ยื่นยุบ'ไทยรักษาชาติ' สะเทือนถึง'เพื่อไทย'

  • วันที่ 14 ก.พ. 2562 เวลา 07:48 น.

ยื่นยุบ'ไทยรักษาชาติ' สะเทือนถึง'เพื่อไทย'

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สถานการณ์ทางการเมืองในเวลานี้เรียกได้ว่าใกล้เข้าสู่จุดเดือดเข้าไปทุกที ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตัดสินใจยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)การดำเนินการของ กกต.นับว่าเป็นไปด้วยความรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง เนื่องจากการเสนอชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.พ. แต่ กกต.ตัดสินใจส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคในวันที่ 13 ก.พ. รวมเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์

เดิมทีจริงๆ แล้วการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเกือบจะรวดเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ หลังจากเมื่อวันที่ 12 ก.พ.มีข่าวหลุดออกมาว่า กกต.จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันนั้น แต่ กกต.ได้ออกมาเบรกก่อนว่า กกต.ยังพิจารณาไม่เสร็จ ถึงอย่างไรก็ดี ที่สุดแล้ว กกต.ก็มีมติเอกฉันท์ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคในอีก 24 ชั่วโมงถัดมา

เหตุที่ กกต.อาศัยเป็นข้ออ้าง เพื่อยุบพรรค คือ การเสนอชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคเป็นการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 92 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

ผลของการกระทำผิดตามมาตรา 92 จะไปปรากฏในมาตรา 94 ประกอบด้วย การถูกยุบพรรค และการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งในกฎหมายไม่ได้ระบุเวลาเอาไว้ เท่ากับว่าจะถูกเพิกถอนสิทธิตลอดชีวิต นั่นหมายความว่าจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ตลอดไป

นอกจากนี้ กรรมการบริหารพรรคข้างต้นจะถูกห้ามไม่ให้ไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีก ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ อีกทั้งยังห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองซ้ำ หรือพ้องกับชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองที่ถูกยุบ

ตามขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญข้อกำหนดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีและการทำคำวินิจฉัย จะมีหลายกระบวนการด้วยกันกว่าจะมีการวินิจฉัยชี้ขาด ไม่ว่าจะเป็น การตรวจคำร้อง การเปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องชี้แจง การให้ทั้งสองฝ่ายตรวจพยานหลักฐาน การนัดวันไต่สวนของศาล และการทำคำวินิจฉัย ซึ่งพลิกดูตามข้อกำหนดดังกล่าว มีความเป็นไปได้ที่อาจต้องใช้เวลาประมาณ 60 วันหรืออาจเร็วกว่านั้นถ้าศาลเห็นสมควร

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญอาจดูเหมือนใช้เวลาพอสมควร แต่ถ้าย้อนกลับไปดูว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 ก็อาจส่งผลให้วันตัดสินชี้ขาดเกิดได้เร็วขึ้นเช่นกัน

"หากศาลเห็นว่าคดีใดเป็นปัญหาข้อกฎหมาย หรือมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลอาจประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยโดยไม่ทำการไต่สวนหรือยุติการไต่สวนก็ได้" มาตรา 58 ของกฎหมายศาลรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าพรรคไทยรักษาชาติต่างจับจ้องไปยังท่าทีของศาลรัฐธรรมนูญด้วยใจระทึกพอสมควร

ภายใต้สถานการณ์และบรรยากาศแบบนี้คงเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าที่สุดแล้วอนาคตของพรรคไทยรักษาชาติจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่นอน คือ พรรคเพื่อไทย ก็เตรียมรับแรงกระแทกที่จะตามมาเช่นกัน หากพรรคไทยรักษาชาติต้องยุบพรรค

ระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 "ระบบจัดสรรปันส่วนผสม" ไม่ได้เอื้อให้พรรคการเมืองใดมีเสียงข้างมากเด็ดขาดเหมือนในอดีต จึงเป็นที่มาของการเกิดพรรคสาขา เพื่อไปเก็บคะแนนสำหรับจัดตั้งเป็น สส.บัญชี รายชื่อ

ดังจะเห็นได้จากกรณีของพรรคเพื่อไทยเป็นครั้งแรกที่พรรคไม่ได้ส่ง ผู้สมัคร สส.ลงสมัครครบทุกเขต เลือกตั้ง โดยเขตเลือกตั้งที่ไม่มีคนของพรรคเพื่อไทยก็จะเป็นคนของพรรคไทยรักษาชาติไปลงแทน

ผลของการยุบพรรคนั้นไม่ได้จบลงตรงที่การตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติเท่านั้น แต่ทันทีที่ถูกยุบความเป็นนิติบุคคลของพรรคไทยรักษาชาติจะสิ้นสุดลงเช่นกัน อันจะมีผลให้ ผู้สมัคร สส.ของพรรคพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคด้วย

สรุป คือ ผู้สมัคร สส.ของพรรคไทยรักษาชาติจะแพ้ฟาวล์และออกจากการเลือกตั้งทันที เนื่องจากไม่มีความเป็นสมาชิกแล้ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติหนึ่งของการเป็นผู้สมัคร สส.

ถ้าเป็นเช่นนั้น เท่ากับว่าพรรคเพื่อไทยต้องลงสนามต่อสู้เพียงลำพัง ขาดกำลังเสริมอย่างพรรคไทยรักษาชาติไปโดยปริยาย การเก็บคะแนนเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่ง สส.บัญชีรายชื่อก็ทำได้ยากขึ้น เนื่องจากพรรคเพื่อไทยเองไม่ได้ส่งผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งครบทั้ง 350 เขต

จะเห็นได้ว่าหากเกิดการยุบพรรคไทยรักษาชาติขึ้นมา พรรคเพื่อไทยต้องตกที่นั่งลำบากไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยง ไม่ได้

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ