posttoday

โพลหนุนเฉลิมนายกฯเงาแกนนำศึกซักฟอกรบ.

21 กุมภาพันธ์ 2553

สวนดุสิตโพลเผยปชช.หนุนเฉลิมนายกฯเงาแกนนำศึกซักฟอกรบ.มาร์คสาวไส้ไทยเข้มแข็ง

สวนดุสิตโพลเผยปชช.หนุนเฉลิมนายกฯเงาแกนนำศึกซักฟอกรบ.มาร์คสาวไส้ไทยเข้มแข็ง

สวนดุสิตโพลเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ กรณีที่ฝ่ายค้านเดินหน้าการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอภิสิทธิ์  จากการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 3,042 คน ระหว่างวันที่ 15-20 ก.พ.553    พบว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ฝ่ายค้านต้องมี "นายกรัฐมนตรีเงา" ประชาชนส่วนใหญ่ 46.71% เห็นว่าให้ ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง เพราะ  มีความเป็นผู้นำ มีบทบาททางการเมืองสูง ลูกล่อลูกชนดี มีบารมีและเป็นนักการเมืองระดับแนวหน้าของประเทศ รองลงมา พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ  37.28% เพราะ  เคยเป็นนายกรัฐมนตรี มาก่อน  มีทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิที่เหมาะสม ,นักการเมืองส่วนใหญ่ให้ความเคารพ นับถือ มีประสบการณ์สูง   นายมิ่งขวัญ   แสงสุวรรณ์  11.20% เพราะ  เป็นคนตรงไปตรงมา ใจเย็น มีประสบการณ์ด้านงานบริหาร ทำงานเป็นระบบ และอื่นๆ เช่น  พล.ต.อ ประชา พรหมนอก ,พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์, นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ,พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ,นายวิทยา บุรณศิริ
         
ส่วนความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทยจะทำให้มีผลต่อการอภิปรายมีน้ำหนักน้อยลงหรือไม่ ส่วนใหญ่ไม่แน่ใจ  44.45% เพราะ  ฝ่ายค้านมีนักการเมืองที่เก่ง ฝีมือดีหลายคน อาจคัดเลือกให้มาเป็นผู้อภิปรายหลัก  ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของหลักฐานที่จะนำมาใช้ประกอบการอภิปรายมากกว่า รองลงมา น้อยลง  35.89%  เพราะ ภาพลักษณ์ภายในพรรคขณะนี้มีแต่ความขัดแย้งแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า ,ขาดความน่าเชื่อถือ และ ไม่น้อยลง  19.66% เพราะ  เป็นคนละเรื่องกัน  เป็นเรื่องภายในพรรค ส่วนการอภิปรายเป็นการพูดถึงการทำงานของรัฐบาล
          
วันนี้ ถ้าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประชาชนคิดว่าก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน ส่วนใหญ่เห็นว่าพอๆกัน 48.53%  เพราะ  ต่างฝ่ายต่างมีจุดอ่อนพอๆกัน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งภายใน เรื่องอำนาจ  ผลประโยชน์ที่ไม่เข้าใครออกใคร รองลงมาเป็นผลดีมากกว่า  32.18% เพราะ เป็นจังหวะดีที่การอภิปรายครั้งนี้จะหยิบยกประเด็นที่เป็นปัญหาที่สังคมให้ความสนใจขึ้นมาอภิปราย ,ประชาชนได้รู้ข้อเท็จจริงมากขึ้น  และ ผลเสียมากกว่า  19.29%  เพราะ ทั้ง 2 ฝ่ายก็จะนำข้อมูลของแต่ละฝ่ายมาแฉเพื่อลดความน่าเชื่อถือ ,เหมือนดูปาหี่ทางการเมือง
         
ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านน่าจะอภิปรายรัฐบาล คือ อันดับ 1  การทุจริตโครงการต่างๆ เช่น ไทยเข้มแข็ง ต้นกล้าอาชีพ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น อันดับ 2 คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน อันดับ 3  การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ /กู้เงิน   20.17% อันดับ 4  การบริหารงานของรัฐบาล   16.82% อันดับ 5  การแก้ไขรัฐธรรมนูญ   11.68%
         
และใครคือผู้ที่สมควรจะเป็นแกนนำฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ส่วนใหญ่เห็นว่า  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง 63.51%  เพราะ  ฝีปากกล้า การอภิปรายน่าสนใจ ไม่น่าเบื่อ มีการเตรียมข้อมูลเป็นอย่างดี, ประสบการณ์สูง  รองลงมา พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ    20.83% เพราะ   มีความอาวุโส พูดจานุ่มนวล สุภาพ ประนีประนอม เคยเป็นอดีตนายกฯ มาก่อน, อ่านเกมออก นายมิ่งขวัญ   แสงสุวรรณ์   15.66%   เพราะ  มีภาพลักษณ์เป็นนักบริหารมืออาชีพ มีวิสัยทัศน์ น่าจะวางแผนการอภิปรายได้ดี
         
ส่วนใครในรัฐบาลที่น่าจะเป็นผู้ตอบอภิปรายฝ่ายค้านได้ดี ส่วนใหญ่เห็นว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  72.70%  เพราะ  เป็นหัวหน้ารัฐบาล สามารถชี้แจงข้อมูลและควบคุมอารมณ์ได้ดี ,เป็นผู้ที่ฝ่ายค้านอยากให้พูดอภิปราย รองลงมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ  17.56% เพราะ  เป็นเหมือนแม่บ้านประจำพรรค รู้ความเป็นไปภายในพรรคทุกเรื่อง มีความอาวุโส และ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี    9.74%  เพราะ  มีสไตล์การพูดที่น่าสนใจ มีสีสัน มีความรู้ความสามารถดี  มีประสบการณ์สูง
         
ผลจากการตัดสินคดียึดทรัพย์จะมีผลต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร ส่วนใหญ่ 79.58% มองว่าไม่มีผลทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ   เพราะ  ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการพิจารณาของศาล รองลงมา  14.74% ทำให้รัฐบาลได้เปรียบ   เพราะ สถานการณ์ของฝ่ายค้านในขณะนี้อยู่ในภาวะที่ขาดผู้นำและมีความแตกแยกภายในพรรคสูง ไม่สามารถผนึกกำลังสู้รัฐบาลได้  และ ทำให้ฝ่ายค้านได้เปรียบ  5.68%  เพราะ  ประชาชนบางกลุ่มเห็นว่ารัฐบาลใช้ระบบ 2 มาตรฐาน กลั่นแกล้งฝ่ายค้านมากเกินไป.

ข่าวล่าสุด

จากช่างแต่งหน้ากองถ่าย สู่เจ้าของอาณาจักร 10 ล้านบาทกลางทองหล่อ!