จุดเปลี่ยนของ "ทองคำ" จากสินทรัพย์ปลอดภัย สู่สินทรัพย์สภาพคล่อง
ราคาทองคำเดือนมีนาคม 2569 ปรับฐานแรงจากแรงกดดันด้านดอกเบี้ยและสภาพคล่อง แม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง สะท้อนบทบาทของทองคำที่เปลี่ยนไปในระยะสั้น
KEY
POINTS
- ราคาทองคำเดือนมีนาคม 2569 ปรับฐานแรงจากแรงกดดันดอกเบี้ยและสภาพคล่อง
- แม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง
- สะท้อนบทบาทของทองคำที่เปลี่ยนไปในระยะสั้น
ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า เดือนมีนาคม 2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทองคำ หลังราคาปรับตัวผันผวนและเข้าสู่ทิศทางขาลง แม้สภาพแวดล้อมโดยรวม เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยที่ตามปกติควรหนุนสินทรัพย์ปลอดภัย
การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่า ปัจจัยมหภาคด้าน สภาพคล่อง อัตราดอกเบี้ย และกระแสเงินทุน ได้เข้ามามีบทบาทเป็นตัวกำหนดราคาหลัก แทนบทบาทดั้งเดิมของทองคำอย่างมีนัยสำคัญ
การเคลื่อนไหวของราคาจากแรงส่งสู่แรงขาย
ช่วงต้นเดือน ราคาทองคำยังทรงตัวในระดับสูงบริเวณ 5,100–5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากโมเมนตัมก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านทวีความรุนแรง ส่งผลให้ความคาดหวังเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น ตลาดจึงลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ย
และในบางช่วงกลับมาประเมินโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย ผลดังกล่าวดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับขึ้น กลายเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำโดยตรง
แรงกดดันด้านสภาพคล่องชัดเจน
ช่วงกลางเดือน ราคาทองคำปรับฐานรุนแรง โดยปรับลงมากกว่า 15% จากระดับหลังการปะทุของสงคราม ปัจจัยเร่งมาจากแรงขายทำกำไร หลังราคาปรับขึ้นแรงในช่วงต้นปี และการลดระดับ Leverage ในหลายสินทรัพย์
ในภาวะที่นักลงทุนลดความเสี่ยง ทองคำถูกนำมาใช้เป็นแหล่งสภาพคล่องมากขึ้น สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทในระยะสั้นจากสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง เป็นสินทรัพย์ที่ถูกขายเพื่อบริหารพอร์ต
ธนาคารกลางและ ETF ซ้ำเติมราคา
พฤติกรรมของธนาคารกลางบางประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่เริ่มเปลี่ยนไป จากต้นทุนพลังงานที่สูงและข้อจำกัดด้านการคลัง ทำให้บางประเทศชะลอการสะสม หรือขายทองคำสำรองเพื่อนำไปบริหารภาระหนี้และสภาพคล่อง
ขณะเดียวกัน กระแสเงินทุนจากกองทุน ETF ทองคำไหลออก โดยข้อมูล Bloomberg ระบุว่า ปริมาณการถือครองทองคำผ่าน ETF ในเดือนมีนาคมลดลง 2.8% เทียบเดือนก่อน หลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 9 เดือน
ปลายเดือนเริ่มตั้งหลัก
ในช่วงปลายเดือน ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาใกล้ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงซื้อเก็งกำไรในจังหวะราคาปรับลง และความหวังต่อการคลี่คลายความขัดแย้ง
อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวยังเปราะบาง เนื่องจากแรงกดดันด้านมหภาคยังไม่หมดไป
มุมมองระยะสั้นดาวน์ไซด์เริ่มจำกัด
ทีม Wealth Research ประเมินว่า แม้ทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากดอกเบี้ยและสภาพคล่อง แต่ดาวน์ไซด์เริ่มจำกัด หลังราคาปรับฐานลงราว 20% จากจุดสูงสุด และระดับการถือครองที่ตึงตัวในช่วงก่อนหน้าได้ผ่อนคลายลง
ในกรณีฐาน หากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลายในเดือนเมษายน ราคาพลังงานที่ลดลงจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำในช่วงที่ผ่านมา
ระยะกลางถึงยาวโครงสร้างยังหนุน
ในระยะกลางถึงยาว ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ทั้งการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ การกระจายความเสี่ยงออกจากเงินดอลลาร์ของธนาคารกลาง
ความกังวลเรื่องการด้อยค่าของสกุลเงิน และระดับหนี้สาธารณะโลกที่สูงประสบการณ์จากวิกฤตที่ผ่านมา สะท้อนว่าทองคำมักเผชิญแรงขายจากสภาพคล่องในช่วงแรก ก่อนกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นเมื่อภาวะการเงินผ่อนคลาย
กลยุทธ์การลงทุน
ทีม Wealth Research มองว่าการปรับลงรอบนี้เป็นการพักฐานมากกว่าการเริ่มต้นขาลงรอบใหญ่ จึงประเมินว่าทองคำกำลังเข้าสู่ช่วงสร้างฐานที่สมดุลมากขึ้น และเหมาะกับกลยุทธ์ทยอยสะสม ภายใต้การบริหารความเสี่ยง
โดยยังคงราคาเป้าหมายที่ 5,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2569 และ 6,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2570
ที่มา : บทวิเคราะห์ Cross Asset Strategy ฉบับเดือนเมษายน 2569


