในกลุ่มธุรกิจหน้าใหม่ (Start Up) ซึ่งจะช่วยพัฒนาทั้งทางสายสัมพันธ์ การตลาด ให้ StockRadars เป็นที่รู้จักของต่างประเทศมากขึ้น
ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ใน 5 ประเทศนี้ คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง และออสเตรเลีย โดยคาดว่าหลังจากการพัฒนาระบบวิเคราะห์หุ้นแบบเรียลไทม์ จะมีผู้ใช้บริการสูงขึ้นเป็น 3 แสนคนได้
ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เขาได้สร้างแอพพลิเคชั่นและพัฒนาแอพมาแล้วกว่า 50 ตัว แต่กว่าจะเป็นที่ยอมรับของต่างชาติ ผู้ชายวัย 34 ปีคนนี้ บอกว่า “ไม่ง่าย” แต่ก็ “ไม่ยาก” ถ้า “มุ่งมั่น” และ “สนุก” กับเป้าหมายที่วางไว้ได้ ตามคอนเซ็ปต์ตรงตัวว่า “ทำง่ายๆ อย่าเยอะ อย่าซับซ้อน”
ผู้ชายคนนี้ไม่ได้เรียนจบสายไอทีมาตั้งแต่แรก จบปริญญาตรีวิทยาศาสตรบัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และยังต่อปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ซึ่งดูเหมือนวิชาที่เรียนมากับหนทางที่เดินมาในปัจจุบันสวนทางกัน แต่เพราะนั่นเกิดจากการเรียนรู้ ค้นคว้า พร้อมทั้ง “รับ” และ “หา” โอกาสให้กับตัวเขาเองมาตลอด
“เกิดจากความชอบล้วนๆ ที่เด็กมีความสนใจมักเริ่มต้นจากเกมก่อน จากนั้นค่อยๆ ศึกษาเอง เพราะฝันอยากเป็นนักประดิษฐ์หรือนักวิทยาศาสตร์ อยากเรียนสถาปัตย์ แต่ที่บ้านบอกว่าเป็นไม่ได้หรอก ซึ่งตอนนั้นงงเหมือนกันว่าทำไมเชื่อเขา ซึ่งปกติจะดื้อ ตอนนั้นเป็นเด็กดีเกิน ก็ฟัง เลยเลือกเรียนทางเคมีที่สอบตรงไว้ ผลคือเรียนได้ แต่ไม่สนุกกับการเรียน แต่ไปสนุกกับการทำกิจกรรมหรืองานอื่นๆ ที่แวดล้อมมากกว่า จบมาก็ยังทำงานสายด้านเคมี แต่โอกาสมาตอนที่ทางบริษัทต้องการให้คนมาดูแลเรื่องโครงการเกี่ยวกับไอที ซึ่งถือเป็นงานแรกที่ได้เรียนรู้ ได้รู้จักแก้ไขต่างๆ และมองว่าเราสามารถทำและควบคุมมันได้ รู้สึกภูมิใจ”
ความที่เป็นลูกคนจีนที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองอยู่แล้ว เมื่อได้เรียนปริญญาโทก็ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น ทำให้รู้ว่าตัวเองมีความอยากรู้และสนใจตัวเองในด้านไหนชัดเจน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ลุงมอบหมายให้ไปทำงานดูแลเรื่องติดตั้งระบบไอที พบและหาลูกค้าในสายภูมิภาคแถบเพื่อนบ้าน ทำให้ได้เรียนรู้งานต่างๆ มากมาย
ธีระชาติไปนั่งตามร้านกาแฟต่างๆ จึงได้คิดพัฒนาเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อรวบรวมที่ตั้งไว-ไฟในกรุงเทพฯ มีที่ไหนบ้าง ตอนนั้นมีเพียง 30 จุดเท่านั้น ช่วงนั้นจึงมีงานหลักและงานอดิเรกเป็นเว็บมาสเตอร์ไปด้วย แต่สิ่งที่ทำให้เกิดภาพชัดเจนมากขึ้นคือ เขาเชื่อว่าไอทีเป็นเรื่องสำคัญ ไอทีเป็น All in One หรือทุกอย่างอนาคต หากธุรกิจไหนไม่ให้ความสำคัญเรื่องไอทีคงทำธุรกิจลำบาก
จนกระทั่งมีกลุ่มแอปเปิ้ลที่เขาชื่นชอบและยกย่องว่า สตีฟ จ็อบส์ เป็นคนที่เก่งนอกจากสร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นมา แต่มักจะควบคู่เรื่องดีไซน์มาด้วย จนเขาทดลองทำหลายๆ อย่างขึ้นมาบนตระกูลแอปเปิ้ลจึงตัดสินใจเปิดบริษัท สยามสแควร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่มองว่าแอพตอนนั้นไม่ได้ตอบสนอง จึงคิดเริ่มต้นทำแอพ โดยไม่มีหลักสูตรใดๆ สอน ทุกอย่างอยู่ที่การศึกษาและลองทำเองหมด ทั้งเรื่องออกแบบ เนื้อหา หรือแม้กระทั่งการดีไซน์รูปแบบ
แอพตัวแรกคือ “Ginarai” ที่เน้นให้ความสนุกกับผู้ใช้ โดยเขย่าจอไอโฟนให้แอพทำงานเลือกให้ว่าจะกินอะไร แน่นอนเป็นของฟรีและไม่ทำเงิน แต่สำหรับเขาก็ถือเป็นผลงานชิ้นแรกที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
จากนั้นก็เริ่มรับจ้างพัฒนาแอพต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ร้านแด๊ดดี้โด ทำแอพให้ศิลปินหรือคนมีชื่อเสียงมากมาย เช่น “โดม ออนไลน์” ของ โดม ปกรณ์ ลัม หรือของ “ซี ฉัตรปวีณ์” หรือแอพนิตยสารเด็กแนวอย่าง a day ยังรวมถึงแอพของพรรคการเมือง หรือแม้กระทั่งทำให้กับบริษัทหลักทรัพย์เจ้าดังๆ หลายแห่ง รวมถึงแอพ Taxi Reporter ที่มาจากการมองเห็นปัญหาการใช้บริการรถแท็กซี่
จริงอยู่เขาเริ่มต้นทำธุรกิจจากการรับจ้างทำแอพ แต่เมื่อมีคนเริ่มทำมากขึ้น การแข่งขันสงครามราคาเกิดขึ้น คิดว่าถ้ามัวแต่รับจ้างคงไม่สามารถต่อยอดธุรกิจหรือบริษัทได้ในระยะยาว จึงเป็นจุดเริ่มต้นพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นแอพของตัวเอง เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้มีความแข็งแกร่ง ใครมองว่าจะทำได้เหรอ มันเสี่ยงมาก แต่เรากลับมองว่าถ้าเราปล่อยให้ธุรกิจอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง สุดท้ายคนอื่นจะเป็นตัวแปรทำให้เราเปลี่ยนแปลงมากกว่า จึงทำให้เราคิดเป็นแอพ StockRadars ขึ้นมา
เขาตั้งใจให้ StockRadars เป็นแอพพลิเคชั่นวิเคราะห์และติดตามราคาหุ้น ที่สามารถเป็นตัวช่วยให้นักลงทุนสำหรับทุกคน ไม่ใช่เรื่องที่เข้าถึงยาก อยากให้ลบภาพเดิมๆ ที่หลายคนมองว่าเรื่องหุ้นเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม คนทั่วไปเข้าใจยาก
ทั้งนี้ มองว่าจุดแข็ง StockRadars ที่จะขยายหรือทำการตลาดไปต่างประเทศได้ ตรงที่มีสภาพการใช้งานที่ใช้ประมวลผลได้ดี ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการขึ้นลงของดัชนีหุ้น เทคนิค กราฟ หรือการประมวลผลต่างๆ เป็นภาษาเดียวกันทั่วโลก มีเพียงบางตลาดหุ้นที่ดัชนีหุ้นสวนทางกัน เช่น หุ้นขึ้นคือสีแดง จึงง่ายที่จะนำรูปแบบการใช้งานไปปรับใช้กับทั่วโลกได้
ปัจจุบันมีนักลงทุนไทยเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น 1 ล้านบัญชี และเป็นบัญชีซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต (ออนไลน์) 7 แสนบัญชี ซึ่ง StockRadars เปิดให้บริการมาเป็นเวลา 1.5 ปี มีสมาชิกที่ใช้แอพกว่า 1.5 แสนคนแล้ว หรือมีส่วนแบ่งการตลาดเป็น 10% ของผู้ใช้บัญชีออนไลน์ทั้งหมด และจะเห็นได้ว่ายังมีช่องว่างให้ทางบริษัทได้ขยายอีกมาก เพียงแต่ต้องทำการบ้านและพัฒนาเพื่อตอบสนองผู้ใช้ให้มากที่สุด
“ที่ผ่านมาอาจมองสิงคโปร์และฮ่องกงเชี่ยวชาญเรื่องการลงทุนมากกว่าเรา แต่วันนี้เราสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าคนไทยไม่ได้ด้อยกว่าชาติอื่นๆ เพราะสิ่งที่เราทำคือเน้นคอนเซปต์ ‘อย่าเยอะ อย่ายาก อย่าซับซ้อน อย่าเวอร์’ ทำให้สื่อสารง่ายๆ เข้าไว้ เพราะคำว่าเรื่องหุ้นหรือการลงทุนปกติคนส่วนใหญ่มักมองและเข้าใจว่าหุ้นเป็นเรื่องยาก ผมอยากให้สังคมไทยมองเรื่องหุ้นอย่างเข้าใจ และหันมาลงทุนอย่างมีความรู้กันมากขึ้น เพราะไม่อยากให้หวังเรื่องดอกเบี้ยจากการฝากเงินแบงก์เพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่พอในระยะยาว”
การที่ได้พันธมิตรมาหวังว่าจะสามารถมาช่วยต่อยอดอะไรอีกมากมายได้ในอนาคต เพราะพันธมิตรที่เข้ามานั้นมีสายสัมพันธ์ มีประสบการณ์มาก่อน น่าจะเข้าใจเราดี เนื่องจากก่อนหน้านี้ เคยเป็นธุรกิจ Start Up เหมือนเรามาก่อน การที่เขาเลือกเราสะท้อนให้เห็นว่าเขาเห็นคุณค่าหรือมูลค่าในสิ่งที่เราทำ
ฝันระยะใกล้ของผู้ชายคนนี้ อยู่ระหว่างเตรียมตัวนำ StockRadars ไปประกาศศักดาให้ทั่วโลกได้รู้จักจากการส่งแอพเข้าประกวดที่สหรัฐ ถิ่นแม่ที่ใครๆ ว่าเป็นต้นตำรับนวัตกรรมไอที







