posttoday
ความขัดแย้งเกาหลีเหนือเกาหลีใต้ กรณีศึกษาสำคัญของคนไทย

ความขัดแย้งเกาหลีเหนือเกาหลีใต้ กรณีศึกษาสำคัญของคนไทย

01 มิถุนายน 2553

....สุเทพ กล่ำทวี

ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศในปัจจุบันที่ดูท่าว่าอาจเป็นปัญหาเขย่าความมั่นคงของโลกและอาจหนักหนาสาหัสถึงขั้นเลวร้ายสุดไปสู่การทำสงครามทางทหารและการใช้อาวุธนิวเคลียร์ นั่นก็คือ ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ซึ่งล่าสุดเกาหลีใต้ได้ประกาศผลการสอบสวนว่า เกาหลีเหนือยิงตอร์ปิโดถล่มเรือรบของเกาหลีใต้เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้ทหารเกาหลีใต้เสียชีวิตเกือบ 50 นาย และกลายเป็นชนวนให้อุณหภูมิคาบสมุทรเกาหลี (Korean Peninsular) ถึงกับร้อนฉ่าขึ้นมาทันที

กรณีความขัดแย้งระหว่างสองประเทศเกาหลีที่เคยเป็นประเทศเดียวกัน มีประชาชนสัญชาติเดียวกันเคยทำมาหากินอยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกันแต่ต่อมาต้องทะเลาะเบาะแว้งกันถึงขนาดต้องมีการทำสงครามต่อกันที่เรียกว่าสงครามเกาหลีช่วงระหว่างปี ค.ศ. 19501953 โดยชาวเกาหลีด้วยกันเองที่แบ่งออกเป็นสองฝักสองฝ่ายและที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือการเชื้อเชิญเอากองกำลังต่างชาติอีกหลายฝ่าย (เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย (สหภาพโซเวียตในขณะนั้น) รวมทั้งจีน) เข้ามาร่วมในการทำสงครามจนต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินไปอย่างมากมายมหาศาล

สงครามเกาหลีที่ยุติลงด้วยการต้องขีดเส้นแบ่งเขตแดน (Demarcation Line) ระหว่างกันและยังต้องผ่านการกำกับดูแลจากกองกำลังทหารจากสหประชาชาติอีกชั้นหนึ่งน่าจะเป็นบทเรียนที่ดีต่อนานาประเทศโดยเฉพาะประเทศไทยว่าความแตกแยกที่นำไปสู่การทำสงครามต่อกันระหว่างคนในชาติเดียวกันย่อมจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยมีแต่เสียกับเสียไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการสูญเสียอำนาจอธิปไตยซึ่งเกิดจากการแทรกแซงทางการเมืองของบรรดาชาติมหาอำนาจต่างๆ ตามระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้วการสูญเสียอำนาจอธิปไตยเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดสำหรับทุกประเทศรัฐและการเกลียดชังซึ่งกันและกันระหว่างผู้นำของชนเชื้อชาติเดียวกันที่ไม่รู้จักจบสิ้น

นับตั้งแต่สงครามเกาหลีได้สิ้นสุดลงเมื่อปี ค.ศ. 1953 จนถึงปัจจุบันนี้ก็ผ่านมากว่า 50 ปีแล้ว แต่โดยพฤตินัยแล้วความขัดแย้งและความเกลียดชังระหว่างสองประเทศเกาหลีก็ยังไม่ได้สิ้นสุดลงไปด้วยดังเห็นได้จากข่าวคราวความขัดแย้งที่ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากพฤติกรรมของประเทศเกาหลีเหนืออยู่เนืองๆ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศถอนตัวจากสนธิสัญญาการไม่เผยแพร่อาวุธนิวเคลียร์ (Non Proliferation TreatyNPT) ในปี ค.ศ. 2003 การทดลองยิงขีปนาวุธ (Missile Tests) การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ใต้ดิน (Underground Nuclear Test) ในปี ค.ศ. 2009 การประกาศเดินหน้าโครงการพัฒนาแร่ยูเรเนียมซึ่งเป็นก้าวแรกของการไปสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ไปจนถึงเหตุการณ์ล่าสุดนั่นก็คือการจมเรือรบของเกาหลีใต้เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาในปีนี้

สิ่งที่เป็นความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างสองประเทศเกาหลี ได้แก่ การที่เกาหลีเหนือได้ยึดเอาระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ในลักษณะของเผด็จการทหารมาใช้ในการบริหารปกครองประเทศ ขณะที่เกาหลีใต้ได้ยึดเอาการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นหลักในปกครองประเทศโดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นพี่เลี้ยงที่ใกล้ชิด เกาหลีเหนือปัจจุบันจัดเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกต้องอาศัยความช่วยเหลือผ่านทางประเทศจีนและองค์การระหว่างประเทศเป็นหลัก ขณะที่เกาหลีใต้กลับกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจไล่บี้ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างญี่ปุ่นอย่างฉิวเฉียด ประชาชนในเกาหลีเหนือมีชีวิตความเป็นอยู่กันอย่างแร้นแค้นและอดมื้อกินมื้อไม่มีโอกาสแสวงหาความก้าวหน้าให้แก่ตนเองและครอบครัวขณะที่ประชาชนชาวเกาหลีใต้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีการศึกษาที่ดีและมีโอกาสสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ชีวิตตนเองและครอบครัวจนถึงการขึ้นชั้นก้าวขึ้นสู่ความเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับโลกไปแล้วหลายต่อหลายคน

สิ่งที่น่าสนใจในกรณีความขัดแย้งระหว่างสองประเทศเกาหลีและน่าจะนำมาเป็นบทเรียนให้แก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่สำคัญๆ มีดังต่อไปนี้

ประการแรก คนไทยทุกคนจะต้องไม่สร้างความบาดหมางและความขัดแย้งระหว่างชนในชาติจนถึงขั้นทำสงครามระหว่างพวกเดียวกันเอง คนไทยทุกคนจะต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะใช้ชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินไทยเดียวกัน และต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดเป็นความแตกแยกขนานใหญ่ของชนในชาติ จนถึงขั้นต้องจับอาวุธมาเข่นฆ่ากันเองเหมือนชาวเกาหลีในอดีต ที่สำคัญคนไทยจะต้องรักและหวงแหนแผ่นดินไทยรวมทั้งต้องจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ยิ่งชีวิต

ประการที่สอง นอกจากจะไม่พยายามสร้างความแตกร้าวด้วยกันในชาติเดียวกันเองแล้ว คนไทยทุกฝ่ายจะต้องไม่พยายามชักศึกเข้าบ้าน (ดึงชนชาติอื่นที่ไม่ใช่คนไทยด้วยกันให้เข้ามาแทรกแซงการบริหารประเทศไทย) มิฉะนั้นแล้วปัญหาต่างๆ จะลุกลามบานปลายไปจนถึงการสูญเสียอำนาจอธิปไตยของประเทศและการขาดความเป็นเอกเทศและอิสรภาพในการตัดสินใจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศชาติ

ประการที่สาม จากประวัติศาสตร์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าความขัดแย้งภายในที่ไม่สามารถแก้ไขกันได้เองภายในประเทศมักจะนำไปสู่การเข้าแทรกแซงของชาติมหาอำนาจจากภายนอก ดังเช่น ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตจนถึงปัจจุบันในประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เพราะฉะนั้นความขัดแย้งภายในประเทศไทยจะต้องได้รับการแก้ไขปัญหาจากน้ำมือของคนไทยด้วยกันเองไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไรก็แล้วแต่ มิฉะนั้นแล้วจะเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาแทรกแซงและแสวงหาผลประโยชน์จากประเทศไทยได้อย่างง่ายดาย

ประการสุดท้าย การแก้ปัญหาความขัดแย้งใดๆ ที่อยู่บนพื้นฐานการใช้ความรุนแรงเป็นหลักไม่ว่าจะโดยฝ่ายใดก็แล้วแต่ ย่อมแสดงถึงความโง่เขลาเบาปัญญา ดังนั้นคนไทยทุกคนทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันรณรงค์และปลูกฝังให้คนไทยหันหน้ามาเจรจากันและแสวงแนวทางด้านสันติในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทุกกรณี โดยเฉพาะนักการเมือง จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชนส่วนใหญ่ ไม่พูดจาหรือแสดงอากัปกิริยาแบบถ่อยหรือป่าเถื่อนให้เห็นในที่สาธารณะเป็นอันขาด...

ข่าวล่าสุด

Meta เปิดตัวแว่น AI รุ่นประหยัด เริ่มต้นหมื่นบาท หวังขยายตลาด

Meta เปิดตัวแว่น AI รุ่นประหยัด เริ่มต้นหมื่นบาท หวังขยายตลาด