ครู...ผู้สอนให้เงยหน้า
ความตายของ โรบิน วิลเลียมส์ เขย่าความรู้สึกของผู้คนจำนวนมากในโลกนี้อย่างลึกซึ้ง
ความตายของ โรบิน วิลเลียมส์ เขย่าความรู้สึกของผู้คนจำนวนมากในโลกนี้อย่างลึกซึ้ง
ไม่ใช่แค่ความผูกพันระหว่างความรู้สึกสมมติระหว่างการเป็นผู้ชมกับดารานักแสดงคนหนึ่งเท่านั้น หากแต่สิ่งที่เขาเป็นรวมทั้งสิ่งที่เขาแสดงในภาพยนตร์หลายเรื่องนั้น มีอิทธิพลต่อชีวิตและวิธีคิดของผู้คนทั่วทุกมุมโลกอย่างสุดคณานับ
ในแง่ส่วนตัวเขาเป็นผู้ให้ความบันเทิงแก่โลกนี้ เป็นผู้เอาความหฤหรรษ์มาสู่ผู้คน เป็นผู้อุปถัมภ์มูลนิธิสาธารณกุศลต่างๆ มากมาย มีเรื่องราวดีๆ สารพัดที่เขาได้ทำเพื่อคนอื่น
เขาได้รับบทแสดงนำในภาพยนตร์หลายเรื่องที่จัดว่าเป็นหนังดีที่ควรค่าแก่การต้องชม ไม่ว่า Dead Poets Society, Good Will Hunting ฯลฯ
บทบาทและเรื่องราวเหล่านั้นได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนอย่างใหญ่หลวง
Dead Poets Society ได้เขย่าชีวิตคนหนุ่มสาวในยุค 2 ทศวรรษก่อนอย่างมาก และถ้าเป็นแผ่นดินไหว อาฟเตอร์ช็อกของมันซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ปีที่ออกฉาย คือ 2523 แรงสั่นสะเทือนนั้นยังมีมาจนถึงปัจจุบัน และจะมีอีกต่อไปอีกในอนาคต
ครูคีตติ้ง ซึ่งนำแสดงโดย โรบิน วิลเลียมส์ นั้นมิใช่แต่เป็นครูใน Dead Poets Society หากแต่เป็นครูของพวกเรา ครูของนักเรียนกบฏทั่วโลก เขาเป็นวิญญาณของครูผู้ไม่ท้อแท้ที่จะปลุกให้นักเรียนได้เข้าถึงบทเรียนที่มีค่าที่สุดของชีวิต ได้เข้าถึงหัวใจของการเรียนรู้ซึ่งเป็นคุณค่าที่สำคัญที่สุดที่สถานการศึกษาทุกระดับพึงจะสอนคนให้เป็นคน
ครูคีตติ้งไม่ได้กางตำราและสอนให้เด็กท่องจำตามประเพณีของไฮสคูลที่มีชื่อตั้งขึ้นมาครบ 100 ปี ที่เขาเคยเป็นศิษย์เก่า ซึ่งพยายามตอกย้ำให้นักเรียนรักษาคุณค่าตามจารีตแบบอนุรักษนิยม
แค่เปิดห้องเรียนวันแรก ครูคีตติ้งก็พาศิษย์ออกจากห้องไปดูหอเกียรติยศซึ่งเป็นที่สถิตของรูปถ่ายและถ้วยรางวัลที่บรรดารุ่นพี่ได้สร้างสมชื่อเสียงเกียรติคุณเอาไว้ แล้วเขาก็ขอให้บรรดาศิษย์ชะโงกเข้าไปดูบรรดาดวงหน้าในอดีตเหล่านั้นใกล้ๆ แล้วก็สาธยายมนต์แห่งกวีบทแรกออกมาว่า
“เก็บฉวยกุหลาบเจ้าเสียตั้งแต่บัดนี้ เพราะทุกวินาทีผ่านไปอย่างรวดเร็วดุจติดปีกบิน หมู่มวลพฤกษาอันหอมกรุ่นในวันนี้จะเหี่ยวเฉาตายในวันพรุ่ง”
พร้อมๆ กับเร่งเร้าให้สบตาคนในภาพซึ่งเก่ากว่า 7080 ปีเหล่านั้น เขาได้เอ่ยขึ้นว่า ในวันโน้น พวกเขาไม่ได้ต่างจากพวกเธอในวันนี้ มีความหวังเหมือนกัน มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ มีพลังชีวิตเหมือนกัน แล้วตอนนี้ล่ะ? กี่ชีวิตที่ตายเปล่า กี่ชีวิตที่เป็นได้แต่แค่ปุ๋ย อย่ารอให้มันสายเกินไป ไปไขว่คว้าความสำเร็จโดยอย่าได้ละทิ้งความฝันในวัยเด็กของเราไป
“Carpe diem” คว้าเวลาเอาไว้ แล้วทำชีวิตของเจ้าให้เหนือธรรมดา
เหนือธรรมดาของครูคีตติ้ง คือ มีเจตจำนงในชีวิต คิด เป็นตัวของตัวเอง อย่าสมยอม มีเป้าหมายแล้วทุ่มเทตามความฝันนั้นไป
มีฉากสะเทือนใจหลายฉากในภาพยนตร์เรื่องนี้ เช่น ในวันเรียนวันที่สอง ครูให้อ่านการวิจารณ์บทกวีอันเต็มไปด้วยลีลาวิชาการและศัพท์แสงที่ชวนงุนงงเสร็จแล้ว ครูก็บอกให้ฉีกมันทิ้งไป นักเรียนทั้งชั้นงุนงง แต่เมื่อครูสั่งให้ฉีกบางหน้าของตำราเรียนทิ้งก็ฉีกตาม พอฉีกเสร็จครูก็บอกว่า ถ้อยคำและความคิดมีพลังที่จะเปลี่ยนโลกได้ แล้วครูก็พาพวกเขากระโจนลงสู่อุทยานแห่งวจนะ ปลุกชีพให้คนหนุ่มผลิบานออกมาตามธรรมชาติ โดยมิได้ลัดเลาะไปลิ้มบทกวีผ่านการวิจารณ์นั้นเลย
แน่นอนว่า เมื่อความปรารถนาของคนหนุ่มผู้ตื่นแล้วกับความต้องการกำหนดชีวิตของพ่อแม่บางคนย่อมจะสวนทางกัน
ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงจบลงอย่างน่าเศร้า แต่เมื่อวันสุดท้ายมาถึงครูต้องจากไป ครูใหญ่กดดันให้นักเรียนห้องนี้ให้กลับเข้าไปสู่จารีตและแบบแผนเหมือนเดิม ก็มีนักเรียนจำนวนหนึ่งยืนขึ้นบนโต๊ะ
ยืนบนโต๊ะ สัญลักษณ์ที่ครูคีตติ้งเคยให้ทุกคนในห้องได้มีประสบการณ์นั้น เพื่อสอนว่าชีวิตมันมีมุมที่เรานึกไม่ถึงเสมอ ถ้าขยับเสียนิดเดียวเราก็จะเห็นอะไรมากกว่าที่คิด
นักเรียนจำนวนหนึ่งฝ่าฝืนคำสั่งอันคำรามลั่นของครูใหญ่ขึ้นยืนบนโต๊ะ เพื่อประกาศความมุ่งมั่นในสิ่งที่พวกเขาเชื่อและศรัทธาครูของเขา เป็นการแสดงความเคารพสูงสุดที่พวกเขาจะทำให้กับครูของพวกเขาได้
ส่วนหนึ่งนั่งก้มหน้า เชื่อได้เลยว่าที่ก้มหน้าจะต้องก้มไปตลอดชีวิต ส่วนที่ยืนขึ้น พวกเขาจะยืนตรงไปให้ร่มระบัดใบในที่ต่างๆ ในวันข้างหน้า
เป็นเรื่องน่าเศร้าที่คนที่ให้ความสุขและสร้างแรงบันดาลใจอย่างใหญ่หลวงแก่ผู้คนจะมาจบชีวิตโดยเปล่าเปลี่ยว
โรบิน วิลเลียมส์ อัตวินิบาตกรรมตัวเองเพราะอาการซึมเศร้าเนื่องจากโรคสองบุคลิก
บางทีอาจเพราะการแบกรับหรือแบ่งปันความทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่องง่าย แต่การแบกรับความทุกข์ของตนเองนั้นมันหนักเกินกว่าจะทนทาน
ทุกวันนี้โลกของการสื่อสารสมัยใหม่ ก็ทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้รับรู้ความเห็น ความรู้สึกกันได้ไวขึ้น แต่ถามตัวเราดูเถิดว่าเอาเข้าจริงแล้วเราเข้าถึงกันและไวต่อความรู้สึกต่อกัน และได้ปฏิบัติต่อกันอย่างที่ควรจะเป็นจริงๆ หรือ?
บางทีคนสนุก เข้มแข็ง และเป็นที่พึ่งของคนอื่นๆ ก็ต้องการโอบกอดและการดูแลมากเท่าๆ กับคนที่อ่อนแอสุดๆ นั่นล่ะ
ผมแอบคิดเอาเองว่า ครูคีตติ้งสอนกระทั่งวันสุดท้าย
ปกติแล้วคนที่ให้อื่น หรือรู้ว่ามีชีวิตอื่นหายใจคล่องขึ้นเพราะตัวเองนั้น จะไม่ทำลายตัวเองให้แตกดับด้วยความด้อยค่า แต่ โรบิน วิลเลียมส์ อาจจะให้มากเกิน แจกจ่ายมากเกิน เข้มแข็งมากเกิน โดยมิอาจหยั่งรู้ว่าเขานั้นมีค่าและสร้างแรงบันดาลใจให้กับปวงผู้คนมากมายสักเพียงไหน
อ้อมกอดที่เขาปรารถนาอาจจะใหญ่เกินกว่าที่ใครจะให้ได้ หรือเยียวยาได้
วันที่ครูตาย ผมโพสต์รูปฉากสุดท้ายในเรื่อง Dead Poets Society รูปที่นักเรียนกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นยืนบนโต๊ะในเฟซบุ๊ก
วันนั้น ในโลกแห่งจินตภาพ ลูกศิษย์ของครูคีตติ้งทั่วโลกได้พร้อมใจกันยืนขึ้นบนโต๊ะ
ไม่มีใครกังขาเลยว่า ครูคีตติ้ง และโรบิน วิลเลียมส์ ได้เทศนาในสิ่งที่ตนเชื่อหรือไม่
“Carpe diem” Seize the Day คว้าเวลาเอาไว้ เราจะสู้เพื่อฝัน ครูได้ใช้ชีวิตอันเหนือธรรมดาแล้ว...


