จับสาวไทยร่วมมือนายทุนจีนเปิดแอปฯเถื่อนปล่อยเงินกู้ทวงหนี้โหด

วันที่ 26 ก.พ. 2563 เวลา 18:56 น.
จับสาวไทยร่วมมือนายทุนจีนเปิดแอปฯเถื่อนปล่อยเงินกู้ทวงหนี้โหด
ตำรวจปอศ.จับสาวไทยร่วมมือนายทุนจีนเปิดแอปฯปล่อยเงินกู้เก็บดอกเบี้ยโหด พร้อมทวงหนี้ด้วยวาจารุนแรง ใครผิดชำระส่งข้อความประจานไปยังเพื่อนๆ ของผู้กู้ให้ได้รับความอับอาย

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่บก.ปอศ. พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ภาณุพงษ์ กะระกล ,พ.ต.ท.ธนิต กรปรีชาพ.ต.ท.กริช วรทัต ,พ.ต.ท.คมเทพ เปาอินทร์ รอง ผกก.5บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.5 บก.ปอศ.ร่วมกันจับกุม 1.น.ส.จามจุรี ตั๋นปั๋น อายุ 22 ปี กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท บางกอกโลน ในฐานะนิติบุคคล ตามหมายจับศาลอาญาที่ 264/2563 ลง 24 ก.พ. 2.นายหยู ตันฮวน อายุ 27 ปี สัญชาติจีนตามหมายจับศาลอาญาที่ 263/2563 ลง 24 ก.พ.

พ.ต.อ.ภาดล กล่าวว่า มีกลุ่มผู้เสียหายเข้ามาแจ้งว่าได้กู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชั่นมือถือ "BAHTLOAN" จะถูกหักค่าบริการทันทีจากยอดที่กู้ยืมจริง เช่น กู้เงิน 3,000 บาทได้รับเงินจริงประมาณ 1,600 บาท เมื่อถึงกำหนดนัดชำระหนี้ จะมีพนักงานติดตามทวงหนี้ โดยใช้วาจารุนแรงและส่งข้อความประจานไปยังเพื่อนๆ ของผู้กู้ให้ได้รับความอับอาย

นอกจากนี้ ยังคิดอัตราค่าติดตามทวงถามวันละ 300 บาท สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้กู้เป็นอย่างมาก ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้ทำการสืบสวน จนพบว่าแอปพลิเคชั่น “Baht Loan” ตั้งสำนักงานอยู่ที่อาคารสำนักงานย่านรัชดาภิเษก โดยเปิดกิจการในนาม บริษัท บางกอกโลน จำกัด เมื่อตรวจค้นสำนักงานบริษัทบางกอกโลน ซอยรัชดาภิเษก 7 เขตดินแดง พบว่ามีพนักงานเกือบ 50 คนกำลังปฏิบัติงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ในลักษณะพูดคุยโต้ตอบกับลูกค้าผู้กู้เงิน โดยที่เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีอุปกรณ์สื่อสารสามารถโทรศัพท์ติดต่อกับลูกค้าได้

จากการสอบสวนพนักงานในบริษัทได้ความว่า พนักงานแต่ละคนมีหน้าที่ในการเร่งรัดหนี้สิน โดยจะรับผิดชอบลูกค้าผู้กู้ประมาณคนละ 40-60 ราย ต่อคนใน 1 วัน หมายความว่าในแต่ละวันกลุ่มพนักงานมีการติดต่อเร่งรัดหนี้สินจากลูกค้าผู้กู้เกือบ 1,600 รายต่อวัน มีเงินรางวัลให้เร่งรัดทวงหนี้ ยิ่งทวงยิ่งได้รางวัลมาก

สำหรับ วิธีการปล่อยกู้คนกู้จะต้องโหลดแอพพลิเคชั่นมาก่อน โดยทางบริษัทจะขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในมือถือของผู้ปล่อยกู้ ทั้งรายชื่อมือถือของเพื่อน การโทรเข้าออก รวมถึงข้อมูลบัตรประชาชน ข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของผู้กู้ โดยผู้กู้สามารถกู้ได้ในวงเงินระหว่าง 2,000-50,000 บาท ต้องคืนภายใน 7 วัน มีคนขอกู้จำนวนมาก เพราะไม่ต้องมีคนค้ำประกันเงินกู้และไม่ต้องใช้เอกสารทางการเงินมาก แต่หากผิดนัด บริษัทจะส่งข้อมูลประจานไปยังเพื่อนในมือถือ และคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด มีการหักค่าธรรมเนียมทำให้ไม่ได้เงินครบจำนวนตามที่ขอกู้มา

ผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ตนรู้จักผ่านทางระบบสโตร์ในมือถือ จึงโหลดมา เพราะมีปัญหาทางการเงินและดูรีวิวพบว่า มีแต่คนชมว่าแอพนี้ดี เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวทุกอย่าง จากนั้นจึงได้กู้เงินมาจากแอพดังกล่าว ใช้เวลาพิจารณาเพียง 1 วัน กู้เงินไป 3 พันบาท ได้รับ 1,600บาท เดิมต้องจ่าย 3,012 บาทใน 7 วัน โอนเข้าบัญชี แต่ตนไม่มีเงินมาจ่าย 7 วัน ดอกเบี้ยจึงคิดเพิ่ม ที่ผ่านมาตนจ่ายไปแล้วทั้งหมด 4,300 บาท แต่หนี้ยังไม่หมด เพราะที่จ่ายแอพอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ย อีกทั้งพอจ่ายไม่ทันวงรอบ 7 วัน แอพจะส่งข้อความไปหาเพื่อนในมือถือจนได้รับความเดือดร้อน เพราะหัวหน้างานตนมีชื่อในมือถือด้วย พอข้อความทวงเงินไปถึงหัวหน้า ทำให้ตนถูกบริษัทไล่ออกซ้ำเติมอีกด้วย

จากการตรวจสอบพบเงินหมุนเวียนในบัญชีเงินฝากของนายหยู ที่ใช้ในการโอนเงินระหว่างลูกค้าเกือบ 30 ล้านบาทในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา เบื้องต้น น.ส.จามจุรีเป็นนอมินี ถูกจ้างมาเพื่อให้เป็นกรรมการบริษัท ทางตำรวจแจ้งข้อหาประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดและผิดพ.ร.บ.ทวงหนี้ โดยจะตรวจสอบเรื่องภาษีและความผิดคนไทยเปิดบริษัทแทน ถือเป็นความผิดกฎหมายประกอบธุรกิจต่างด้าว ซึ่งต้องตรวจสอบหลักฐานก่อน จึงแจ้งข้อหาเบื้องต้นดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป